"สภา" เคาะแถลงนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย. รวม 32 ชั่วโมงครึ่ง ฝ่ายค้านได้เวลา 14.30 ชม. วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึงตี 2 "โสภณ" ฝันหวานสภายุคนี้ไม่มีประท้วง “เท้ง” วางธีม “พอแล้วไม่ไหวแล้ว” จัด 20 ขุนพล ปชน. ชำแหละปมร้อน "ฝุ่น PM 2.5-น้ำมัน” จี้รัฐบาลเปิดไอ้โม่งใครกักตุน ดักคออย่าหาฝ่ายค้านซักฟอก “ปชป.” ตามบี้หยุดเอื้อประโยชน์นายทุน หันมาดูแลชาวบ้าน “อนุทิน” เมินโดนจองกฐิน บอกตอนนี้มันหน้าผ้าป่า วางคิวเสร็จแถลงนโยบาย 11 เม.ย. ถก ครม.นัดแรกทันที “รัฐมนตรีหนู 2” ทยอยเข้ากระทรวง “มท.1” กำชับผู้ว่าฯ ต้องอยู่ในพื้นที่ช่วงสงกรานต์ การันตี “3 รมช.มหาดไทย” สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จวานซืน ลั่นไม่มีกระดาษวัด KPI ทุกคนพร้อมทำงานเพื่อ ปชช.
ที่รัฐสภา วันที่ 7 เม.ย.2569 เวลา 09.30 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญตัวแทนวิปทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม วุฒิสภา (สว.) มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ส่วนตัวแทน ครม.คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือการจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 เม.ย. โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 2 ชั่วโมง
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายโสภณ ประธานสภาฯ หัวเราะหลังผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมในวันแถลงนโยบายรัฐบาลจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายใช่หรือไม่ พร้อมกล่าวว่า “ไม่มี สภายุคนี้ไม่มีการประท้วง”
จากนั้นนายกรวีร์แถลงผลการประชุมว่า จากการประชุมเพื่อหาข้อยุติวันเวลาในการแถลงนโยบายรัฐบาล ได้ข้อสรุปว่า จะมีการแถลงนโยบายในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ ซึ่งในวันที่ 9 เม.ย. จะเริ่มในเวลา 08.30-02.00 น. ของคืนวันที่ 10 เม.ย. เริ่มประชุมใหม่ในเวลา 08.00 และจบในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 10 เม.ย. รวมเวลาทั้งหมดอยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยแบ่งเป็นประธานในที่ประชุมได้เวลา 1 ชม. นายกฯ ได้เวลาในการแถลงนโยบาย 1.30 ชม. ครม.ได้ 6 ชม. วุฒิสภา (สว.) ได้ 4 ชม. พรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 5.30 ชม. และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลา 14.30 ชม.
นายกรวีร์กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบก็ควรมีเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะให้นายกฯ รวมถึง ครม.มีเวลาที่มากพอสมควรชี้แจงข้อซักถามและอธิบายนโยบายต่างๆ ของแต่ละกระทรวง เพื่อให้ประชาชนได้มีความเข้าใจถึงนโยบายที่กำลังจะออกมา ดังนั้นเวลาที่เพิ่มมาให้กับทั้งสองฝ่ายก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย
ถามว่า การจัดสรรเวลาที่ออกมานั้นฝ่ายค้านเห็นด้วยหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ฝ่ายค้านตกลงในเวลาที่ได้จัดสรร เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาเวลาที่เรากำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็น 29 ชม.หรือ 30 ชม. ถึงเวลาจริงก็เกินเวลามาทุกครั้ง ทั้งนี้ กรอบเวลาที่กำหนดมาแทบจะเกินเวลาแล้ว หากมากไปกว่านี้คงจะไม่ไหว เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าเวลาที่แต่ละฝ่ายได้ไปก็ไปควบคุมเวลาของฝ่ายตัวเองเพื่อไม่ให้เกินเวลา ทำให้การทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้เวลาของสภาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ซักว่าประธานสภาฯ ได้กำชับเรื่องความเรียบร้อยในการประชุมอย่างไรบ้าง นายกรวีร์กล่าวว่า ประธานได้แสดงความเป็นห่วง จึงได้ย้ำถึงเนื้อหาสาระที่จะอภิปราย รวมไปถึงช่วงเวลาการประท้วงต่างๆ ให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อยู่ในกรอบการอภิปราย เพราะถ้าหากเกิดการประท้วงเวลาที่แต่ละฝ่ายประท้วงก็จะหักของฝั่งนั้น ซึ่งตนคิดว่าเพื่อนสมาชิกอยากจะเห็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทั้ง ครม. รัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึง สว. เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่างๆ มีประสิทธิภาพมากที่สุด
เท้งวางธีมชำแหละนโยบายรบ.
ด้านนายวุฒิชาติกล่าวว่า สว.ได้รับการจัดสรรเวลาเหมือนเดิม 4 ชม. หลังจากเรียกร้องขอเพิ่มเติม เนื่องจากมี สว.ลงชื่ออภิปรายถึง 70 คน เบื้องต้นเตรียมที่จะนัดประชุมวิปวุฒิสภาในวันที่ 8 เม.ย. เพื่อกำหนดประเด็นในการอภิปราย และผู้อภิปรายเพื่อตกลงว่าผู้อภิปรายตามจำนวนที่ได้ลงชื่อไว้ลดความซ้ำซ้อนในประเด็นอภิปราย เพื่อให้มีเวลาการอภิปรายเพิ่มขึ้น
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลว่า เรามาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรค ปชน.พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกัน มีการเกิดขึ้นทุกปี
“2 ประเด็นนี้เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคปชน.ได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน” นายณัฐพงษ์กล่าว
ถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรค ภท.ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลพยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบาย ตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรค ปชน.ก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร
ซักว่ากังวลหรือไม่ว่าฝั่งรัฐบาลจะมองฝ่ายค้านใช้เวทีนี้เป็นเวทีซักฟอก หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า คิดว่าเวทีในสภาทุกเวทีคือเวทีซักฟอกรัฐบาลอยู่แล้ว แต่จะเป็นการซักฟอกหนักแบบอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือซักฟอกแบบปกติที่เราต้องตรวจสอบรัฐบาลทุกวัน ตนคิดว่าเป็นกลไกธรรมดาของรัฐสภาที่เราต้องใช้กลไก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ถาม การอภิปราย หรือในคณะกรรมาธิการ ในการซักฟอกรัฐบาลทุกอันอยู่แล้ว ซึ่งดูที่เนื้อหาเชื่อว่าผู้อภิปราย 20 คนของพรรคเตรียมเนื้อหาการอภิปรายมาอย่างดี แบ่งพาร์ตกันมาอย่างดี ไม่มีการอภิปรายซ้ำซ้อนแน่นอน
“ผมคิดว่าเราทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา หากจะมีการใช้ข้อบังคับหรือเทคนิควิธี เพื่อที่จะพยายามตีรวน กระบวนการในสภาเราเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้น วิธีการตอบโต้ แต่ผมไม่อยากให้เวทีสภาที่ประชาชนรอรับฟังว่ารัฐบาลมีนโยบายอะไรบ้าง ตอบโจทย์หรือไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายกลายเป็นว่าสมาชิกรัฐสภาในฐานะที่จะต้องตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาล มาทะเลาะกันเอง ไม่อยากให้เวทีนี้เป็นเวทีที่ประชาชนติดตามแล้วรู้สึกว่ารัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเอง” หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าว
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง และรองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า พรรคได้รับจัดสรรเวลา 1.40 ชม. จึงได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ ไม่แบ่งเวลาแบบเบี้ยหัวแตก แต่จะเน้นการอภิปรายแบบเจาะลึก เน้นเนื้อหาให้ครบถ้วนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้จริง โดยคอนเซปต์ของเราชัดเจน รัฐบาลต้องไม่เอื้อนายทุนจนละเลยความเดือดร้อนของชาวบ้าน สส.ของพรรคจะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาและจี้ให้รัฐบาลทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
นายกฯ นัดถกครม.11 เม.ย.
วันเดียวกัน รัฐมนตรีหลายคนต่างเดินทางเข้ากระทรวงอย่างเป็นทางการ ภายหลังการเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเวลา 07.47 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายพลพีร์ สุวรรณฉวี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ 3 รมช.มหาดไทย เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ
นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสงกรานต์นี้ ตั้งศูนย์ข้อมูลรวบรวมสถานการณ์สถานีน้ำมันของจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความมั่นใจว่าสถานีบริการมีความพร้อมตลอดเวลา และตรวจตราป้องกันเรื่องของการลักลอบกักตุน ตลอดจนต้องรายงานหากเกิดปัญหาให้ทางส่วนกลางรับทราบ เราต้องทำให้ประชาชนสามารถใช้การสัญจรไปมาในช่วงสงกรานต์อย่างเต็มที่
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการวาง KPI (ดัชนีชี้วัดผลงานหลักหรือความสำเร็จของงาน) ทั้ง 3 รัฐมนตรีหรือไม่ว่า ทุกคนต้องทํางานอย่างหนัก เพราะทั้ง 3 ท่านมาถึงจุดนี้ ก็ต้องผ่านการพิสูจน์ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ความทุ่มเท ความเสียสละ ความพร้อมในการทํางาน จึงได้รับการพิจารณาให้มาดํารงตําแหน่งที่สําคัญก็คือ รมช.มหาดไทย ฉะนั้น KPI จะไม่มีเป็นแผ่นกระดาษ ถ้าล้าเมื่อไหร่ก็ต้องพักเมื่อนั้น ซึ่งทั้ง 3 ท่านก็อยู่ในช่วงวัยและมีความพร้อมทำงานเสียสละให้ประชาชนอย่างเต็มที่
ถามว่า สั่งวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สําหรับ 3 ท่านนี้จะต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืน เพราะทํางานร่วมกับตนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เป็นทั้งเลขานุการของตนมาก่อน เป็นทั้งลูกพรรคภูมิใจไทย เป็นทั้งผู้ที่ตนมอบหมายให้รับผิดชอบในพื้นที่ดูแลประชาชน
พอถามในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะตีแผ่วิกฤตประเทศไทยในเงื้อมมือรัฐบาลอนุทินที่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตนและพวกพ้องอย่างไร นายกฯ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ฝ่ายค้านได้เริ่มมีการจองกฐินอภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้ว นายกฯ กล่าวว่า “ตอนนี้มันหน้าผ้าป่า ไม่ใช่หน้ากฐิน” ก่อนจะขึ้นรถเพื่อไปทำเนียบรัฐบาลต่อทันที
ต่อมาเวลา 17.20 น. นายอนุทินเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกฯ โดยนายอนุทินกล่าวว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เรียบร้อยหรือไม่ ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงร่างแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ครม.มีมติส่งร่างนโยบายไปยังรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.แล้ว
เมื่อถามว่า รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายวันที่ 9-10 เม.ย.แล้ว จากนั้นวันที่ 11 เม.ย. จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์ จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องเตรียมพร้อมในทุกส่วน และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถามว่า ช่วงสงกรานต์นายกฯ จะไปไหน นายอนุทินกล่าวว่า วนอยู่แถวนี้ ดูให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันไม่ขาดช่วง ได้รับทราบมาว่ามีการเตรียมวางแผนการเตรียมน้ำมัน หากมีการใช้แบบปกติทั่วไปพอแน่นอน ช่วงนี้ต้องประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าใช้จ่าย จึงให้ ครม.ใช้รถของตัวเองให้มากที่สุด ยิ่งใครมีรถยนต์ไฟฟ้าก็ให้เอามาใช้ ช่วยกันประหยัด หากใครพร้อมได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดเรื่องมลพิษต่างๆ ด้วย
