รมว.ยุติธรรมสั่ง “ดีเอสไอ" เร่งแกะรอยน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายกลางทะเล พร้อมชงคดีกักตุนน้ำมันเข้าบอร์ดคดีพิเศษ 9 เม.ย.นี้ แย้มเปิดปฏิบัติการตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่เพิ่มเติม ไม่ได้มีเพียงพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น "โฆษกดีเอสไอ" เผยวงประชุมร่วมฯ พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยว ขนมาจากโรงกลั่นในศรีราชา-ระยอง ลงภาคใต้ มั่นใจแกะรอยได้ เหตุต้องมีการลงทะเบียนเป็นหลักฐานสำคัญ
ที่กระทรวงยุติธรรม วันที่ 7 เมษายน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีการกักตุนน้ำมันว่า กรณีที่มีน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายไปกลางทะเล และต้องเร่งตรวจสอบว่าปลายทางไปที่ใดนั้น ยืนยันว่าเป็นการ Ship-to-ship คือเทียบจากเรือในการถ่ายโอนน้ำมันไปเรืออื่น ตอนนี้เราต้องพิสูจน์ทราบว่าไปที่เรือใดบ้าง โดยวานนี้ (6 เม.ย.) ตนได้สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนภายในเวลา 12.00 น.วันนี้ (7 เม.ย.) เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีปริมาณจำนวนน้ำมันที่หายไปกลางทะเลเท่าใด มีเรือกี่เที่ยวกี่ลำที่เข้ามาเกี่ยวข้องจนถึงปลายทาง ทั้งนี้ นอกจากในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ก็ยังมีพื้นที่ของ จ.ชุมพรและ จ.สงขลา ที่เราต้องทำต่อเนื่องไปด้วย
เมื่อถามว่า จะมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับเรือเหล่านี้อย่างไร เพราะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุเรืออาจจอดเสียหรือไปชะลออยู่กลางทะเลโดยไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นการกักตุนน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า เราพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายและทุกคน ซึ่งมันก็ต้องพิสูจน์ในส่วนที่ว่าการจอดเรือเสียมีความเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่หายไปกลางทะเลหรือไม่ เพราะน้ำมันที่หายไปมันมีปริมาณหลายแสนลิตร อย่างน้อยก็ต้องมีหลักฐานที่ใช้ยืนยันในส่วนนี้ให้ได้ ส่วนกรณีบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันคงคลัง 2,000,000 ลิตรดังกล่าวที่ตรวจพบ ไม่ได้เป็นการสต๊อกเพื่อเก็งกำไร แต่มีไว้เพื่อเตรียมจำหน่ายให้กับพาร์ตเนอร์ลูกค้าตนเอง ตนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งเขาก็มีหน้าที่ต้องนำหลักฐานมาชี้แจง เชื่อว่าดีเอสไอให้ความเป็นธรรมได้อยู่แล้ว
รมว.ยุติธรรมกล่าวอีกว่า กรณีโรงกลั่นที่มีจำนวน 6 แห่งในประเทศไทย เบื้องต้นตนและหลายหน่วยงานได้ไปตรวจสอบดูแล้ว พบว่าไม่พบข้อพิรุธ เพราะว่าโรงกลั่นมีความจำเป็นต้องระบายน้ำมันออกจากโรงกลั่นอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำมันไว้ได้ ส่วนกรณีเมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นถูกส่งไปถึงบริษัทคลังน้ำมัน เบื้องต้นยังเจอในกรณีของบริษัทคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี แต่ก็คงยังมีส่วนอื่นอีก ซึ่งก็ต้องมีการเปิดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป เพราะน่าเชื่อว่าอาจมีบริษัทคลังน้ำมันเจ้าอื่นที่มีลักษณะกักตุนน้ำมันสำหรับเก็งกำไร
ต่อข้อถามว่า กรณีที่พบความผิดปกติเรื่องกักตุนน้ำมันล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ มีความเกี่ยวข้องในเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ส่วนดังกล่าวคือการยกกรณีตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งก็มีในภาคอื่นด้วย อย่างที่มีการจับกุมแล้วไม่ว่าจะเป็นใน จ.อ่างทอง ใน อ.แม่สอด จ.ตาก หรือ จ.นครสวรรค์ เป็นต้น อีกทั้งเรื่องของระบบการขนส่ง ที่มีการลักลอบไปแถวภาคเหนือ แต่อันนี้ที่เราพูดกันคือแค่ส่วนเดียว ซึ่งก็มีในภาคอื่นเช่นเดียวกัน
“เร็วๆ นี้จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันอื่นๆ ตามที่หน่วยงานภาคีได้รายงานข้อมูลความผิดปกติมาให้รับทราบ ซึ่งเราก็ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป แต่เราต้องบอกก่อนว่าเขายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด" รมว.ยุติธรรมระบุ
พล.ต.ท.รุทธพลย้ำว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย.นี้ เราจะมีการประมวลรายละเอียดเรื่องการกักตุนน้ำมันทั้งหมดนำเสนอเข้าสู่บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เพื่อขอให้พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ โดยจะเน้นในเรื่องของปัญหาการกักตุนน้ำมัน ไม่ใช่แค่เพียงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีเพียงเท่านั้น แต่รวบรวมในทุกมิติที่ได้มีการตรวจสอบร่วมกัน โดยฐานความผิดเบื้องต้นที่จะรับไว้เป็นคดีพิเศษ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 พฤติกรรมแต่ละส่วนไม่เหมือนกัน จึงคาดว่าน่าจะมีกฎหมายฉบับอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า คดีสืบสวนการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร ในช่วงสถานการณ์ปรับลดอัตราชดเชยราคากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะถูกนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 9 เม.ย. เวลา 14.00 น. ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้าวงประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งมีการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ในการตรวจสอบจำนวนเที่ยวเรือที่มีการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ว่า วันนี้ได้มีการประชุมหารือร่วมกัน เพื่อที่จะได้นำข้อมูลตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบกัน เนื่องจากในขั้นตอนน้ำมันออกจากคลัง มันจะต้องมีใบกำกับการขนส่ง และจะต้องมีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิตต้นทาง เพื่อนำไปตรวจเช็กกับน้ำมันที่ไปถึงยังปลายทาง และจะได้นำข้อมูลตัวเลขทั้งหมดมาจัดทำตารางเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวเรือทั้งหมด รวมถึงจำนวนเรือ
"โดยเฉพาะปลายทาง จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ล่าสุดข้อมูลมีการปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น จากเดิมจำนวนเที่ยวเรือที่ 96 เที่ยวเรือ พบเพิ่มเป็น 99 เที่ยวเรือ จึงต้องเร่งนำเอาตัวเลขทั้งหมดมากระทบยอดกับปริมาณน้ำมัน ทั้งส่วนของน้ำมันดีเซลและเบนซิน ทั้งนี้ จำนวนเรือที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เราต้องนับจากช่วงเรือที่วิ่งเดินทาง เพราะมันก็มีข้อมูลว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยวเรือ จึงต้องแยกว่าในจำนวนทั้งหมด 99 เที่ยวเรือดังกล่าว มีการใช้เรือวิ่งทั้งหมดกี่ลำ ส่วนเรื่องน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตรวจสอบ เพราะเราจะต้องดูตัวเลขทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบกัน"
โฆษกดีเอสไอกล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่แล้วเที่ยวเรือที่เป็นเส้นทางหลักคือภาคตะวันออก โดยเฉพาะโรงกลั่นใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และใน จ.ระยอง จากนั้นจึงจะมีการเคลื่อนย้ายน้ำมันลงไปในพื้นที่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งยังมีประเด็นปลีกย่อยอีก แต่หลักๆ ก็สองแหล่งนี้
“ปกติแล้วระวางของเรือแต่ละลำจะไม่เท่ากัน เรือบางลำก็บรรทุกน้ำมันชนิดเดียว บางลำก็บรรทุกน้ำมันหลายชนิด จึงต้องเชิญหน่วยงานที่ควบคุม โดยเฉพาะอย่างกรมธุรกิจพลังงานและกรมสรรพสามิตมาดูยอดตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกัน ซึ่งเราก็ตรวจพบความผิดปกติว่าเรือบางลำมีการใช้เวลาในการวิ่งนานผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นทางจากภาคตะวันออกลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องนำไปขยายผล โดยการตรวจสอบจากเรือที่ได้มีการลงทะเบียนไว้ อย่างไรก็ดี เรือที่ใช้เวลาวิ่งกลางทะเลนานกว่าปกติ เราพบว่ามีทั้งสองแบบ คือบรรทุกทั้งน้ำมันชนิดเดียวและน้ำมันหลายชนิด" พ.ต.ต.วรณัน กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปราม‘อินฟลูฯ’ชายแดน อึ้งอาณาจักรสแกมเมอร์
“พล.ท.อดุลย์” ประเดิมเยี่ยมสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
9เม.ย.ยื่นศาลฟัน44ส้ม ‘เท้ง’ไม่หวั่นหยุดหน้าที่
ป.ป.ช.เร่งยื่นคำร้องคดี 44 สส.ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย. ปัดตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวการเมือง
หั่นดีเซล2บ./เติมเงินคนจน
นายกฯ เร่งตั้ง ศบก.ชุดใหม่ จ่อปิดปั๊มน้ำมัน 22.00-05.00 น. หลัง 20 เม.ย. "
ตีปี๊บ‘ไม่ไหวแล้ว’ ปชน.จัดทัพถล่ม‘รบ.อนุทิน2’สภาเคาะอภิปราย32ชม.ครึ่ง
"สภา" เคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย. รวม 32 ชั่วโมงครึ่ง ฝ่ายค้านได้เวลา 14.30 ชม.
ดีเอสไอ พบพิรุธเรือขนส่งน้ำมันไปสุราษฎร์ เพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยว สอบคดีกักตุนน้ำมัน
โฆษกดีเอสไอ เผยวงประชุมร่วม ธุรกิจพลังงาน-สรรพสามิต พบพิรุธเที่ยวเรือขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 99 เที่ยวจาก 96 เที่ยว เหลือนำข้อมูลมากระทบยอดกับจำนวนเรือทั้งหมด แง้ม พบความผิดปกติส่วนใหญ่ของเรือขนส่งน้ำมันมักมาจากภาคตะวันออกก่อนลงสู่ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี
‘ภท.’โตขึ้นตลอด จับมือไปด้วยกัน ปชป.ลุยงาน12ด.
ภท.คึกคัก ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “จุลพันธ์” อวยพรให้เป็นปีที่ดีเดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง

