จ่อตั้ง‘อดีตรมต.’นั่งที่ปรึกษา

“ณัฐฏ์จารี” เผยประชุม ครม.นัดพิเศษอาจแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ เผย ขรก.การเมืองก็ต้องผ่านด่านหินเหมือน รมต. สะพัด! อนุทินจ่อตั้ง “อรรถพล-เพิ่มพูน” นั่งที่ปรึกษา   “พล.อ.ณัฐพล” อำลาเก้าอี้ รับไม่อยากรบแต่เมื่อสู้ต้องชนะ “ปิยบุตร” เผยธาตุแท้ ซัด “ไทยภักดี-เศรษฐกิจ” แน่จริงทำไมไม่คุ้ยงบสถาบัน-องค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ยังไม่ได้รับการประสานงานจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ คาดว่าจะได้รับหลังพิธีเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณตนของคณะรัฐมนตรี ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6 เม.ย.2569 ยืนยันว่าไม่ว่าจะกำหนดเป็นวันใด สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็พร้อมดำเนินการจัดการประชุม

ขณะเดียวกัน นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการ ครม. กล่าวภายหลังเข้าพบนายกรัฐมนตรีว่า เป็นการหารือเตรียมความพร้อมประชุม ครม.นัดพิเศษในวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งจะหารือเรื่องหลักๆ ถึงการเตรียมนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เม.ย. รวมถึงอาจแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ อย่างเลขาธิการนายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ซึ่งต้องรอดูว่าสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ส่งรายชื่อมาหรือยัง

“ตำแหน่งข้าราชการการเมืองขณะนี้ยังไม่มีการส่งรายชื่อมาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแต่อย่างใด โดยต้องตรวจสอบเข้มเช่นเดียวกับ ครม. ผ่าน 7 หน่วยงาน 14 ข้อ”

มีรายงานข่าวว่า นายกฯ เตรียมตั้งนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต รมว.พลังงาน และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีต รมว.ศึกษาธิการ เป็นที่ปรึกษานายกฯ ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งอีกว่า หลังแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาแล้ว จะประชุม ครม.นัดแรกวันที่ 11 เม.ย.

สำหรับ ครม.อนุทิน 2 ในส่วนของรองนายกฯ  และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ที่ห้องทำงานอยู่ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ส่วนใหญ่ลงตัวแล้ว โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ใช้ห้องทำงานเดิมที่ชั้น 4 โดยอยู่ชั้นเดียวกันกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ ซึ่งใช้ห้องเดิมของนายโสภณ ซารัมย์ อดีตรองนายกฯ และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ส่วนชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 เป็นห้องทำงานนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ซึ่งใช้ห้องเดิม ส่วนนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ใช้ห้องทำงานเดิมของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกฯ โดยมี 3 รมต.ประจำสำนักนายกฯ ประกอบด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมชั้น

ขณะที่ชั้น 2 เป็นห้องทำงานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ห้องทำงานเดิมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรองนายกฯ ขณะที่ชั้น 1 เป็นห้องทำงานของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ ซึ่งเคยเป็นห้องทำงานเดิมของนายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตรองนายกฯ ส่วนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เบื้องต้นห้องทำงานจะใช้ตึกสำนักนายกฯ ฝั่งตรงข้ามตึกสำนัก  สลค. ซึ่งได้มีการปรับปรุงใหม่ ขณะที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ซึ่งจะมานั่งเป็นประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ จะนั่งทำงานที่ตึกบัญชาการ 2

วันเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีต รมว.กลาโหม เข้ากระทรวงกลาโหม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และร่วมพิธีมุทิตาจิตอำลาตำแหน่ง โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และข้าราชการกระทรวงร่วมพิธี และมอบดอกกุหลาบอำลา

พล.อ.ณัฐพลได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาพูดไม่หมด เนื่องจากบางอย่างพูดไม่ได้ เพราะพูดแล้วจะเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง กองทัพ และทำให้ฝ่ายกัมพูชารู้วิธีคิดของเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องโดนด่า และถ้าไม่อยากโดนด่าก็ต้องพูด แต่เมื่อมันพูดไม่ได้ก็สมควรโดนด่า และยอมรับการถูกด่าด้วยความเข้าใจ ซึ่งดังนั้นก็ต้องรอเวลา เมื่อจบภารกิจก็หมดหน้าที่ไป

 “วิธีคิดที่ดีที่สุดของผมคือชนะโดยไม่ต้องรบ แต่เมื่อรบต้องชนะ ซึ่งจากเหตุการณ์ปะทะทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ก่อนการปะทะผมได้ไปพูดคุยกับ พล.อ.เตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ขอให้ถอนกำลังออกไป เพราะเราไม่อยากรบ หรือเอาเลือดเนื้อใครมาเสีย เพราะมองว่าใช้วิธีอื่นตัดสินได้ แต่เมื่อเขาไม่ถอนกำลัง เราก็ต้องเตรียมตัว และพร้อมรบ”

พล.อ.ณัฐพลกล่าวอีกว่า การปะทะครั้งที่ 1 ความพร้อมของเรายังไม่เต็มที่ จึงบอกกับทางกองทัพบกว่า เอาแค่นี้ก่อน แล้วกลับมาเตรียมความพร้อมให้พร้อม พอมาถึงการปะทะรอบที่ 2 ก็มั่นใจว่าพร้อม จึงปล่อยยาว จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งก็พอแล้ว จบภารกิจแล้ว นี่คือในทางการทหาร จึงอยากให้สื่อเข้าใจ

สำหรับความเคลื่อนไหวกรณีนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ และนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พาดพิงถึงการใช้ AI ในการเขียนอภิปรายวาระรายงานการเงินอุดหนุนกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ล่าสุดพรรคเศรษฐกิจได้ออกมาโพสต์ข้อความตั้งคำถามอีกครั้งว่า พรรคเศรษฐกิจประกาศยกเลิกบำนาญ สส. เมื่อวานนี้ในสภา ใครเห็นว่า สส.สามล้อถูกหวย ไม่ควรได้บำนาญ สส.เดือนละ 20,000-40,000 บ้าง ขอเสียงหน่อย

ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อยากเห็นผู้แทนราษฎรจากพรรคไทยภักดีและพรรคเศรษฐกิจตรวจสอบความเหมาะสม ความจำเป็น และความคุ้มค่าของงบประมาณที่จัดสรรให้หน่วยงานอื่นๆ บ้าง เช่น ศาลทุกศาล องค์กรอิสระ กองทัพ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน เอาให้ได้สักเศษเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ ตำแหน่งผู้ช่วย สส.ก็ยังดี เพราะทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง