
"วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลา อวย “นายกฯ หนู” เหมาะเป็นผู้นำ มั่นใจทำงานครบเทอม 4 ปี พาประเทศฟื้น โพลชี้ “ศุภจี” แรงนิยมพุ่ง ตามด้วย “เสี่ยหนู” และ “อ.เชน” ด้านคดี 44 สส .“หมอวาโย” คาด ป.ป.ช.ถูกแก้คำร้องมิชอบ เล็งฟ้องศาลฎีกาชี้ข้อบกพร่อง “โสภณ” ยังรอ ปชน.เคาะผู้นำฝ่ายค้านฯ ส่งมา ด้านเด็กพรรคส้มโต้ขออย่าพูดส่งๆ โยนบาปให้
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2569 ที่บ้านศรียะลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเดินทางเข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการและสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว พร้อมรับประทานอาหารร่วมกัน
ภายหลังรับประทานอาหารเสร็จ นายวันมูหะมัดนอร์ได้กล่าวขอบคุณคณะนายกรัฐมนตรีว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมและร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน พร้อมระบุว่า ตนรู้จักและเคยร่วมงานกับนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2544 รวมระยะเวลากว่า 25 ปี จึงทราบดีว่าเป็นคนจริงจังในการทำงาน และเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาในหลายด้าน
พร้อมกันนี้ยังชื่นชมคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าเป็นนโยบายที่กระชับ ชัดเจน ไม่เน้นความเป็นวิชาการหรือถ้อยคำหรูหรา แต่เป็นนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการศึกษา โดยเชื่อว่าหากรัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องครบวาระ 4 ปี สถานการณ์ของประเทศจะดีขึ้น
โพลชี้คนหวังเห็นผลงานศุภจี
สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง "ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน" โดยได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9-12 เม.ย.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ รัฐมนตรีชุดใหม่กลุ่มใดเป็น "ความหวัง" มากที่สุด? 50.8% มองว่ายังไม่มีกลุ่มใดที่เป็นความหวังอย่างชัดเจน สูงที่สุด รองลงมา 37.2% มีความหวังกับกลุ่มรัฐมนตรีคนนอกซึ่งมีประสบการณ์การบริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน, 6.8% มีความหวังกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก, 3.2% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วมีประสบการณ์การบริหาร และ 2.0% มีความหวังกับกลุ่มที่เคยเป็น สส.มาหลายสมัย รู้ปัญหาประชาชนในพื้นที่
รัฐมนตรีว่าการ ใน ครม.ชุดใหม่ที่ชื่นชอบมากที่สุด 24.2% ระบุยังไม่มี "รัฐมนตรีว่าการ" ที่ชื่นชอบ/ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น สูงสุด รองลงมา 14.4% ชื่นชอบ "นางศุภจี สุธรรมพันธุ์" รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, 11.5% ชื่นชอบ "ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ, 9.5% ชื่นชอบ "นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ 8.0% ชื่นชอบ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย
ความคาดหวังจะเห็นผลงานของรัฐมนตรีว่าการท่านใดมากที่สุด คำตอบสูงสุดยังเป็น "ไม่รู้จัก/ไม่มีความเห็น" (19.5%) แต่ในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกจับตามองมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ "นางศุภจี สุธรรมพันธุ์" (13.5%) ได้สัดส่วนสูงสุด ตามด้วย "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" (11.5%), "ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" (6.4%), "นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์" (6.3%), และ "นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" (5.5%)
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ว่า ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแล้ว โดยทางพรรคจะส่งทนายความไปรับฟังคำสั่งศาลในวันดังกล่าวด้วย ส่วนทิศทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีอยู่ 3 ทาง คือ 1.ไม่ประทับรับฟ้องเลย 2.ศาลประทับรับฟ้องโดยที่ไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือศาลอาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ 3.ศาลสั่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม
นพ.วาโยกล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่าผลลัพธ์มีโอกาสออกทางที่ 3 มากที่สุด เพราะคำร้องของ ป.ป.ช.ยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์ เอกสารประกอบท้ายคำร้องยังส่งไม่ครบ และพวกตนยังพบว่ามีข้อบกพร่องบางประการค่อนข้างร้ายแรง ซึ่ง ป.ป.ช.อาจกระทำการละเมิดกฎหมาย โดยเราจะยื่นคำร้องในส่วนนี้ให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย
นพ.วาโยกล่าวว่า ในช่วงวันที่ 24-26 เม.ย. พรรคประชาชนมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และเบื้องต้นมีวาระเรื่องตำแหน่งกรรมการบริหาร ถือเป็นเรื่องบังเอิญ ดังนั้นต้องรอดูคำสั่งศาลว่าจะเป็นอย่างไร อาจส่งผลถึงการประชุมของพรรค อย่างไรก็ตาม เราเตรียมรับมือในทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยืนยันว่าเราไม่ได้กังวล เราต่อสู้เต็มที่
44 สส.ดิ้นสู้ทุกข้อกล่าวหา
เมื่อถามว่า หากศาลประทับรับฟ้อง ทางพรรคจะต่อสู้กับข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.อย่างไร นพ.วาโยกล่าวว่า เรามีข้อต่อสู้ใหญ่ 3 ข้อ คือ 1.ข้อต่อสู้ตามหลักการว่า อำนาจตุลาการไม่สามารถมาล่วงละเมิดการพิจารณาเนื้อหาของฝ่ายนิติบัญญัติได้ 2.ข้อต่อสู้เฉพาะบุคคล เพราะแม้ว่าทั้ง 44 คนจะถูกเหมารวมเป็นสำนวนเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็ถูกกล่าวหาด้วยวิธีการเฉพาะตัวด้วย ดังนั้นต้องมีการสืบเจตนาและพฤติการณ์เฉพาะตัวกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีเจตนาหรือไม่อย่างไร 3.อำนาจของ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงกระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมด ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเราจะขอให้ศาลสั่งยกคดีทั้งหมด หรือย้อนกระบวนการพิจารณาใหม่
ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กล่าวถึงกระบวนการทูลเกล้าฯ ถวายชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ว่า ยังไม่ดำเนินการในขั้นตอนใด เพราะต้องรอให้ทางพรรคประชาชนแจ้งชื่อมายังตนถึงจะดำเนินการต่อไปได้ อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่มีการประสานใดๆ มาจากทางพรรคประชาชน
ทั้งนี้ นายโสภณกล่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์หน้าตนจะดำเนินการประชุมพรรคการเมืองเพื่อจัดสรรกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ จำนวน 35 คณะ เพื่อให้การแต่งตั้ง กมธ.แล้วเสร็จโดยเร็ว จะได้ทำงาน
อย่าพูดส่งๆ ปมตั้งผู้นำฝ่ายค้าน
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่ายังไม่สามารถดำเนินการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ เนื่องจากต้องรอการแจ้งชื่อจากพรรคประชาชน
นายณัฐชากล่าวว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีบรรทัดฐานการปฏิบัติจากประธานสภาฯ ในอดีตอย่างชัดเจน หากยังมีข้อสงสัย ก็ควรศึกษาข้อมูลและยึดแนวทางของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งมาก่อน ไม่ใช่ให้สัมภาษณ์ในลักษณะ “พูดส่งๆ” ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรนำประเด็นคดีของ 44 สส. มาเป็นเหตุให้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญล่าช้า
“พรรคประชาชนมีหัวหน้าพรรคชัดเจนอยู่แล้วคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ได้หายไปไหน และไม่มีขั้นตอนพิเศษใดที่พรรคต้องดำเนินการเพิ่มเติม หากประธานสภาฯ จะเดินหน้าตามกระบวนการก็สามารถดำเนินการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องโยนความรับผิดชอบมาที่พรรคประชาชน” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวย้ำว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ เป็นกลไกสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ดังนั้นการปล่อยให้เกิดความล่าช้า ย่อมกระทบต่อประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ไม่ใช่เพียงประเด็นทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าที่จะมีการจัดสรรกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ 35 คณะ พรรคประชาชนยืนยันว่ามีความพร้อมในการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตรวจสอบ เพื่อผลักดันและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายณัฐชากล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนกระบวนการของสภาเป็นหน้าที่โดยตรงของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสามารถดำเนินการเสนอชื่อผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้ทันที เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏชัดอยู่แล้วว่าพรรคฝ่ายค้านมีหัวหน้าพรรคครบถ้วน ทั้งนี้ อย่าปล่อยให้ขั้นตอนพื้นฐานของรัฐสภากลายเป็นอุปสรรคทางการเมือง เพราะสุดท้ายผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มหาดไทยหนุนพาณิชย์ ส่งรถพุ่มพวง3,800คัน
กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ
ทรัมป์โว!ตอ.กลางใกล้จบ
เริ่มแล้วข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน “ทรัมป์” ฟุ้งเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำ 2 ประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมโวใกล้มากแล้วที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
5คลังน้ำมันเตรียมหนาว ดีเอสไอรอเช็กพันกักตุน
ดีเอสไอลุยสอบ 3 กรณีกักตุนน้ำมัน พร้อมคุ้ยกรณีน้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ฯ กว่า 60 ล้านลิตร 5 คลังเตรียมหนาว! “ยุทธนา” รอข้อมูลตำรวจหากพบมีเอี่ยวแยกเป็นรายละคดี
‘ขอโทษประชาชน’ ‘อนุทิน-มทภ.4’ยืดอกรับ/ลั่นลุยแก้ปัญหาความไม่สงบ
นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่ จว.ชายแดนใต้ แม่ทัพภาค 4 ขอโทษประชาชน “อนุทิน” โดดป้อง พูดไม่ครบถ้วนทำให้พลาด ลั่นเดินหน้าแก้ปัญหาความไม่สงบ ปิดห้องคุย “วันนอร์-กมลศักดิ์” ปมถูกกราดยิง ด้าน ตร.เร่งล่าคนร้ายที่เหลือ
ปิดฉากสงกรานต์ ปลื้มยอดรวมลด! 7วัน‘ดับ’242ราย
ปิดศูนย์ 7 วันอันตรายสงกรานต์ สถิติอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน เสียชีวิต 242 ราย มี 10 จังหวัดตายเป็นศูนย์ กรุงเทพฯ แชมป์ตายมากสุด 21 ราย “ผบ.ตร.” ให้คะแนนลูกน้องเต็มสิบ
'อนุทิน' สวมเสื้อลายดอก เปิดงานวันไหลบางเบิดชุมพร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาถึงท่าอากาศยานชุมพร เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “วันไหลบางเบิด” ณ บริเวณชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยนายกรัฐมนตรี

