"นันทนา" นำ สว.อิสระผนึกกำลังล่าชื่อตามรธน. ม.236 ตั้ง กก.ไต่สวนสอบกรรมการ ป.ป.ช. ทนไม่ไหวคดี “ศักดิ์สยาม” ศาล รธน.วินิจฉัยว่าซุกหุ้นแต่กลับเชื่อไม่มีความผิด ทำให้ CPI ตกต่ำ ด้าน “หมอเปรม” เรียก “พี่โสภณ” อย่าให้วงจรอุบาทว์เข้ามาแทรกแซง อย่าฟังอำนาจมืดที่ผ่าน "สีน้ำเงินคอนเนกชัน" ขู่หากไม่ส่งต่อ ปธ.ศาลฎีกาอาจจ่อขยายผลสอบ ปธ.รัฐสภาด้วย ขณะที่ “ศรีสุวรรณ” ยื่นผู้ตรวจฯ ชงศาล รธน.วินิจฉัยปม ป.ป.ช.ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลฯ หรือไม่
ที่รัฐสภา เวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. รวมถึง สว.อิสระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
น.ส.นันทนากล่าวว่า จากบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากย้อนกลับไปในคดีต่างๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ป.ป.ช.ก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดีของนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รมว.วัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซียไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช. 3 คนพัวพันสินบน ทองคำหนัก 246 บาท ไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหน ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช.เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด
"นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช. ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช.เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 สส.ที่ ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกลุ่ม สว. อิสระจึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย สส. ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยต้องมี สส. และ สว.รวมกัน 1 ใน 5 หรือ 140 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน"
น.ส.นันทนากล่าวว่า นี่คือช่องทางเล็กๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้มีการตรวจสอบ จึงหวังว่าประธานรัฐสภาจะไม่ดึงเช็งดึงเรื่อง แล้วใช้ดุลพินิจในการไม่ส่งเรื่อง พร้อมหวังว่าประธานรัฐสภาจะรีบนำคำร้องนี้ไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช.ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน
"ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาฯ ใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว และขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้นการแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้องประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อยแต่ดีกว่าถูกปิดกั้น" น.ส.นันทนา กล่าว
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กล่าวว่า การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น จึงอยากจะฝาก
“พี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดีฮั้ว สว. ถ้าพี่โสภณสามารถที่จะเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ทำหรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆ ที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเนกชัน หรือบุรีรัมย์คอนเนกชัน ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์กำชับนายโสภณว่า ขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย
"ขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระ ทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้เกิดความระส่ำระสายมากอยู่ในการบริหารบุคคลของ ป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช.แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาฯ ลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช.หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆ มาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช." นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ขณะเดียวกัน ที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการฯ ขอให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป.ป.ช. กรณีมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และ รมว.คมนาคม ว่าไม่ได้จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 เมื่อ 17 ม.ค. 2567 ว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของ หจก.ดังกล่าว เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา 4(1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5)
หลังจากนั้นวันที่ 19 ม.ค. 67 ตนได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นว่านายศักดิ์สยาม ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดหุ้น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ กระทั่งวันที่ 8 ก.ย. 68 ป.ป.ช.มีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยามไม่จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด แต่มิได้แถลงให้สาธารณชนทราบ กระทั่งมาแถลงให้ทราบเมื่อ 23 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งรายละเอียดในคำแถลงล้วนมีพิรุธมากมาย อันส่อขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 โดยตรง
"เหตุดังกล่าวจึงนำความทั้งหมดมาร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อทำความเห็นเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ในเรื่องดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่ หรือทำความเห็นส่งไปยังศาลปกครอง เพื่อพิจารณาไต่สวนและมีคำพิพากษาตามกฎหมายของศาลปกครองต่อไป" นายศรีสุวรรณกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รีดงบอัดฉีดคนละครึ่งฯ โวยขายทุเรียนราคาพัง
“เอกนิติ” สั่งบัญชีกลาง-สำนักงบประมาณรีดงบอัดฉีด “คนละครึ่งพลัส-บัตรคนจน” 30 เม.ย.
ลุยแลนด์บริดจ์ สิงคโปร์สนใจ สว.โดดขวาง
รัฐบาลตีปี๊บ "แลนด์บริดจ์" นายกฯ ชื่นมื่น รมต.สิงคโปร์แง้มสนใจลงทุน
ปชน.ส่ง‘ดร.โจ’ชิงผู้ว่าฯกทม.
ประธานวิปรัฐบาลไร้ปัญหา ปชน.ตั้ง ครม.เงา เชื่อ รบ.ยินดีรับฟังหากเป็นไปโดยสร้างสรรค์
อยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง! ‘ทรัมป์’อ้างมือปืนป่วยจิต สั่งยกเลิกการเจรจารอบ2
ตำรวจสหรัฐฯชี้เจตนามือปืน มุ่งสังหารประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีในงานเลี้ยงอาหารค่ำ "ทรัมป์"
สองสำนักโพล ยกก้น‘เอกนัฏ’ แก้ไขพลังงาน
“ซูเปอร์โพล-สยามเทคโนโพล” ประสานเสียงยกก้น “เอกนัฏ” บอกพอใจผลงานเรื่องพลังงาน จริงใจจริงจัง พูดเข้าใจง่าย
ปช.โวลุยให้สุด ปูด‘ทีมยิงสส.’ มีมากกว่า5คน
“ประชาชาติ” ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 “ทวี” ฟันธงคดียิงลูกพรรคมีมากกว่า 5 คน

