9เม.ย.ยื่นศาลฟัน44ส้ม ‘เท้ง’ไม่หวั่นหยุดหน้าที่

ป.ป.ช.เร่งยื่นคำร้องคดี 44 สส.ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย. ปัดตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวการเมือง “หน.เท้ง” ลั่นพร้อมชนทุกสถานการณ์แม้โดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ำยิ่งโดนกลั่นแกล้งยิ่งทำให้คนไม่พอใจ ด้าน “กรวีร์”   เผยให้ สส.หารือความเดือดร้อนในเวลา 9  โมงเช้าตามเดิม

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรงกรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า  ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งถ่ายเอกสารประกอบการพิจารณาส่งคำร้อง จำนวน 56 ชุด จำนวนหลายหมื่นแผ่น เพื่อส่งให้องค์คณะศาลฎีกาและฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา โดยในวันที่ 9 เม.ย. เจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ฝ่ายเลขาธิการ ถ้าเห็นว่าเอกสารประกอบคำร้องต่างๆ มีความครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกาได้ในวันที่ 9  เม.ย. แต่ถ้าเอกสารต่างๆ จะไม่สมบูรณ์ครบถ้วน  อาจต้องขยับการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน  ยืนยัน ป.ป.ช.เร่งทำงานเต็มที่ ถ้ามีความพร้อมจะยื่นทันทีในวันที่ 9 เม.ย.แน่นอน

เมื่อถามว่า หาก ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวันที่ 9 เม.ย. จะตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาพอดี นายสุรพงษ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน หากมีการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาในวันดังกล่าวจริง ตามกระบวนการเป็นแค่การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จากนั้นศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะเพื่อตรวจสอบและพิจารณาคำร้องจาก ป.ป.ช. ก่อนจะมีคำสั่งจะรับคำร้อง และให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ ซึ่งยังไม่รู้จะเป็นวันใด เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกา 

ทางด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า  เท่าที่รับทราบมากระบวนการปกติ โดยเฉพาะหากติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลควรจะรับคำร้องหรือมีคำสั่งว่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ควรจะพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนที่จะหยุดสงกรานต์จริง ตนคิดว่าพื้นฐานข้อเท็จจริงรวมถึงกระบวนการเร่งรัดหากเกิดขึ้นจริง คนที่มีอำนาจในการกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ ตนคิดว่าไม่ควรทำ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาบล็อกการอภิปรายในส่วนของพรรคประชาชน ในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภาให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ เรื่องคดี 44 สส. โดยภาพรวมตนสื่อสารมาโดยตลอดอยู่แล้วว่าผิดต่อหลักการที่ สส.มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมาย  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามอย่างชัดเจน ขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมายในการสกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งคุณทำแบบนี้เท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม ฉะนั้นคิดว่าความชอบธรรมของรัฐบาล ที่รัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ  ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนหนึ่งต้องพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างมีความชอบธรรม และตนเข้าใจดีว่าเรื่องคดี 44 สส. เป็นกระบวนการ ในส่วนขององค์กรอิสระ และอยู่ในส่วนของศาลฎีกา แต่ในอีกมุมหนึ่งสังคมก็กำลังตั้งคำถามว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล มีอิทธิพลที่สามารถกำกับองค์กรอิสระ  เพราะมีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ รวมถึงสภาบนและสภาล่าง ฉะนั้นในส่วนนี้เราไม่อยากให้มีกระบวนการที่เร่งรัด เพราะสังคมอาจตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

เมื่อถามว่า หากมีคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งออกมาในวันอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงตอบแทนศาลไม่ได้ว่าอยากเห็นคำสั่งออกมาหน้าตาแบบไหน แต่เชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และอยากให้ศาลให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย  เพราะเห็นได้ชัดว่าคดีนี้เป็นคดีทางการเมือง ทั้งนี้  เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ และในพรรคได้คิดไว้ในกรณีเหตุเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในวันไหน เตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเต็มที่

วันเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ถึงแนวทางการปรึกษาหารือปัญหาที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนของ สส. ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม หลังประธานสภาฯ อยากให้เริ่มในเวลา 08.00 น. ว่าจากการหารือในส่วนนี้ทุกพรรคมีความเห็นตรงกันว่าการปรึกษาหารือของสมาชิกให้เริ่มที่เวลา 09.00 น. โดยมีเวลาปรึกษาหารืออยู่ที่ 1 ชั่วโมง 30 นาที เหมือนที่เคยปฏิบัติมา โดยเริ่มจากการประชุมสภาฯ วันที่ 8 เม.ย.นี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง