"นายกฯ" เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน ปตท.ธาตุพนมโชว์ประหยัดน้ำมัน นำคณะนั่งสามล้อเครื่องชมงาน DNA นครพนม "รมว.ยธ.-รอง ผบ.ตร." ตรวจคลังน้ำมันลำลูกกา พบจัดสรรน้ำมันปกติ "กกต." รอหนังสือ ครม.ขอไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิต "ศบก." แฉ 3 แห่งเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาตกว่า 3 หมื่นลิตร รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมันสร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่ "สิริพงศ์" งัดคำพิพากษาศาล ปค.ย้ำทำไม่ได้ หลัง "พีระพันธุ์" จวก พณ.เกียร์ว่างไม่คุมราคาน้ำมัน "พลังงาน” สยบข่าวลือปรับขึ้นราคาน้ำมัน กต.แจงเหตุประท้วงสถานทูตมี ตร.ดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่กระทบความสัมพันธ์
เมื่อวันอาทิตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อร่วมชมงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” โดยเมื่อเวลา 11.49 น. ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอนุทินได้เช่ารถยนต์ขับและสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนครพนม
สำหรับสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนครพนมในปัจจุบัน มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง โดยในส่วนของอำเภอธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง ซึ่งสถานการณ์ด้านการให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ สถานะของดีเซลเริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอ และน้ำมันชนิดอื่นๆ ก็สามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา
โดยนางสุจิตรา สงวนศิริ พลังงานจังหวัดนครพนม ซึ่งได้เดินทางมาร่วมสนับสนุนภารกิจ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ ในขณะลงพื้นที่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ร่วมลงพื้นที่ด้วย
ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอนุทินร่วมชมงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมืองนครพนม โดยนายกรัฐมนตรีได้พาคณะนั่งรถสามล้อเครื่องสกายแล็บ ภายในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อเป็นตัวอย่างการใช้ยานพาหนะร่วมกัน ลดจำนวนรถบนท้องถนน ลดการใช้น้ำมัน และลดการใช้พลังงานในภาคการเดินทางอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังมีความผันผวน ซึ่งมาตรการ Carpool ถือเป็นแนวทางที่ทำได้ง่าย แต่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว สามารถลดการใช้น้ำมันต่อหัวได้ทันที
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวคิด “การบริหารจัดการพลังงานเชิงพฤติกรรม” (Behavioral Energy Saving) ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของประชาชน มากกว่าการเพิ่มทรัพยากร โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังมีความผันผวน ซึ่งมาตรการ Carpool ถือเป็นแนวทางที่ทำได้ง่าย แต่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว สามารถลดการใช้น้ำมันต่อหัวได้ทันที
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) มาประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมันลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมี พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ จเรตำรวจ ช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าฯ ปทุมธานี, นายสุริยัน พฤทธิพงศ์พันธุ์ ผู้จัดการส่วนคลังน้ำมันลำลูกกา พร้อมผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และฝ่ายปกครอง ร่วมประชุม
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า การตรวจสอบคลังน้ำมันลำลูกกา เพราะเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ลำดับต้นๆ ของ ปตท. ผลการตรวจสอบพบว่าได้มีการจัดสรรน้ำมันไปยังคลังน้ำมันจังหวัดและสถานีบริการน้ำมันตามปกติ ซึ่งจะมีการตรวจสอบรายละเอียดในภาพรวมทั้งระบบอีกครั้ง ว่าปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอที่ปลายทางเกิดจากสาเหตุใด
ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ในส่วนของ ตร.จะดำเนินการตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการค้าส่งน้ำมัน (จ๊อบเบอร์) ว่ามีการจัดส่งตามปริมาณน้ำมันที่รับมาหรือไม่ รวมทั้งปลายทางที่สถานีให้บริการน้ำมัน ต้องตรวจสอบว่ามีการสั่งน้ำมันในปริมาณปกติก่อนภาวะวิกฤตหรือไม่ อย่างไร โดย ตร.จะเร่งตรวจสอบ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชื่อมต่อกับหน่วยต่างๆ เพื่อให้ได้คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนเกิดจากสาเหตุใด
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในภาพรวมทั่วประเทศ ไม่พบการลักลอบส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งตามช่องทางปกติและพื้นที่แนวชายแดน รวมทั้งทางน่านน้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
กกต.รอหนังสือ ครม.ลดภาษีดีเซล
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะส่งหนังสือขออนุญาตลดภาษีสรรพสามิต 1 บาทว่า เรื่องดังกล่าว กกต.และเลขาธิการ กกต.ก็มีความตระหนักกับเรื่องนี้พอสมควร ซึ่ง กกต.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการพิจารณาด้วยความรวดเร็ว และพร้อมที่จะประชุมด่วนทันทีเพื่อพิจารณา เนื่องจากมีผลกระทบต่อประชาชน เพียงแต่ว่าขณะนี้น่าจะอยู่ในขั้นตอนทางธุรการ หากหนังสือส่งมาถึง กกต.เมื่อใด เชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งก็พร้อมที่จะพิจารณา
เมื่อถามย้ำว่า หากหนังสือของ ครม.ส่งมาถึงเช้าวันจันทร์ จะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้พิจารณาในช่วงบ่ายได้เลยหรือไม่ รองเลขาธิการ กกต.ย้ำว่า หากเป็นเรื่องเร่งด่วนตามที่ ครม.ได้แจ้งมา กกต.พร้อมพิจารณาทันที ขณะนี้รอเพียงหนังสือจาก ครม.ส่งมา
ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงว่า สำหรับสถานการณ์การผลิตและจำหน่ายน้ำมันของประเทศไทย ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มี.ค. น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 82.21 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซินมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 35.25 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 0.84 ล้านลิตรต่อวัน ปริมาณจำหน่ายและส่งออก รวมกันอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าน้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตและการจำหน่ายอยู่ในตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อเดือน ม.ค.และ ก.พ. ที่มีการจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ราว 70 ล้านลิตรต่อวัน
นายฉัตรชัยกล่าวว่า หากตรวจพบว่ามีผู้ประกอบการคนใดมีการกักตุนน้ำมัน หรือมีสิ่งต้องสงสัยจะดำเนินการตามกฎหมาย และล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พบสถานที่ดำเนินการผิดกฎหมาย คือการเก็บน้ำมันซึ่งไม่ได้มีการอนุญาต โดยพบน้ำมันจำนวน 3 แห่ง ประมาณ 30,000 ลิตร ซึ่งดำเนินการแจ้งความตามกฎหมายเรียบร้อย ย้ำว่ามีการลงตรวจทั้งหน้างานและสร้างระบบต่างๆ เพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจในความกังวลของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอชี้แจงว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆ ดังนี้ 1.การกระจายน้ำมัน มีแผนในรายละเอียด คือ 1) กระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและลดความแออัดในสถานีบริการ 2) กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง 3) จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม 4) อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า
2.ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น 3.เร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการเชิงรุกผ่านกลไกทางการทูตและการเจรจา เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน 4.ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการยืนยันตารางเรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมกว่า 36 ล้านบาร์เรล โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ
'สิริพงศ์'งัดคำพิพากษาโต้'พีระพันธุ์'
น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์การกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้มในเรื่องการจับกุมผู้กักตุนน้ำมัน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สนธิกำลังร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระในหลายจังหวัดทั่วภูมิภาค ซึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาตและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย กรมสรรพสามิตบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในเขตพื้นที่สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และตรวจพบน้ำมันดีเซล จำนวน 85,000 ลิตร ซึ่งไม่สามารถแสดงที่มาของน้ำมันได้จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบโต้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังวิจารณ์ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ อธิบายว่าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจว่า หาก รมว.พาณิชย์เข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมัน จะถือว่าทำเกินหน้าที่ กฎหมายไม่ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปควบคุมราคาน้ำมัน โดยอ้างอิงคำพิพากษาศาลปกครอง คดีน้ำมันเชื้อเพลิง คดีดำที่ 1872/2556 และคดีแดงที่ 1937/2561 กระทรวงพาณิชย์ “ไม่มีอำนาจ” เข้าไปกำหนดราคาน้ำมัน โดยคำพิพากษาศาลปกครองยืนยันว่า รัฐได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันตั้งแต่ปี 2534 ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และมีหน่วยงานด้านพลังงานดูแลโดยตรง ทำให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่หน่วยงานกำหนดราคา โดยสถานะปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ขณะที่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า อำนาจกำกับราคาน้ำมันอยู่ที่กระทรวงพลังงาน ส่วนกระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เพียงตรวจสอบการแสดงราคา
“ถ้าขืนไปทำตามที่นายพีระพันธุ์พูด รมว.พาณิชย์จะผิดกฎหมายเสียเอง นายพีระพันธุ์ก็เป็นนักกฎหมาย มีหรือจะไม่รู้ หรือทำไปทั้งหมดเพื่อต้องการวางกับดัก ขุดบ่อล่อปลา พร้อมกับหาแสงไปในตัว แบบ 2-in-1 ปัญหาคือ เรื่องนี้อยู่ในมือกระทรวงพลังงาน แล้วนายพีระพันธุ์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการ มีอำนาจเต็ม ดูแลโครงสร้างพลังงานมาตั้งหลายปี เห็นโครงสร้างราคาหมด จะถูกจะแพงนอกจากท่านรู้ ท่านยังมีอำนาจจัดการ แล้วทำไมท่านไม่ทำ หรือทำไมไม่ทำให้มันเสร็จ จะมาเก่งอะไรกับรัฐบาลที่ยังไม่มีอำนาจเต็มด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าเรายังไม่ได้ ครม.ใหม่ ที่ทำงานกันอยู่คือรักษาการทั้งนั้น” นายสิริพงศ์กล่าว
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลจากหนังสือภายในราชการโดยไม่ระบุที่มา ซึ่งอ้างว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง 60 บาทต่อลิตรนั้น ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งราคาน้ำมันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก การชดเชยผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันจากกระทรวงการคลัง รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันนี้ (29 มี.ค.) ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
"ขอให้ประชาชนอย่าส่งต่อ เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนแล้ว ยังอาจจะทำให้เกิดการแห่ไปเติมน้ำมันจนทำให้น้ำมันที่สถานีบริการมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากเพจของหน่วยงานราชการหรือเพจที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพลังงาน จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเต็มที่" นายวีรพัฒน์กล่าว
พท.เตือนพลังงานจุดตาย รบ.
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีมีบางส่วนไม่เห็นด้วยกับโครงการคนละครึ่งพลัส เนื่องจากมีวิกฤตเรื่องน้ำมันอยู่ว่า พรรคร่วมรัฐบาลถึงเวลาตั้งรัฐบาลมีการประสานงานอยู่แล้ว ส่วนวิกฤตพลังงานต้องเร่งแก้ เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัส ประชาชนลำบากทุกพื้นที่ เรื่องใหญ่คือรัฐบาลต้องทำเรื่องน้ำมันเป็นวาระแห่งชาติ เรื่องคนละครึ่งพลัส ถ้ามีเงินก็ทำได้ แต่วันนี้ถ้าไม่แก้เรื่องวิกฤตน้ำมันจะกระทบไปทุกระบบ อยากให้จัดตั้งรัฐบาลเร็วๆ เพราะเกินศักยภาพของคนใดคนหนึ่งที่จะรับไป เรื่องคนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลต้องไปพูดคุยกัน
“ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการคนละครึ่งพลัส พรรครัฐบาลคุยกันเรื่องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อาจมีเรื่องนี้ด้วยก็ได้ แต่เรื่องน้ำมันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ถ้าไม่ทุ่มเทแก้ไข เรื่องพลังงานเป็นเรื่องที่ชี้เป็นชี้ตายความเดือดร้อนของรัฐบาล" นายวิสุทธิ์กล่าว
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) โพสต์ข้อความว่า ก่อนรัฐใช้เงินหลายหมื่นล้านอุ้มกำไรนายทุน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569 และตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงในสัปดาห์เดียว คำถามที่ประชาชนต้องได้รับคำตอบคือ เงินก้อนนี้กำลัง “ชดเชยการขาดทุน” หรือแท้จริงแล้วคือการ “อุ้มกำไร” ให้กลุ่มทุนน้ำมันอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลอ้างกลไกตลาดโลก และราคาอ้างอิงสิงคโปร์เป็นเหตุผลปรับราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ยังไม่เคยเปิดเผย “ต้นทุนจริง” ต่อสาธารณะแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน จึงถึงเวลาที่รัฐต้องเปิดตัวเลขนี้โดยเร่งด่วน และขอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันโดยด่วน อย่าปล่อยให้ภาระต้องตกอยู่กับประชาชนอย่างไร้ทางแก้
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เสนอแผนรับมือวิกฤตน้ำมันที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ “ฉบับพรรคประชาชน” แบ่งออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1.การบริหารจัดการราคาน้ำมัน โดยให้มีการปรับภาษีเพื่อจัดการราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เอาผิดรายใหญ่ลักลอบ-กักตุน เร่งใช้มาตรการที่มีในมือเพื่อลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร 2. มาตรการสนับสนุนเพื่อการปรับตัวของประชาชน 3.มาตรการด้านปุ๋ยเคมี และ 4.แนวทางเตรียมการในช่วงสงกรานต์ ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน และสามารถวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์ได้อย่างราบรื่น
ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การปรับราคาครั้งเดียวในอัตรา 6-8 บาท เป็นการบริหารจัดการที่ไม่ค่อยถูกต้อง แม้ว่าจะเห็นด้วยกับการปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด แต่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เช่น ทยอยปรับขึ้นราคาตั้งแต่เกิดปัญหาราคาน้ำมัน แต่ภาครัฐกลับมีการตรึงราคาตั้งแต่แรก ทำให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันของไทยมีความเปราะบาง ไม่มั่นคงมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าที่ผ่านมาใช้กองทุนน้ำมันไปกับการเป็นเครื่องมือประชานิยมด้วยการตรึงราคาน้ำดีเซลในช่วงที่ไม่ได้เกิดวิกฤตเป็นเวลานาน สุดท้ายกองทุนก็ติดลบ
กต.มั่นใจคุมม็อบหน้าสถานทูตได้
ดร.อารีพรกล่าวว่า ต้นทุนโรงกลั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ภาครัฐควบคุมไม่ได้ เพราะเป็นไปตามราคากลไกของตลาดโลก แต่สิ่งที่ภาครัฐยังควบคุมได้คือ ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าการตลาด (ค้าส่ง-ค้าปลีก) ภาครัฐควรเข้าไปดูราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นว่าสามารถปรับได้หรือไม่ เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของไทยมีการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริงของไทย ส่วนมาตรการระยะยาว ภาครัฐควรพิจารณาเรื่องการทำยุทธศาสตร์น้ำมันสำรอง ให้มีน้ำมันสำรองใช้ในประเทศในราคาที่เป็นธรรมในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่ทำยุทธศาสตร์น้ำมันสำรองยาวนานถึง 200 วัน เช่นเดียวกับไฟฟ้าที่ไทยควรจริงจังกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ไปใช้พลังงานจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เช่น พลังแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวลต่างๆ ที่จะมาทดแทนการใช้ LNG ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่และการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กรณีกาตาร์เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.การต่างประเทศกาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์ในการดูแลคนไทย และการอำนวยความสะดวกคนไทยเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย ฝ่ายกาตาร์ได้ย้ำถึงความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือและการดูแลคนไทยในกาตาร์ด้วย สำหรับที่อิหร่าน คนไทยอีก 1 ชุด จำนวน 8 คนที่ออกจากอิหร่านเดินทางผ่านตุรกี ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเช้าวันที่ 28 มี.ค.
เมื่อถามถึงการชุมนุมหน้าสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มี.ค. จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่านหรือไม่ นายปาณิดลกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด กระทรวงการต่างประเทศมีหลักปฏิบัติว่าจะต้องประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีนี้ตำรวจสันติบาลเข้าไปดูแลอารักขาสถานทูตนั้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ที่เป็นการสู้รบที่มีความละเอียดอ่อน แม้ไม่มีการชุมนุมประท้วงก็ดูแลสถานทูตที่เป็นคู่กรณีเป็นพิเศษอย่างดีอยู่แล้ว โดยรวมเท่าที่ทราบไม่มีเหตุรุนแรง คิดว่าทางการไทยรับมือได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องเคยดำเนินการและมีหลักปฏิบัติที่รองรับชัดเจน
"ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบความสัมพันธ์ไทยอิหร่าน เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยว คนละประเด็นกัน เพราะมีบางกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นการแสดงออก แต่ทางการไทยยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่านอยู่ ซึ่งมีการขอความช่วยเหลือจากอิหร่านตามที่ รมว.การต่างประเทศได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศอิหร่านเรื่องเรือและลูกเรือ" นายปาณิดลกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งัดสารพัดหั่นค่าครองชีพ! ‘กกพ.’ชงใช้878ล้านอุ้มFt
พณ.งัดมาตรการชะลอขึ้นค่าข้าวแกง หนุนข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย
‘ณรงค์’เชื่อมั่น เลือกเทศบาล! ปกติเรียบร้อย
กกต.โวจัดเลือกตั้งเทศบาล-นายกเทศมนตรี 297 แห่งไม่ซ้ำรอยเลือกตั้งใหญ่ “ณรงค์” บอกบรรยากาศเรียบร้อย
ไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น หลัง‘สงกรานต์’เข้าสู่ฤดู
“อธิบดีกรมวิทย์” ยันไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น แม้ WHO เตือนเป็นสายพันธุ์ต้องจับตา “หมอยง”
7-9เม.ย.แถลงนโยบาย
ภท.วางไทม์ไลน์แถลงนโยบาย 7-9 เม.ย. ดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ Thailand 10 Plus “
ขอโทษประชาชน ‘อนุทิน’ ขออภัยในความปั่นป่วนให้รอรัฐบาลใหม่วิ่งฉิว!
นายกฯ เปิดงาน Meet the Press “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ยกมือไหว้ขออภัยและขอโทษประชาชนที่ตัดสินใจ 15 วันแรกพยุงราคาน้ำมัน
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

