5คลังน้ำมันเตรียมหนาว ดีเอสไอรอเช็กพันกักตุน

ดีเอสไอลุยสอบ 3 กรณีกักตุนน้ำมัน พร้อมคุ้ยกรณีน้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ฯ กว่า 60 ล้านลิตร 5 คลังเตรียมหนาว!  “ยุทธนา” รอข้อมูลตำรวจหากพบมีเอี่ยวแยกเป็นรายละคดี

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าสอบสวนกรณีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า เบื้องต้นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 จะสอบสวนการกักตุนน้ำมัน 3 กรณี คือ 1.บริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2.กรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) และ 3.กรณีเรื่องสืบสวนที่ดีเอสไอร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และภาคีเกี่ยวข้อง กรณีมีเรือวิ่งรับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีน้ำมันล่องหนกลางทะเล 57-60 ล้านลิตร โดยพบจำนวนเที่ยวเรือเกี่ยวข้อง 99 เที่ยว และนอกจากนี้จะได้ทยอยรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษอีก โดยเฉพาะเกี่ยวกับการสอบสวนบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงข่าว

“กรณีร่วมสืบสวนสอบสวนกับ ศรชล. ซึ่งพบความผิดปกติของเที่ยวเรือที่รับน้ำมันจากโรงกลั่นในภาคตะวันออกและแล่นไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติ 3 ลักษณะ คือ 1.ตรวจพิกัดการเดินของเรือพบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือของเรือ 12 ลำจาก 8 บริษัท วิ่งช้ากว่าปกติ และใน 20 เที่ยวเรือนี้มี 10 เที่ยวเรือที่ปิดสัญญาณระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ 2.บริษัทคลังน้ำมันดังกล่าวรับน้ำมันไปปริมาณเท่าใดและระหว่างทางมีน้ำมันไปแจกจ่ายที่ใดบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างนำตัวเลขมาตรวจสอบเปรียบเทียบ และ 3.กรณีคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี มีพฤติกรรมประวิงการจำหน่าย ประวิงการส่งมอบน้ำมัน หรือปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันหรือไม่”

พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวต่อว่า ส่วนปริมาณน้ำมันที่ล่องหนกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี 57-60 ล้านลิตรนั้น พบมี 10 บริษัทเกี่ยวข้อง ขณะที่กรณีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ใน จ.อ่างทอง ที่ถูกตำรวจ ปคบ.ดำเนินคดีนั้นอยู่ในเครือของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือที่รู้จักกันในวงการว่า เสี่ยตือ คอสโม่ หรือไม่นั้น ตามที่ได้รับสำนวนมาเบื้องต้นก็พบว่าบริษัท ทริลเลี่ยนฯ ถูกดำเนินคดีปลอมปนน้ำมัน แต่เมื่อมีมติ กคพ.จึงได้รับโอนเรื่องมาสอบสวนขยายผลว่าน้ำมันที่อยู่ในคลัง จ.อ่างทอง เป็นน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนฯ หรือเป็นน้ำมันของคลังที่เป็นบริษัทที่อยู่ในพระราม 2 ที่มีชื่อของบุคคลดังกล่าวหรือนิติบุคคลรายใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบคดีพิเศษที่ 59/2569 ได้ออกหมายเรียกพยานเป็นผู้บริหารบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือ 12 ลำ หลังพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันล่าช้า ในจำนวน 20 เที่ยวเรือ มาเริ่มการสอบสวนปากคำในสัปดาห์หน้า ขณะที่วันนี้ได้เข้าพบผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอข้อมูลหลังลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีพฤติการณ์กักตุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ปริมาณ 2.1 ล้านลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลมาแล้วจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันดังกล่าวต่อไป นอกจากนี้ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.อ่างทอง ตรวจสอบกรณีขายน้ำมันเกินราคาและขายน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน ซึ่ง บช.ก.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาว่าจะเสนอรับเป็นคดีพิเศษด้วยหรือไม่

               สำหรับกรณี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงตรวจพบ 5 คลังน้ำมันมีพฤติการณ์ผิดปกติ แบ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และบริษัทคลังน้ำมัน ตามมาตรา 10 จำนวน 2 แห่งที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่จ่ายน้ำมันออกไปนั้น พ.ต.ต.ยุทธนายืนยันว่า จากการรับฟังข้อมูลของตำรวจ พบว่าเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่มีพฤติการณ์กระทบต่อระบบเศรษฐกิจและกระทำในลักษณะกระบวนการ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับโอนมาสอบสวนเป็นคดีพิเศษ โดยถ้าหากในแต่ละคลังไม่มีความเชื่อมโยงกันต้องแยกเป็น 5 เรื่อง 5 กรณี ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างประสานงานรับโอนสำนวน

ขณะเดียวกัน กรณีพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินคดีกับบริษัท พีซี สยามปิโตรเลียม จำกัด ความผิดฐานกักตุนสินค้าควบคุม เมื่อวันที่ 4 เม.ย.นั้น ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและผู้เสียหายแล้ว เบื้องต้นมีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่ามีการกักตุนและประวิงเวลาตามที่ผู้เสียหายแจ้งความ แต่เนื่องจากเป็นคดีดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงจะส่งมอบสำนวนการสอบสวนให้ดีเอสไอในวันที่ 20 เม.ย.นี้

วันเดียวกัน นายอนันต์ วงศ์ซิ้ม สรรพสามิตพื้นที่ตราด รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเรือยนต์ชื่อ ส.สุภาพร 5 หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนน้ำมันผิดกฎหมายเข้ามาในเขตน่านน้ำไทย ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือ ป.เกษมศิริ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และตรวจสอบภายในเรือ พบน้ำมันเถื่อน (ดีเซล) บรรจุอยู่ในถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 19 ถัง รวมปริมาตรน้ำมันทั้งสิ้น 3,800 ลิตร โดยผู้ต้องหาสารภาพว่าซื้อน้ำมันดังกล่าวมาในราคาลิตรละ 28-30 บาท โดยไม่มีเอกสารการเสียภาษีหรือหลักฐานทางกฎหมายมายืนยัน ซึ่งซื้อมาจากกลางทะเล มีเรือลำใหญ่เป็นผู้ขาย โดยใช้วิธีลำเลียงใส่เรือเล็กอีกลำก่อนจะมาส่งต่ออีกที  ส่วนน้ำมันที่ซื้อมานั้นจะนำไปใช้สำหรับการทำประมง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งนายสุรชัย รื่นจิตต์ อายุ 62 ปี ที่เป็นเจ้าของเรือรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยินยอมชำระค่าปรับตามระเบียบ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางไปเปรียบเทียบปรับ 5 เท่าคือ น้ำมัน 3,800 ลิตร x ภาษี 7.44 บาท เป็นเงิน 28,272 บาท บวกค่าปรับ 5 เท่า เป็นเงิน 141,360 บาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มหาดไทยหนุนพาณิชย์ ส่งรถพุ่มพวง3,800คัน

กรมการปกครองเด้งรับสั่งปุ๊บทำปั๊บ อธิบดีสั่งด่วน ปลัดจังหวัด-นายอำเภอทั่วประเทศ ให้สนับสนุนรถพุ่มพวงของ ก.พาณิชย์ 3,800 คัน วิ่งขายของถูกทั่วไทย กลุ่มสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันโวยมาตรการคุมส่งออกทำเกษตรกรเดือดร้อนรายได้ลดฮวบ

ทรัมป์โว!ตอ.กลางใกล้จบ

เริ่มแล้วข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน “ทรัมป์” ฟุ้งเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างผู้นำ 2 ประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมโวใกล้มากแล้วที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

ปิดฉากสงกรานต์ ปลื้มยอดรวมลด! 7วัน‘ดับ’242ราย

ปิดศูนย์ 7 วันอันตรายสงกรานต์ สถิติอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน เสียชีวิต 242 ราย มี 10 จังหวัดตายเป็นศูนย์ กรุงเทพฯ แชมป์ตายมากสุด 21 ราย “ผบ.ตร.” ให้คะแนนลูกน้องเต็มสิบ

คะแนนนิยมศุภจีแรง

"วันนอร์” เปิดบ้านศรียะลา อวย “นายกฯ หนู” เหมาะเป็นผู้นำ มั่นใจทำงานครบเทอม 4 ปี พาประเทศฟื้น โพลชี้ “ศุภจี” แรงนิยมพุ่ง ตามด้วย “เสี่ยหนู” และ “อ.เชน” ด้านคดี 44 สส .“หมอวาโย” คาด ป.ป.ช.ถูกแก้คำร้องมิชอบ