
26 พ.ค. 2569-แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย” อาจฟังดูเหมือนวิเคราะห์ลึก แต่เอาเข้าจริงมันคือการพยายามพาตัวเองหนีออกจากฉากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองมีส่วนลงมือ
ใช่ค่ะ ระบอบอำนาจนิยมไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว
แต่คำถามง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้สติปัญญาซับซ้อนอะไรมากก็คือ
แล้วใครโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี?
จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2560
จะอ้างองค์กรอิสระ
จะอ้างยุทธศาสตร์ชาติ
จะอ้างโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงประชาชน
อ้างได้หมดค่ะ แต่การอ้างโครงสร้างเพื่อกลบการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การวิเคราะห์ทางการเมือง มันคือการแถแบบดูถูกความทรงจำประชาชน
ประชาชนไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้น
และไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมืองถึงขั้นแยกไม่ออกว่า “โครงสร้าง” กับ “คนที่ยกมือให้โครงสร้างนั้นมีอำนาจต่อ” มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ปัญหาไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้ว่าระบอบนี้เป็นปัญหา
ปัญหาคือคุณรู้ แต่ก็ยังโหวต
แล้ววันนี้กลับมาพูดเหมือนตัวเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ทั้งที่ในทางประวัติศาสตร์การเมือง คุณคือหนึ่งในคนที่ทำให้สมการอำนาจนี้เกิดขึ้นจริง
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กน้อย
นี่คือการใช้เสียงประชาชนไปผลิตซ้ำอำนาจที่ประชาชนจำนวนมากไม่ต้องการ
เพราะฉะนั้น อย่ามโนว่าการพูดคำใหญ่ ๆ อย่าง “ระบอบ” จะล้างความรับผิดชอบได้
ระบอบอาจใหญ่กว่าภูมิใจไทย
แต่การโหวตอนุทินเป็นนายกฯ คือการตัดสินใจของคุณเอง
รับผิดค่ะ ไม่ใช่แถและอีกอย่างที่ชัดมากคือ คุณเท้งตอบคำถามทางการเมืองแบบไม่มีชั้นเชิงเลย
เวลาอยู่บนเวทีหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครถามย้อน อาจพูดคำใหญ่ ๆ ได้ ดูเหมือนเฉียบคม ดูเหมือนกล้าชน ดูเหมือนมีหลักการ แต่พอต้องตอบคำถามจริง ๆ ที่แตะความรับผิดชอบของตัวเอง กลับเหลือแค่การแถ การมโน และการโยนความผิดให้ “โครงสร้าง” แบบสำเร็จรูป
นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะทางการเมือง ไม่ใช่คนที่เก่งแต่จิกกัด แซะคนอื่น หรือพูดประโยคให้กองเชียร์เอาไปตัดคลิป
นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะ ต้องตอบให้ได้ว่า
เมื่อการตัดสินใจของตนส่งผลทางประวัติศาสตร์การเมือง
ตนจะรับผิดชอบอย่างไร
แต่สิ่งที่เห็นคือ พอถูกถามเรื่องโหวตอนุทิน กลับตอบเหมือนคนที่ยังไม่เข้าใจน้ำหนักของการใช้อำนาจรัฐสภา
การโหวตนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การกดไลก์
ไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองรายวัน
ไม่ใช่เรื่องที่จะล้างได้ด้วยวลีว่า “มองไปข้างหน้า”
เพราะการเมืองมีผลจริง
ประชาชนต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจนั้นจริง
และประเทศต้องจ่ายราคาจริง
ที่น่าเศร้าคือ คนที่ชอบทำท่าเหมือนตนเองฉลาดกว่าคนอื่น กลับตอบคำถามพื้นฐานที่สุดของประชาธิปไตยไม่ได้ว่า
เมื่อคุณใช้อำนาจของประชาชนไปเปิดทางให้อำนาจที่คุณด่าในวันนี้
คุณจะรับผิดชอบอย่างไร
ถ้าตอบได้แค่แถ ก็อย่ามโนว่าเป็นความลึกซึ้งทางการเมืองค่ะ
บางทีมันอาจเป็นแค่ความตื้นเขินที่พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเท่านั้นเอง
Your hunger for power did not just betray the people — it destroyed Thailand’s political future.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ตีปาก 'เท้ง' ย้อนความจำ MOA สีส้มต้นกำเนิดสีน้ำเงิน ชี้ประเด็นองคมนตรีไม่จำบทเรียนถูกยุบพรรค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยวิจารณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ผลพวงจาก รธน.60 ที่บิดเบี้ยว นักวิชาการกังวลปัญหา ‘วิกฤตศรัทธา’
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความในหัวข้อ “ระบอบสีน้ำเงิน” วิกฤตศรัทธา และโจทย์ใหญ่ของการเมืองไทยภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ชนระบอบสีน้ำเงิน! 'ไอติม' ชวนจับตา ไม่ให้กกต.เป่าคดีโกงสว.
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า[ จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง สว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LIN
นายกฯดันการทูตเชิงรุก ชูจุดแข็งดึงฝรั่งมาลงทุน
"อนุทิน" มอบนโยบาย "ทีมไทยแลนด์ยุโรป" ย้ำต้องทำให้ต่างชาติรู้ว่าไทยเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุด ชูจุดแข็งรัฐบาลมีเสถียรภาพทางการเมือง
ปธ.วิปรัฐบาล ย้อนเกล็ด 'เท้ง' อ้างระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ สมัยพรรคส้มชนะเลือกตั้งไม่เห็นพูดแบบนี้
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ
'ครม.เงาส้ม' ดาหน้าถล่มรัฐบาล จี้ 'นายกฯ' กล้าปราบขบวนการทุจริตนำคนเทาเข้าปท.
ครม.เงา แฉขบวนการทุจริตคนเทาเข้าไทย ซัดทุกเรื่องอยู่ใต้จมูกนายกฯ จี้ แสดงความกล้าหาญสังคายนาระบบ ล้างบางทุนเทา ‘โตโต้’ ปูด 23 บริษัท เข้าข่ายนอมินีทุนจีน เปรียบ ‘ไตรภาคีสีเทา’ รวมอาชญากร-เจ้าหน้าที่รัฐ-ทุนสีเทา เผย กมธ. การกฎหมายเรียกหน่วยงานมาสอบสัปดาห์หน้าปมอุ้มรีดค่าไถ่คนจีน

