'เพื่อไทย' จ่อยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้นเดือนหน้า เน้นปราบโกง!

26 พ.ค.2569-ที่พรรคเพื่อไทยนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงเรื่องความคืบหน้ารัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอต่อรัฐสภา

โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และวันนี้จะนำเสนอร่างต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย เพื่อให้สส.ร่วมลงชื่อ ซึ่งสาระสำคัญของร่างจะยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด และไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยมีคำวินิจฉัยไว้เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2568 เรายึดหลักการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด แล้วให้รัฐสภามาเลือกจาก 300 คนเหลือ 100 คน เป็นส.ส.ร. ที่มาจากประชาชน และเลือกโดยรัฐสภาในขั้นตอนสุดท้าย

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ส.ส.ร. มาจากการแต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อของภาคส่วนต่างๆจำนวน 52 คน รวมแล้วจะมีส.ส.ร. 152 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรที่จะมีความหลากหลาย จึงเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆทั้งองค์กรวิชาชีพ องค์กรทางการเมือง องค์กรภาคธุรกิจเอกชน สมาคม มูลนิธิ รวมถึงสื่อมวลชน หรือแม้แต่สภานักศึกษา สามารถเสนอชื่อมาเป็นส.ส.ร.ได้ จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะท้อนความคิดของบุคคลกลุ่มและองค์กรทั้งหลาย ทำให้มีความหลากหลายมากขึ้น

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันหลักการห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของรัฐ ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามหลักการทั่วไปของมาตรา 255 นอกจากนั้น เรายังเพิ่มเติมบทบัญญัติว่า ส.ส.ร. ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมีการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่เข้มแข็ง มีหลักการนิติธรรม ธรรมาภิบาล และที่สำคัญคือต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ส.ส.ร.จะต้องมีแนวเพื่อยึดกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว อำนาจในการอนุมัติเป็นของรัฐสภา และอำนาจในการอนุมัตินี้ยังรวมไปถึงการให้อำนาจส.ส.ร. ไปแก้ไขเพิ่มเติมได้แล้วนำกลับมาขอความเห็นชอบ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 โดยวางกรอบระยะเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 300 วัน

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 100 คน แต่พรรคเพื่อไทยมีสส. 74 คน จึงมีความจำเป็นต้องขอเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่น ให้ร่วมลงชื่อในร่างของพรรคเพื่อไทยให้ครบตามจำนวน ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้นางมนพร ประสานไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เรียบร้อยแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องส่วนรวม เป็นเรื่องของประเทศชาติ พรรคเพื่อไทยจึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล โดยทราบว่าขณะพรรคการเมืองที่มีเสียงไม่ถึง ก็มีการประสานมายังพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองอื่นเพื่อร่วมสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ประมาณต้นเดือนมิ.ย.

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ร่วมวงเสวนาหลายวงเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีความห่วงใยหรือข้อครหาว่าทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภาเองหรือเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ดังนั้น การยกร่างของพรรคเพื่อไทย จึงมีองค์กรต่างๆที่มีความเชื่อมโยงกับประชาชนเข้ามาเป็นส.ส.ร.ในการยกร่าง ไม่เช่นนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่มาตรา 256 จนถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจจะถูกกำหนดโดยเสียงข้างมากที่เกิดขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้ง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สำหรับการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขของพรรคการเมืองอื่น และสส.ไม่มี ข้อจำกัด สามารถลงชื่อสนับสนุนร่างของพรรคการเมืองอื่นได้ โดยไม่เลือกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพียงแค่มีเจตนาร่วมกันเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่ยังขาดเสียงสนับสนุนอยู่ไม่มาก คาดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นได้ไม่ยาก และโดยเร็ว

เมื่อถามว่ามองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จเพราะมีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การแก้ไขไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หรือเรื่องข้อจำกัดเรื่อง เสียงสว. ในการให้ความเห็นชอบ ประเด็นเหล่านี้หากทำความเข้าใจกันจริงๆ แล้วลดเงื่อนไขที่คิดว่าไม่น่าจะใช่สาระสำคัญ หรือจำเป็นแบบถึงที่สุด ตนคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าไปได้ ซึ่งเรามีความพยายามในการจัดทำรัฐธรรมนูญมานานแล้ว แต่ตนก็ยังหวังว่าจะมีความสำเร็จได้

เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้รัฐบาลมีเสียงข้างมากจะทำให้สำเร็จได้ใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หากดูจำนวนเสียงเช่นนั้นก็สามารถมองได้ แต่ตนไม่อยากให้คิดไปว่าที่สำเร็จได้เพราะเสียงข้างมาก แต่ความสำเร็จนั้นต้องได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้

รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้

'จาตุรนต์' ชี้เงินกู้ 4 แสนล้าน เครื่องวัดวิสัยทัศน์ 'ผู้นำ' ข้องใจใช้ครบตอบโจทย์วิกฤตจริงไหม

สส.อ๋อย บอกเงินกู้ก้อน 4 แสนล้านจะเป็นเครื่องวัดผู้นำ มองเห็นวิกฤตของโลกและของประเทศแค่ไหน มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 จริงหรือไม่

จัดอีเวนต์ปราบโกง-ผู้มีอิทธิพล ระวัง'รู้จักประชาชนน้อยไป'

การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยเป็นปัญหาร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อมั่นทุกภาคส่วน เปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กำลังลุกลามกัดกินประเทศไทยให้อ่อนแอและอาจล่มสลายลงได้

กระทุ้ง 'อนุทิน' ต้องปราบโกงจริงถึงขั้นประหารชีวิต รับรองคอร์รัปหมดแน่

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)

เพื่อไทย แถลงการณ์เสียใจกรณีรถไฟชนรถเมล์ พร้อมร่วมทุกฝ่ายถอดบทเรียนไม่ให้โศกนาฏกรรมเกิดซ้ำอีก

พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์กรณีอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนน บริเวณแยกมักกะสัน โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถโดยสารประจำทาง รถยนต์และรถจักรยานยนต์ บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

'อนุทิน' ตัดพ้อเป็นเวรกรรมรัฐบาลนี้ ต้องล้างตราบาปเรื่องทุจริต-สินบนในอดีต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาคเอกชนเป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันมีการปราบปรามทุจริต