ปลื้ม‘สงกรานต์’เงินสะพัดทั่วไทย

นายกฯ มอบ “นรสิงห์ปราบมาร”  พร้อมแจกคาถาหลวงปู่มั่นแก่สื่อทำเนียบฯ เป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ "วราวุธ” รดน้ำดำหัว "ประภัตร" ระบุเป็นขุนพลของพ่อบรรหาร-เสาหลักเพื่อคนสุพรรณบุรี โฆษกรัฐบาลโวนานาชาติยกย่อง “สงกรานต์ไทย-มรดกโลก-เวิลด์อีเวนต์” สะท้อนพลังวัฒนธรรม ดึงความสนใจทั่วโลก ใครก็เคลมไม่ได้ ปลื้ม “สงกรานต์  2569” เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 เมษายน ภายหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุม Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ผ่านระบบประชุมทางไกลที่ตึกไทยคู่ฟ้า ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ก่อนที่จะเริ่มให้สัมภาษณ์นั้น นายกรัฐมนตรีได้ถือโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันปีใหม่ของไทย มอบองค์นรสิงห์ปราบมาร ครบรอบ 66 ปี การสถาปนาการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้แก่สื่อมวลชน พร้อมกับแจกคาถาบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยนายกฯ ระบุว่า “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” ขอให้สวด 9 จบ ซึ่งเป็นคาถาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง

จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ปีนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลจะไม่มีการจัดพิธีรดน้ำดำหัว เพราะจะเป็นการรบกวนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในการจัดเตรียมงาน ก่อนจะพูดติดตลกว่า ตนเองยังไม่ถึงวัยที่จะให้รดน้ำดำหัว

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี แจกเงินสดแก่ผู้สูงอายุเนื่องในวันผู้สูงอายุ นายอนุทินเอามือมาปิดหูทั้งสองข้าง ทำท่าอ้าปาก และชี้ไปที่หูก่อนจะบอกว่า  ตอนเด็กๆ แม่ด่าเราก็จะทำแบบนี้ บอกว่าหูอื้อไม่ได้ยิน

ทั้งนี้ นายกฯ ยังทิ้งท้ายหลังให้สัมภาษณ์อีกว่า หลังจากนี้ยังจะคงให้สัมภาษณ์เพียงสัปดาห์ละครั้ง

ที่บ้านทรงไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เข้ารดน้ำดำหัวขอพรนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทย บรรยากาศเป็นไปอย่างชุ่มฉ่่ำ โดยนายวราวุธกล่าวขอบคุณผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องชาวศรีประจันต์ที่มาจากหลายพื้นที่  ซึ่งเป็นกำลังสำคัญเป็นเอฟซีของนายประภัตร ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่พวกเรามารวมตัวกันเพื่อขอพรปีใหม่ มาขอพรจากผู้ใหญ่ที่เราเคารพ มารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เป็นเสาหลักของสุพรรณบุรี ปีนี้ยังโชคดีตัดสินใจเดินทางถูก 2 คนอาหลานทำงานให้กับประเทศไทย ให้กับจังหวัดสุพรรณบุรีได้ต่อเนื่อง

“คนที่ชื่อประภัตรเป็นขุนพลเอกของพ่อบรรหารมาหลายสิบปี ตั้งแต่ผมจำความได้ มาจนถึงวันนี้อาประภัตรของหลานก็ยังไม่เปลี่ยน ยังเป็นเสาหลักให้กับพวกเราชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร และเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา คอยดูแลพวกเราชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอศรีประจันต์ อายุไม่ต้องพูดถึง เพราะแต่ละปีที่มาคนชื่อประภัตร ไม่เคยแก่ลงเลยสักปีเดียว" นายวราวุธกล่าว

ด้านนายประภัตรกล่าวว่า 51 ปีเราไม่เคยทิ้งกัน เราปฏิบัติแบบนี้กันมาหลายสิบปี นายวราวุธก็มาแบบนี้ทุกปี แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเคารพ อย่างที่นายวราวุธพูดว่าเราเป็นอาหลาน เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

