
ศปถ.สรุปอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 4 วัน 755 ครั้ง ชุมพร-เชียงรายมากสุด เจ็บ 705 คน ตาย 154 ราย ขับเร็ว-เมาแล้วขับสาเหตุหลัก "พิพัฒน์" เผยประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะกว่า 10 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อน ตร.ขอบคุณประชาชนเคร่งครัดกฎจราจร สถิติอุบัติเหตุลดลงกว่า 25%
เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 13 เม.ย. ว่า เกิดอุบัติเหตุ 237 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 คน ผู้เสียชีวิต 51 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ ระหว่าง 10-13 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 755 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 705 คน ผู้เสียชีวิตรวม 154 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 43 จังหวัด
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.77 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.43 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.93 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 75.53 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01-18.00 น. ร้อยละ 20.25 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี และ 30-39 ปี ร้อยละ 17.82
นายยศพลกล่าวว่า จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ชุมพรและเชียงราย จังหวัดละ 12 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ชุมพร 13 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานีและเลย จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 34 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 8 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 22 จังหวัด
นายยศพลระบุว่า ศปถ.กำชับให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยพื้นที่เล่นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยว โดยบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเคร่งครัด พร้อมกวดขัน ห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น การนั่งหรือยืนบนท้ายกระบะ การใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน หากฝ่าฝืนคำเตือนให้ประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ดำเนินคดีเพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่มีความเสี่ยงขับขี่ยานพาหนะออกจากพื้นที่จัดงาน
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า ปริมาณรถในพื้นที่ยังคงมีมาก ทั้งที่เดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์ และบางส่วนที่เริ่มเดินทางกลับ กทม. หรือที่ตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ศปถ.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายหลักที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้พิจารณาตั้งจุดตรวจจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม ป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย
อธิบดี ปภ.ยังย้ำให้สำนักงานขนส่งจังหวัดให้ตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท และความพร้อมของรถและพนักงานขับรถที่มีการใช้งานต่อเนื่องหลายวัน โดยพนักงานขับรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และควรหยุดพักการขับขี่เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที ทุก 4 ชั่วโมง พร้อมเข้ารับการตรวจ ณ จุดตรวจ (Check Point) ตามกำหนด และแนะนำให้ผู้โดยสารร่วมสังเกตความผิดปกติของพนักงาน
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากข้อมูลศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC) จำนวน 79 แห่งทั่วประเทศ พบว่า วันที่ 12 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอุบัติเหตุ 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยเกิดขึ้นใน จ.ภูเก็ตและชลบุรี จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 กรณี ขณะที่ยอดสะสม 3 วัน ระหว่าง 10-12 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอุบัติเหตุรวม 7 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
น.ส.ลลิดากล่าวว่า สำหรับการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 12 เม.ย. มีการให้บริการรวม 2,218 ราย ประกอบด้วย บริการข้อมูลท่องเที่ยว/เส้นทาง 2,113 ราย ประสานงานช่วยเหลือผ่านสายด่วน 3 ราย รับแจ้งเหตุของหาย 6 ราย ประสานงานช่วยเหลืออื่นๆ 96 ราย ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่สำคัญ พร้อมบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-13 เม.ย. สะสม 4 วัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 เม.ย. เวลา 08.00 น. พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 10,326,204 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.61 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45.13 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ทางอากาศขาออก 202,912 คน, ภาคใต้ ทางราง 127,098 คน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางถนน 145,390 คน, ภาคเหนือ ทางถนน 78,414 คน และภาคตะวันออก ทางถนน 80,095 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 957,984 คน สำหรับการจราจรเข้า-ออก กทม. บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 3,929,088 คัน ลดลงร้อยละ 1.95 และการเดินทางภายใน กทม.บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 5,037,814 คัน ลดลงร้อยละ 6.12
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 4 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 697 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 661 คน เสียชีวิต 109 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 442 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 63 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 378 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 504 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 72 จ.เลย มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 6 คน ขณะที่ กทม. เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 35 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 29 ผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 4 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 30 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ไม่มีรายงานอุบัติเหตุ
แนะเส้นทางเลี่ยงกลับกรุง
นายพิพัฒน์คาดการณ์ว่า ประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้า กทม. ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. จึงได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยังคงคุมเข้มการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10-19 เม.ย. เพื่อเตรียมพร้อมระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนเดินทางกลับได้อย่างอุ่นใจ ในระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ โดยต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่มีการโก่งราคา ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานยังคงร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
รองนายกฯ ระบุว่า ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางกลับในช่วงท้ายของวันหยุดเทศกาล โดยเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ได้เสริมขบวนรถด่วนพิเศษที่ 6 สถานีเชียงใหม่-กรุงเทพอภิวัฒน์ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 974 สถานียะลา-กรุงเทพอภิวัฒน์ 2 ขบวน และในวันที่ 14, 15 และ 17 เม.ย.ในเส้นทางสายเหนือ สายอีสานและสายใต้ อีกวันละ 1 ขบวน และยังคงดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุ สำหรับกรมการขนส่งทางราง มีการเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
รองนายกฯ เปิดเผยอีกว่า กรมเจ้าท่ามีการเฝ้าระวังความปลอดภัยในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมท่าเรือต่างๆ รวมถึงคลองแสนแสบ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวก และประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินเรือแก่ประชาชน อีกทั้งกำชับผู้ควบคุมเรือให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และใช้ความเร็วตามข้อกำหนด
นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบทได้แนะนำ 4 เส้นทางเลี่ยงขากลับเข้า กทม. เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้สัญจร 4 เส้นทาง ดังนี้ 1.เส้นทางเลี่ยงการจราจรตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางเลี่ยง ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.362 (ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี) เดินทางต่อจนถึงคลองชลประทาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ สบ.3021 เดินทางต่อไปจากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.33 (แยกร่องแซง) เดินทางต่ออีกจนถึงทางเข้า M6 ด่านหินกอง เพื่อมุ่งหน้า กทม.
2.เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.24 ช่วงประโคนชัย-นางรอง จ.บุรีรัมย์ เริ่มจาก ทล.24 แยกประโคนชัย เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2445 แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ บร.4054 เดินทางต่อไปจะบรรจบกับ บร.5053 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ บร.4013 และเลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.224 เดินทางต่อจนถึงตัวเมืองละหานทราย และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.2120 ไปบรรจบกับอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเดินทางเข้าสู่ช่องตะโก- ภาคตะวันออกต่อไป
รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า 3.เส้นทางเลี่ยงการจราจร ทล.323 (ถนนแสงชูโต) ช่วงท่าม่วง-ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เริ่มจาก อ.ท่าม่วง ทล.323 (ถนนแสงชูโต) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3084 เดินทางต่อไป เลี้ยวขวาเข้าสู่ กจ.4097 เดินทางต่อบนถนนเลียบคลองชลประทาน และตรงยาวในเส้นทาง กจ.3106 จากนั้นเลี้ยวซ้ายแยกท่าเรือเข้าสู่ ทล.3081 เดินทางต่อจนถึงทาง M81 ด่านท่าเรือ เพื่อมุ่งหน้า กทม.
และ 4.เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนมิตรภาพ ช่วงขอนแก่น-นครราชสีมา เริ่มจากรังสิต ทล.2 (ถนนมิตรภาพ) เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.2246 เดินทางต่อไปเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ นม.4058 เดินทางต่อจะบรรจบกับ ทล.2150 ตรงไปผ่าน อ.ขามสะแกแสง จะบรรจบ ทล.205 ที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เดินทางต่อไปเพื่อเข้าสู่ ทล.290 และจะถึงทางเข้า M6 ด่านขามทะเลสอ เพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.สระบุรีต่อไป
สถิติอุบัติลดลงกว่า 25%
รองนายกฯ ระบุว่า ส่วนการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ถึงวันที่ 16 เม.ย. เวลา 24.00 น. และทางพิเศษอุดรรัถยา เฉลิมมหานคร และศรีรัช ถึงวันที่ 15 เม.ย. เวลา 24.00 น. นอกจากนี้ ยังได้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง 3 เส้นทาง ได้แก่ M7 (กทม.-เมืองพัทยา) M9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน-บางพลี และตอนพระประแดง-บางแค ช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน) และ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ถึงวันที่ 16 เม.ย.