รัฐมนตรีทยอยเข้ากระทรวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ ขับรถยนต์ไฟฟ้าออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายอนุทินได้หยุดรถแล้วลดกระจกพูดคุยกับชายวัยกลางคนที่ยืนถือป้ายข้อความว่า “ท่านนายกฯ ครับ ช่วยจับคนโกงเงินประชาชน เมื่อท่านรู้แล้วทำไมจึงนิ่งเฉยแบบนี้ คนจนต้องการเงินที่ส่งไปแล้วขอคืนด้วยครับ”, “ท่านอย่าปกป้องคนโกงเงินคนจน มีรายชื่อทำไมไม่จับ” ซึ่งพบว่ามายืนเกือบทุกวัน โดยนายอนุทินได้สอบถามว่าได้ทำเรื่องเข้ามาแล้วหรือยัง ชายคนดังกล่าวจึงตอบว่า “ทำเรื่องไว้แล้ว แต่มันเงียบ” นายอนุทินจึงกล่าวตอบไปอีกว่า “กลัวเป็นลมเป็นแล้ง ยืนทั้งวันเลยหรือ” ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ยืนทุกวันเลยครับ ผมต้องการความถูกต้อง เพราะชาวบ้านเดือดร้อน” จากนั้นนายกฯ ได้ขับรถเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลา 08.19 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ รวมทั้งคาดว่าหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น จะมีการแต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เพิ่มอีก 2 คน พรรค พท.จะเสนอชื่อ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ส่วนพรรค ภท. เวลา 14.30 น. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต พรรค ภท. เดินทางมาส่งประวัติตรวจสอบ พร้อมระบุว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ชวนให้มาช่วยงานรัฐบาล โดยได้รับมอบหมายในตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่มีวิกฤตพลังงานของประเทศ การจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ขอฝากให้ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง และผู้บริหารกระทรวง ช่วยกันทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ตอนนี้ไม่มีชั่วโมงการฮันนีมูนหรือเก็บเกี่ยวความสุข
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางเข้าทำงานวันแรก มีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมให้การต้อนรับ โดยนายวราวุธกล่าวว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เม.ย. สำหรับอุตสาหกรรมยุคนี้จะเดินด้วย ONE MIND คืออุตสาหกรรมเป็นหนึ่งเดียว และได้บอกข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมไปว่า เตรียมเปลี่ยนรองเท้าหนังเป็นรองเท้าผ้าใบ วิ่งลุยงานไปด้วยกัน และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วง
ส่วนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรกที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมประชุมหารือเร่งด่วน นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและฝุ่น PM 2.5 โดยนายยศชนันเตรียมสรุปแนวปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม. 11 เม.ย.นี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปราม‘อินฟลูฯ’ชายแดน อึ้งอาณาจักรสแกมเมอร์
“พล.ท.อดุลย์” ประเดิมเยี่ยมสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
DSIลุยแกะรอย ใกล้ถึง‘ไอ้โม่ง’ เร่งรับคดีพิเศษ
รมว.ยุติธรรมสั่ง “ดีเอสไอ" เร่งแกะรอยน้ำมัน 57 ล้านลิตรหายกลางทะเล
9เม.ย.ยื่นศาลฟัน44ส้ม ‘เท้ง’ไม่หวั่นหยุดหน้าที่
ป.ป.ช.เร่งยื่นคำร้องคดี 44 สส.ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย. ปัดตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวการเมือง
หั่นดีเซล2บ./เติมเงินคนจน
นายกฯ เร่งตั้ง ศบก.ชุดใหม่ จ่อปิดปั๊มน้ำมัน 22.00-05.00 น. หลัง 20 เม.ย. "
‘ภท.’โตขึ้นตลอด จับมือไปด้วยกัน ปชป.ลุยงาน12ด.
ภท.คึกคัก ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “จุลพันธ์” อวยพรให้เป็นปีที่ดีเดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง
‘พิพัฒน์’ลาออกPT23ปี รมว.ยธ.ย้ำน้ำมันหาย!
"อนุทิน" จิบกาแฟคุย "พิพัฒน์" ไม่กังวลกระแสบอยคอตปั๊ม PT ถามกลับลาออกมากี่ปีแล้ว