“ผมอยู่ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร พัฒนาเมืองสุพรรณบุรีมาด้วยกันตลอด จนบัดนี้เป็นที่ยอมรับ วันนี้เป็นวันมหามงคล เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันสงกรานต์ของไทย ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีสุขภาพแข็งแรง มั่นคงยั่งยืน และรวยๆๆ กันทุกคน สาธุ รวยไม่ไหวแล้วใช่ไหม" นายประภัตรกล่าว

นานาชาติยกย่องสงกรานต์

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก  สะท้อนพลังของสงกรานต์ไทย ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนาน โดยปีนี้มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย

รวมทั้งสื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters  Euronews และ Xinhua เน้นรายงานและภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย  ขณะที่สื่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย  

นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย  The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม  "10 กฎ" สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล

ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

น.ส.รัชดากล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ นายกฯ ชื่นชมความสำเร็จของการจัดงานสงกรานต์ ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน

ปลื้มเงินสะพัดทั่วไทย

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานหลัก มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 91 จุดทั่วกรุง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานใน 6 สถานที่สำคัญรวมกว่า 558,561 คน โดย “สงกรานต์สยาม 2569” ที่สยามสแควร์ ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมงาน 183,544 คน รองลงมาคือถนนสีลม และไอคอนสยาม สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในเขตเมือง ขณะเดียวกันจังหวัดในภาคกลางยังคงเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์  ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป  ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง”  อย่างเข้มแข็ง จังหวัดเชียงใหม่จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6-17 เมษายน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นกับ “ถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11-15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

"แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกภูมิภาค สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนขยับยุติสงคราม ผู้นำหลายชาติแห่ไปหารือสันติภาพ/ทรัมป์ยันเจรจาอีก

"ทรัมป์" ยืนยันการเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ขณะที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะเริ่มการเจรจาโดยตรง ส่งผลหุ้นดีดตัวขึ้นทันที ส่วนราคาน้ำมันดิบลดลงเนื่องจากคลายความกังวลกับสงคราม จับตาการทูต

5วันดับ191ศพ กางแผนรับมือ กลับเมืองกรุง

ศปภ.กางแผนรับมือคลื่น ปชช.แห่กลับเมืองกรุง คุมเข้มดื่มแล้วขับ จับจริง พร้อมเปิดช่องทางพิเศษบริหารความปลอดภัย ขณะที่ฉลองสงกรานต์ 5 วัน ตายพุ่ง 191 ศพ เมาขับเกือบทะลุ 4 พันคดี

โว ‘พลัส’ มากกว่าครั้งที่แล้ว

นายกฯ ร่วมประชุม AZEC ย้ำความร่วมมือพลังงานภูมิภาคดันเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ชี้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสเข้าถึง Net Zero เร็วกว่าที่ตั้งเป้า พร้อมปรับสภาพ-หาพลังงานทางเลือกเพื่อให้เกิดความมั่นคง

นายกฯขู่ฟันขรก.เกียร์ว่าง ปช.โยงคนสั่งยิงกมลศักดิ์

นายกฯ เข้มก่อนไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ศุกร์นี้ เตือนหากเกียร์ว่าง สถานการณ์ไม่ดีขึ้น เด้ง-ย้าย-เปลี่ยน ไม่ไว้หน้า ต่อให้เป็นระดับผู้บัญชาการก็ไม่เว้น "พรรคประชาชาติ" บ่นยับผิดหวังผู้นำประเทศเปลี่ยนแผนไม่ไปบ้าน "สส.กมลศักดิ์" จุดกราดยิง เปลี่ยนไปบ้านวันนอร์แทน ย้ำมีหลักฐานเด็ดโยงมือปืน-ผู้สั่งการ

นายกฯหนู ย้ำหลังจากนี้จะให้สัมภาษณ์เพียงสัปดาห์ละครั้ง

นายกฯ มอบ "นรสิงห์ปราบมาร" พร้อมแจกคาถาหลวงปู่มั่น แก่สื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ทำท่าอ้าปากปิดหู บอก ”หูอื้อไม่ได้ยิน“ หลังถูกถามปม “ชาดา” แจกตังค์ วันผู้สูงอายุ