อีกทั้งเปิดให้ใช้เส้นทาง M6 ตลอดเส้นทาง จากบางปะอิน-นครราชสีมา โดยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง จะให้ใช้เป็นขาเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-19 เม.ย. และช่วงปากช่อง-นครราชสีมา ใช้เป็นขาเข้าเช่นกัน และเปิดให้ใช้เส้นทาง M82 จากแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 10 กิโลเมตร
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมกันรักษาวินัยจราจร ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และร่วมรักษากฎจราจร ทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ และเสียชีวิต ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 25% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และการบังคับใช้กฎหมายจราจร มีส่วนสำคัญในการลดพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนน ส่งผลให้อุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลงอย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.อ.สำราญเปิดเผยว่า สถิติการบังคับใช้กฎหมาย 4 วัน ของการควบคุมเข้มข้นทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10-13 เม.ย. ผู้กระทำผิดใน 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ มียอดรวมทั้งสิ้น 291,809 ราย โดยเป็นความผิดใน 5 ข้อหาเน้นหนัก ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย 67,636 ราย, ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 59,076 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 16,565 ราย, ขับรถขณะเมาสุรา 11,166 ราย โดยพบกระทำผิดซ้ำ 114 ราย และขับรถย้อนศร 8,906 ราย
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้กำชับให้ทุกหน่วยยังคงเดินหน้าดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะในพื้นที่ถนนสายรอง ชุมชน และบริเวณจัดงานที่มีประชาชนหนาแน่น ซึ่งเป็นจุดที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง เพื่อให้การสัญจรของประชาชนเป็นไปอย่างปลอดภัยและคล่องตัว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 5 ข้อหาเน้นหนัก เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและความสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ขณะที่ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ตำรวจจราจรและตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ ได้ระดมกำลังเตรียมพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจร และช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเต็มกำลัง ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันรักษาวินัยจราจร ย้ำว่าสนุกได้เต็มที่ในวันสงกรานต์ แต่หากดื่มต้องไม่ขับ เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุทางถนน และบรรลุเป้าหมาย สงกรานต์ปลอดภัย ส่งทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย
หากต้องการแจ้งอุบัติเหตุจราจร หรือสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เพจ Facebook 1197 สายด่วนจราจร, เพจตำรวจทางหลวง หรือโทร.สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน.ขวางคนละครึ่งพลัส!
“ศิริกัญญา” ค้าน “คนละครึ่ง” ชี้ ปชช.เงินหมดแล้ว ต้องเร่งเยียวยาไม่ใช่กระตุ้น ศก. จี้เพิ่มเงินบัตรคนจน ลั่นร้อยเดียวไม่พอ หวั่นหลังสงกรานต์ของแพงพุ่งซ้ำวิกฤต ขณะที่เด็กพรรคส้มบี้
‘อธิบดีปกครอง’ ลงดาบฟ้องหมิ่น ‘สมชัย-2กูรูไอที’
กกต.เชิญนักกฎหมายมหาชนเป็นพยานสู้คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด “อธิบดี ปค.” แจ้งความฟัน “สมชัย-2 ผู้เชี่ยวชาญไอที” บอกกรมการปกครองถูกแฮกเกอร์เจาะข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านชื่อรั่วไหล
‘ฉก.นราธิวาส’ ปัดเอี่ยวยิงสส. ส้มจี้เขี่ยมทภ.4
"แม่ทัพภาค 4" แจงวาทะ "ไม่ปล่อยให้รอด" ไร้เจตนาข่มขู่ ยกยุทธวิธีอธิบาย หากมืออาชีพต้องการเอาชีวิตจริงต้องบรรลุ แต่นี่กลับรอดโดยไม่มีรอยขีดข่วน
เตือนเคารพอธิปไตย ผู้นำจีนออกโรงปมตอ.กลาง/ทรัมป์ปูดอิหร่านอยากเจรจา
“ทรัมป์” โวมีเรือผ่านฮอร์มุซสูงสุดหลังขาสกกองทัพสหรัฐปิดล้อม ปูดอิหร่านติดต่ออยากเจรจาอย่างมาก ลั่นไม่ขอโทษพาดพิงโป๊ป “อิหร่าน”
นายกฯหนู โพสต์ภาพครอบครัว เผยวันเกิดแม่ตรงวันผู้สูงอายุ ได้มากราบอวยพรแบบ Hybrid ทุกปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพครอบครัวร่วมกันมอบพวงมาลัยให้แก่นายชวรัตน์และนางทัศนีย์ ชาญวีรกูล บิดาและมารดา เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลตามประเพณีไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์
รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่งานสงกรานต์สีลม-ข้าวสาร ภาพรวมเรียบร้อย
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ บริเวณถนนข้าวสารและถนนสีลม กรุงเทพมหานคร

