หั่นดีเซล2บ./เติมเงินคนจน

นายกฯ เร่งตั้ง ศบก.ชุดใหม่ จ่อปิดปั๊มน้ำมัน 22.00-05.00 น. หลัง 20 เม.ย. "เอกนัฏ"   นั่งหัวโต๊ะ กบง. หั่นค่าการกลั่นดีเซล "B7-B20" 2  บาท/ลิตร เริ่ม 9 เม.ย. คาดหน้าปั๊มลด 2.14 บาท  พร้อมหารืออีกรอบกลางเดือนหวังลดราคาได้อีก  ปัดรับเงินบริจาคเอกชน ย้ำไม่ใช่รัฐอนาถา คลังชง ครม. 11 เม.ย. เคาะเติมเงินบัตรคนจน 1.3 พันล้านบาท อัดฉีดอุ้มกลุ่มรถบรรทุก-รถโดยสาร-วิน จยย.  1.6 ล้าน พ่วง พ.ร.ก.กู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมัน 1.5  แสนล้าน "คนละครึ่งพลัส" เฟส 2 รอ 21 เม.ย. ยันแจกมากกว่า 20 ล้านคน พ.ค.ได้ใช้สิทธิแน่

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการเรื่องของการออกมาตรการประหยัดน้ำมัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอที่จะใช้ในประเทศ ซึ่งจะต้องเร่งแต่งตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ขึ้นมา เพราะ ศบก.หมดวาระในรัฐบาลชุดที่แล้ว ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายรัฐบาล จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 เม.ย. เพื่อใช้อำนาจนายกฯ ในการมอบอำนาจไปยังคณะกรรมการดังกล่าว

เมื่อถามว่า การเปิด-ปิดปั๊มควรเป็นช่วงเวลาใด นายกฯ กล่าวว่า ตั้งใจไว้ว่าในช่วงที่ยังมีภาวะเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง รัฐบาลพยายามจะหาทุกมาตรการในการประหยัดพลังงานและใช้น้ำมันให้มีการควบคุมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งหากจะใช้มาตรการเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันช่วงเวลา 22.00-05.00 น. จะดำเนินการหลังวันที่ 20 เม.ย.นี้ หลังเทศกาลสงกรานต์ซึ่งประชาชนได้เดินทางกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว เป็นไปตามที่เคยกล่าวไว้ว่าในช่วงสงกรานต์ขอให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเยี่ยมบ้านด้วยความสะดวกมากที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้

ส่วนจะต้องมีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือคำสั่งเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า จะมีช่องทางแต่ละข้อสั่งการอยู่ ซึ่งจะใช้ช่องทางที่เราสามารถควบคุมได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมอบหมายให้กระทรวงพลังงานดูเรื่องค่าการกลั่น ได้มีการขีดเส้นเวลาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเร่งรัดและพูดคุยกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ตลอดเวลา

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กบง.ว่า ได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มโรงกลั่นในประเทศไทย โดยที่ประชุมมีมติให้ลดราคาค่าการกลั่น B7 และ B20 หน้าโรงกลั่น 2 บาทต่อลิตรทันที ซึ่งจะลดราคาโดยอ้างอิงจากราคาตลาดสิงคโปร์ โดยจะมีการร่างประกาศกระทรวงและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเร็วที่สุด ซึ่งที่ประชุม กบน. ในวันที่ 8 เม.ย. คาดว่าจะประกาศได้อย่างเป็นทางการ และกำหนดใช้ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ซึ่งหากมีการประกาศไปแล้ว ราคาหน้าปั๊มจะมีแนวโน้มลดลง โดยหากส่งผ่านราคา 100% ราคาหน้าปั๊มจะลดลง 2.14 บาท (เมื่อรวมภาษีแล้ว)

"ตัวเลข 2 บาทที่สั่งลดลง เนื่องจากเป็นราคาที่อ้างอิงจากเดือน มี.ค. ที่ราคาค่าการกลั่นสูงขึ้นไปถึง 7 บาทต่อลิตร จากปกติอยู่ที่ประมาณ 2-4 บาทต่อลิตร ซึ่งในตัวเลขที่เราดูแล้ว และไม่ใช่ว่าประกาศไปเสร็จโรงกลั่นจะขาดทุนทันที เพราะมุมมองในปัจจุบันที่ความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งโรงกลั่นผลิตเยอะ ขายได้เยอะ ก็จะยิ่งทำกำไรได้อยู่ดี แต่อาจจะกำไรลดลง แต่ก็จะยังเป็นกำไรที่เรียกว่าขาดทุนกำไร ซึ่งก็ต้องขอบคุณผู้ประกอบการโรงกลั่น เมื่อหารือแล้วและมีบางแห่งที่จะให้ความร่วมมือทันที โดย กบง.ยืนยันจะไม่ให้เกิดความขาดแคลน หรือมีผลกระทบต่อรายได้ในส่วนของการนำเงินไปใช้นำเข้าน้ำมันดิบของโรงกลั่นแน่นอน" นายเอกนัฏระบุ

จ่อหั่นอีกกลางเดือน

รมว.พลังงานกล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ที่ให้อำนาจ กบง.กำหนดราคาหน้าโรงกลั่น เพื่อลดภาระประชาชน และราคาหน้าปั๊ม ซึ่งเป็นเรื่องไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย โดยจะสามารถนำไปลดราคาหน้าปั๊มทั้งหมด หรือดึงไปลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ โดยจะมีการหารืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมีการหารืออีกครั้งในช่วงกลางเดือน เม.ย. เพื่อนำตัวเลขมาพิจารณาในรอบต่อไป ว่าจะกำหนดให้ลดมากยิ่งขึ้นกว่า 2 บาทหรือไม่ ตั้งแต่ 2-5 บาท และเป็นมาตรการในระยะนี้เพื่อติดตามความยืดเยื้อของสถานการณ์ราคาพลังงานต่อไป

ขณะที่แนวทางการขอเงินบริจาคจากเอกชน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2565 ต้องขอทำความเข้าใจว่า ไทยไม่ใช่รัฐอนาถา ที่จะมารอรับเงินบริจาคจากเอกชน แต่ก็อยู่ในมุมของความรับผิดชอบต่อสังคมหากหน่วยงานนั้นๆ ต้องการที่จะช่วยเหลือหรือส่งคืนเงินเข้ารัฐ แต่ไม่ชอบให้ใช้คำว่าบริจาค ซึ่งเมื่อมีการประกาศพระราชกิจจาฯ แล้ว น้ำมันทุกหยดที่ออกจากประเทศไทยจะต้องใช้ตามมาตรการนี้เท่านั้น หากใครไม่ทำตามจะมีโทษถึงจำคุก ซึ่งในอนาคตเราพร้อมเปิดให้มีการหารืออยู่ตลอดเวลา ถ้าลดลง 2 บาทแล้วมีปัญหามาคุยกันได้ว่าติดอะไร

"ในเรื่องการรับเงินจากเอกชนนั้น ยกตัวอย่างหากมีบางกลุ่มที่พร้อมที่จะช่วยเหลือ และมีบางกลุ่มที่ไม่พร้อม การเอาเงินของกลุ่มผู้ที่เห็นแก่ประเทศ มีความรับผิดชอบ ยินดีที่จะช่วย มารับผิดชอบภาระของกลุ่มที่ไม่เห็นใจไยดีได้หรือ เพราะฉะนั้นการดำเนินมาตรการนี้ เหมาะสมสุดแล้ว เพราะทุกกลุ่มจะต้องช่วยเหลือกัน แต่ยืนยันว่าต้องดูถึงศักยภาพของโรงกลั่นในการดูแลรายได้ในการซื้อน้ำมันดิบมากลั่น" รมว.พลังงานระบุ

นอกจากนี้ ได้ประสานงานไปที่สถานีบริการ เพื่อติดตั้งหัวจ่าย B20 ให้รถบรรทุกสามารถเติมได้ เพื่อลดต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค โดยจะมีการเร่งให้เปิดในปั๊มประมาณ 100 แห่งในถนนเส้นหลัก ให้มีปริมาณเพียงพอ และให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 เม.ย.นี้ รวมถึงยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อกำหนดราคา B20 ให้ชดเชยให้มากกว่า B7 เพื่อสนับสนุนกลุ่มรถบรรทุก และยังเป็นการสนับสนุนผลผลิตจากภาคเกษตรกรไทยผ่านการใช้ B20 และยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกัน

ที่กระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เม.ย.นี้  อนุมัติการวงเงินสำหรับรองรับ 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะมาตรการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 100 บาท จาก 300 บาท เป็น 400 บาท ซึ่งในส่วนนี้จะใช้งบประมาณ 1.3 พันล้านบาท และมาตรการดูแลระบบขนส่ง โดยให้การช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง วงเงิน 1.6 พันล้านบาท โดยมาตรการมีระยะเวลาดำเนินการ 30 วัน

เร่งเติมเงินทันสงกรานต์

 “ครม.นัดพิเศษได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการขออนุมัติใช้เงิน การขอเบิกเงิน ซึ่งจะต้องเสนอ ครม.ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ โดยในส่วนของมาตรการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น คาดว่าหลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้วจะเร่งดำเนินการในระยะเวลาที่เร็วที่สุด จะพยายามทำให้ได้ทันก่อนสงกรานต์ หรือภายในวันที่ 13 เม.ย.นี้ ตรงนี้เป็นการดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า” นายลวรณกล่าว

นอกจากนี้ จะมีการเสนอที่ประชุม ครม. เรื่องการขอให้กระทรวงการคลังออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยพยุงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศพิจารณาด้วย ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนในการช่วยให้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันฯ ติดลบแล้วราว 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในส่วนนี้ก็จะมีช่องว่างเหลืออีก 1 แสนล้านบาทที่สามารถรองรับได้

ส่วนเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนั้น กระทรวงการคลังก็ได้มีการเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนสุดท้ายเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะมีการหยิบใช้เครื่องมือนี้หรือไม่ แต่กระทรวงการคลังมองว่า ไม่ว่าจะเป็นกลไกของกองทุนน้ำมันที่ชดเชย 1 บาท กับการไม่ปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาทนั้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนก็เท่ากัน

 “ไม่อยากให้มองว่าภาษีเป็นยาวิเศษ ดังนั้นการจะใช้เครื่องมือแต่ละอย่างต้องระมัดระวังมากๆ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ที่การจัดเก็บรายได้ซึ่งมีเป้าหมายอยู่แล้ว อาจจะยากมากที่จะทำได้ตามเป้าหมาย ดังนั้นวันนี้เรามีวิกฤตพลังงานแล้ว ก็อย่าให้มันลุกลามจนกลายมาเป็นวิกฤตการคลังเพิ่มอีก ตรงนี้เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก แต่เรื่องภาษีเมื่อมีมติ ครม. เราก็เตรียมพร้อมไว้ให้ สุดท้ายอยู่ที่รัฐบาลจะสามารถเลือกได้ว่าจะใช้กลไก หรือเครื่องมือไหนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น นายลวรณกล่าวว่า ยืนยันและมั่นใจว่าโครงการจะสามารถใช้ได้ภายในเดือน พ.ค.2569 แน่นอน โดยได้เร่งเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับระบบและมิติต่างๆ เพื่อรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว แต่รายละเอียดของโครงการเป็นเรื่องที่ฝ่ายนโยบายจะต้องตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะในเรื่องจำนวนคนที่จะได้รับสิทธิ์ ซึ่งยืนยันในเบื้องต้นได้ว่าครั้งนี้จะครอบคลุมมากกว่า 20 ล้านคน ที่ได้เคยดำเนินการในรอบที่แล้วแน่นอน แต่คงไม่ได้ครอบคลุมถึง 50 ล้านคนตามที่มีกระแสข่าวออกมา

ในส่วนเรื่องงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะไปจัดหาวงเงินงบประมาณมา โดยเบื้องต้นได้มีข้อสั่งการให้จัดทำร่าง พ.ร.ก.โอนงบประมาณ จากแต่ละหน่วยงานราชการที่ไม่สามารถผูกพันงบประมาณได้ทัน งบเหลื่อมปี ซึ่งกรมบัญชีกลางได้รายงานตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 8.4 หมื่นล้านนบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะมีการปรับลดลงเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับวันตัดยอดการผูกพันงบประมาณ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณจะต้องหารือกันให้ชัดเจน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งพิจารณาว่าจะใช้เม็ดเงินดำเนินการเท่าไหร่อย่างไร โดยคาดว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 น่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาได้เร็วสุดภายในวันที่ 21 เม.ย.2569

 “มองว่าการออกเป็น พ.ร.ก. โอนงบประมาณ จะสามารถดำเนินการได้เร็วที่สุด หากเรื่องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. ก็มีผลใช้ได้เลย หากต้องรอออกเป็นร่างพระราชบัญญัติจะใช้เวลานาน แต่ตอนนี้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้” นายลวรณกล่าว

ที่ศาลากลางจังหวัดตราด นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาเกี่ยวกับเรือโดยสารประจำทางจังหวัดตราด ได้ประชุมด่วนพิจารณาค่าโดยสารทางผู้ประกอบท่าเรือเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก โดยที่ประชุมเห็นชอบปรับราคาอัตราราคาค่าโดยสารเรือเฟอร์รีเกาะช้างดังนี้ ผู้ใหญ่ 130 บาท (เดิม 80 บาท), เด็ก นักเรียน พระ 70 บาท (เดิม 30 บาท), รถจักรยานยนต์ 130 บาท (เดิม 40 บาท), รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 200 บาท (เดิม 80 บาท), รถยนต์ 4 ล้อ 280 (เดิม 120 บาท), รถยนต์ 6 ล้อ 1,000 (เดิม 450 บาท), รถยนต์ 10 ล้อ 1,600 บาท (เดิม 900 บาท), รถยนต์พ่วง 18 ล้อ 3,200 บาท (เดิม 1,800 บาท) ทั้งนี้ มีผลวันที่ 10 เม.ย.2569

สำหรับค่าโดยสารเรือเฟอร์รีเกาะกูด-เกาะหมาก ยังหาข้อสรุปไม่ได้ จะพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอลุยสางนายทุนตุนน้ำมัน รับคดีพิเศษ 9 เม.ย.

น้ำมันแพงในปัจจุบันเป็นปัญหาที่ไม่มีใครรู้สึกตลกด้วย เพราะรัฐบาลมีการปรับอัตราน้ำมันที่หน้าหัวจ่ายแบบวันต่อวัน ทำประชาชนไม่ได้ทันตั้งตัว ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำโดยกระทรวงยุติธรรม ผ่านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงต้องเร่งดำเนินสะสางคดีนี้ โดยเดิมพันด้วยผลประโยชน์นับพันล้านบาท เมื่อตัวเลขน้ำมัน 57 ล้านลิตร ที่หายไปกลางอ่าวไทย ไม่ได้เป็นเพียงความผิดพลาดทางบัญชี แต่คือร่องรอยของขบวนการ “กักตุนน้ำมันเพื่อโก่งราคา”