สว.ถลกปัญหา "นอมินีต่างชาติ" ยึดไทย “ประทุม” เดือด! เป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุุ่ม คนไทยกลายเป็นลูกจ้าง ลั่นมันเหิมเกริมไปแล้ว “อัจฉรพรรณ” ห่วงสร้าง "รัฐซ้อนรัฐ" บ่มเพาะอุดมการณ์ปิดแยกขาดสังคม สร้างโลกใบที่สองเป็นระเบิดเวลาทั้งประเทศ โฆษกรัฐบาลเผย "อนุทิน" ลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค.ต่อเนื่องภูเก็ต สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ ชี้เป็นภัยความมั่นคงทางศก. ยันไม่ปล่อยทุนสีเทาแย่งงานคนไทย
ที่รัฐสภา วันที่ 11 พฤษภาคม ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นผู้เสนอ
โดยนายนพดลกล่าวเสนอญัตติว่า เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ต่างๆ จึงเสนอญัตติ มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเสมอภาคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
ด้าน น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส สว. กล่าวสนับสนุนญัตติว่า เราอาจจะภูมิใจที่ต่างชาติเพื่อนร่วมโลกหนีร้อนมาพึ่งเย็น เลือกใช้แผ่นดินของเราเป็นที่พึ่งพิง ซึ่งประเทศไทยเราเปิดรับชาวต่างชาติมาโดยตลอด เช่นชาวจีนโพ้นทะเล ชาวมอญลี้ภัยจากสงครามเมียนมา นอกจากนี้ยังมีชาวเปอร์เซีย ชาวอินเดีย ฝรั่ง ชาวต่างชาติเหล่านี้ได้มาสร้างบ้านสร้างเมือง แต่ในปัจจุบันไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เป็นการยึดครองแล้วเกิดการสร้าง "รัฐซ้อนรัฐ" เช่นกรณีชาวยิวบนเกาะพะงัน ที่สะท้อนว่าชาวต่างชาติเหล่านั้นไม่ได้มาแค่การท่องเที่ยว แต่ให้คนไทยเป็นนอมินี ตั้งรกรากสร้างชุมชนจนเกาะพะงันกลายเป็นเทลอาวีฟ 2 สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือมีการสร้างโรงเรียนปิด ซึ่งอาจจะมีการบ่มเพาะเด็กของตนเองด้วยอุดมการณ์ที่ตัดขาดจากสังคม ไม่เรียนรู้เคารพกฎหมายของไทย กังวลว่าอาจจะมีการปลูกฝังความรุนแรง และในอนาคตจะไม่สามารถรับมือได้
“นอกจากนี้ยังมีชาวรัสเซียที่ภูเก็ต และชาวจีนแถวห้วยขวางและระยองเป็นต้น คนเหล่านี้สร้างธุรกิจปิด โดยให้คนไทยเป็นนอมินี สุดท้ายเงินไม่ตกถึงคนไทย บางกรณีมีการซื้อหมู่บ้านจัดสรรแทบทั้งโครงการ คนที่อยู่เดิมสู้ไม่ไหว ล้มหายตายจาก มีการกีดกันคนไทยออกไปเรื่อยๆ อย่างล่าสุดที่มีชาวจีนขับรถคว่ำแถวชลบุรี แล้วตำรวจพบคลังอาวุธ และสันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับกองกำลังในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ นี่เป็นผลจากการปล่อยปละละเลยให้ชาวต่างชาติเข้ามาแฝงตัว ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและนอมินีไทย เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมหรือไม่ แล้ววันนี้เราต้องยอมให้ความหลากหลายกลายเป็นช่องว่างให้ใครมาสร้างโลกใบที่สอง หรือละเมิดอธิปไตยของชาติ รวมทั้งอุดมการณ์ที่จะเกิดความขัดแย้ง เป็นการวางระเบิดเวลาให้คนไทยทั้งประเทศ" น.ส.อัจฉรพรรณกล่าว
น.ส.อัจฉรพรรณกล่าวต่อว่า อยากให้รัฐบาลรีบดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ขอให้ทบทวนนโยบายเช่าที่ดินของชาวต่างชาติระยะยาว 99 ปี แม้รัฐอาจจะบอกว่าเป็นเพียงแค่การเช่า ไม่ได้ขายชาติขายแผ่นดิน แต่ขอให้พึงระวังไว้ว่าอาจจะไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการมอบเอกสิทธิ์บนแผ่นดินไทยให้ชาวต่างชาติหลายชั่วอายุคน ขอให้จัดโซนนิงเฉพาะชาวต่างชาติ เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าคนต่างชาติเข้ามาแย่งที่อยู่ของคนไทย 2. ทบทวนมาตรการวีซ่าอย่างเข้มงวด และ 3.ขอให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชนและสังคม ที่ดำเนินการกับชาวต่างชาติทั้งหมด มูลนิธิ สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน โดยต้องบังคับการใช้กฎหมายเด็ดขาด เพื่อไม่ให้สถานที่เหล่านี้ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการแฝงตัวเพื่อสร้างชุมชนปิด
ขณะที่นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สว. อภิปรายว่า ตนอยู่พัทยา ช่วงนี้พัทยาถูกพาดพิงหลายเรื่อง ตนตั้งคำถามว่าทำไมเขาถึงเลือกประเทศไทย ทำไมประเทศไทยถึงเป็นประเทศที่อ่อนแอจนทุนเทาเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานเต็มบ้านเต็มเมือง คิดให้ลึกๆ นะ อยากชวนทุกท่านคิด ทำไมบางประเทศแทบไม่มีปัญหานอมินีเลย หรือมีก็ไม่สามารถสร้างเครือข่ายให้เติบโตเหมือนประเทศไทยได้ คิดว่าระบบรัฐของเขาแข็งแรงกว่าของเรา เขามีระบบการตรวจสอบอย่างแท้จริง ประเทศไทยทำงานแยกขาดจากกัน คนละกระทรวง ต่างคนต่างถือข้อมูล ต่างมีอำนาจ จึงเกิดสิ่งที่ประชาชนเรียกว่ารัฐราชการแบบไซโล รัฐของเราตามไม่ทัน
นางประทุมอภิปรายอย่างดุเดือดว่า ชาวต่างชาติพวกนี้ แทรกซึมไปในธุรกิจท้องถิ่นแบบเงียบๆ คนไทยตอนนี้กลายเป็นลูกจ้างทุนพวกนี้หมดแล้ว เราต้องปฏิรูปทั้งระบบ ขอเสนอปราบทุนเทาเชิงนโยบาย 7-8 หน่วยงาน เมื่อไหร่มันจะจับได้ ตั้งเป็นซิงเกิลคอมมานด์เลย มีวอร์รูมชัดเจน เชื่อมข้อมูลให้หมดเลยทุกหน่วยงาน
“มีเจ้าภาพที่แท้จริง มันเหิมเกริมกับประเทศไทยแบบนี้ ต้องรู้เจ้าของที่แท้จริง ไม่ใช่เอาคนสวนเอย เอาอะไรเอยมาเป็นเจ้าของ แล้วใช้คนไทยบังหน้า การที่นักลงทุนจะมาลงทุนในประเทศเรา เขามองเห็นแล้วทำไมเขาถึงเลือกประเทศไทย เพราะช่องว่างมันเยอะ มันอุดได้ด้วยเงิน มันอุดได้ด้วยการคุยกันได้ เพราะอะไรก็ไทยๆ ไปหมด Thailand only” นางประทุมกล่าว
นางประทุมกล่าวย้ำว่า การเชื่อมข้อมูลมันต้องเชื่อมให้หมด อย่าพูดแต่สวยหรู เราต้องแยกนักลงทุนคุณภาพออกจากทุนเทา เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจากต่างชาติ อย่างเพื่อนดิฉันจะมาลงทุนพูลวิลลา ลงทุนเป็น 300-500 ล้านบาท แต่ถ้ากฎหมายไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เขาก็ต้องใช้นอมินีอย่างเต็มที่ เขาบอกว่าคนไทยต้อง 51% ต่างชาติ 49% แล้วหน้าแมวที่ไหนจะกล้าลงทุน เพราะฉะนั้นบอกว่าให้ตรงไปตรงมาไปเลย ให้สิทธิการลงทุนแล้วเขาจะสามารถเสียภาษีได้เต็มที่ เราจะจัดเก็บได้
นางประทุมกล่าวด้วยว่า ปัญหาตอนนี้เกิดจากการหาเศษหาเลย ไม่อยากจะพูดถึงข้าราชการเทา ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากข้าราชการเทาช่วยเหลือ บ้านเราก็เลยเป็นสวรรค์ของทุนเทา แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด
จากนั้นที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง จนท้ายที่สุดที่ประชุมวุฒิสภามีมติให้ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ค.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายกฯ ได้กำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ แต่เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ประชาชนในวงกว้าง
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย โดยเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สะท้อนความจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือให้นอมินีบังหน้าเพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
“นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพและการทำมาหากินของคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” น.ส.รัชดากล่าว
น.ส.รัชดากล่าวอีกว่า นายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้ามาตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม้วไปจำศีลมาจันทร์ส่องหล้าคึก
"ทักษิณ" ดี๊ด๊าหลุดพ้นลูกกรง บอกเข้าไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้แล้ว
ภท.ทิ้งแลนด์บริดจ์ หากคนพื้นที่ไม่เอา
สว.จี้ถามรัฐบาลเดินหน้า "แลนด์บริดจ์" ส่อเอื้อนายทุน แนะให้ทำประชามติเชิงพื้นที่
ลุ้นศาลชี้ขาดกู้เงิน 14พค.สภาเมินถกพ.ร.ก. ชงครม.ปรับแผนก่อหนี้
“ฝ่ายค้าน” ยื่น “โสภณ” ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยับยั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท
ทะเบียนราษฎรไร้ปัญหา นายกฯปัดสังคายนาใหม่
นายกฯ ยันระเบียบออกทะเบียนราษฎรไม่มีปัญหา อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน เ
'รมว.สธ.' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' ขาย-เสพจับได้ทันที
'รมว.สาธารณสุข' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที พร้อมเร่งกฎหมายกัญชา-กัญชง หวังคุมแหล่งปลูก
‘อนุทิน’ฟิตจัด ลงภูเก็ตขยี้กุ๊ย เย็นลุยระนอง
“อนุทิน” ไปภูเก็ต ลงพื้นที่แก้ปัญหาบุกรุกหาดสาธารณะ ซัดมีแต่กุ๊ยไม่ใช่มาเฟีย เพราะมาถึงก็หางจุกตูด

