'ส้ม-ฟ้า' ผนึกกำลังบี้ 'โสภณ' ทบทวนญัตติตั้ง กมธ.เกาะติดเงินกู้เป็นญัตติด่วน

'ฝ่ายค้าน' ผนึกกำลังจี้ประธานสภา ทบทวนวินิจฉัยญัตติด่วนติดตามการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ด้าน 'โสภณ' แจงทำตามขั้นตอน ไม่ได้ใช้อำนาจสั่ง โยนให้วิป 2 ฝ่ายหารือร่วมกัน

27 พ.ค.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน หารือว่า ขอให้ประธานทบทวนการวินิจฉัยญัตติด่วนว่าให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งตนเชื่อว่าประธานสภาฯ อาจจะยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วนด้วย 3 เหตุผลคือ 1.การที่ประธานบอกว่ายังไม่มีการกู้ แต่เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการขอโครงการต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะดำเนินการกู้เงินในสัปดาห์นี้แล้ว เพื่อที่จะให้เงินถึงมือประชาชนภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ 2.การที่ประธานบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญกำลังวินิจฉัยอยู่ เราควรที่จะรอก่อนนั้น แต่ครม.ไม่ได้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยได้มีเริ่มการใช้เงินแล้ว ฉะนั้น จึงขอให้ประธานสภาฯ บรรจุเป็นญัตติด่วนด้วย และ 3.อยากให้ประธานบังคับใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับการบรรจุญัตติเรื่องแลนด์บริดจ์ ที่ประธานบรรจุให้เป็นญัตติด่วน แต่การติดตามการใช้เงินในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ประธานไม่ได้บรรจุเป็นญัตติด่วน จึงขอให้ทบทวนการวินิจฉัย

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าแม้ประธานจะให้อำนาจไปกับคณะกรรมการในการกลั่นกรอง แต่อำนาจโดยแท้ยังเป็นของประธานโดยตรงอยู่ว่าประธานสามารถชี้ให้เป็นอย่างไรก็ได้ ทั้งนี้ ตนยังเชื่อในเรื่องของการปรึกษาหารือเช่นเดียวกัน ซึ่งหากประธานเชื่อเรื่องเดียวกัน ตนคิดว่าตอนที่จะตัดสินว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่นั้น สมควรที่จะให้ผู้เสนอญัตติด่วนเข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการด้วยเพื่อจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสิน ส่วนอะไรที่ต้องหารือผ่านคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) นั้นตนก็เข้าใจ และเชื่อว่าวิปฝ่ายค้านหรือวิปของพรรคประชาชนจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หารือว่า เรื่องอำนาจการแบ่งหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในสภานั้น เราเห็นด้วยที่จะทำงานแบบมีการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างวิป 2 ฝ่าย และเราดำเนินการมาโดยตลอดแต่จะดำเนินการก็ต่อเมื่อญัตติเสนอเข้ามาแล้ว แต่ก่อนที่ญัตติจะถูกบรรจุเข้ามานั้น ตนขออ่านข้อบังคับให้ประธานฟังคือ ข้อ 51 เขียนชัดว่าให้เป็นอำนาจของประธานสภาฯ ที่จะวินิจฉัยว่าญัตติใดจะเป็นญัตติด่วนหรือไม่ เมื่อวินิจฉัยแล้วให้แจ้งผู้เสนอญัตติทราบพร้อมด้วยเหตุผลภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับญัตตินั้น โดยก่อนที่จะมีการบรรจุญัตติเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ อำนาจการตัดสินใจเป็นของประธานสภาฯ คนเดียว ฉะนั้น ย้ำว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ประธานสภาคนเดียวไม่ได้อยู่ที่การหารือของวิป

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเคารพที่ประธานบอกว่าจะเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดี๋ยวจะถูกข้อครหาขึ้นมา แต่สิ่งที่พวกเราสงสัยไม่ใช่ว่าท่านตัดสินใจโดยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ แต่สิ่งที่เราสงสัยคือท่านใช้เกณฑ์อะไรในการวินิจฉัยว่าเรื่องใดเป็นเรื่องด่วน ทำไมจึงวินิจฉัยว่าเรื่องแลนด์บริดจ์เป็นเรื่องด่วน แต่เรื่องพ.ร.ก.ไม่ใช่เรื่องด่วน ขอแค่คำอธิบาย

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นเสนอความเห็นว่า ตนติดตามข่าวเรื่องนี้และเข้าใจทั้งสองฝ่าย และเข้าใจว่าที่คณะกรรมการเสนอต่อประธานว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องด่วน เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้สิทธิ์เข้าชื่อกันเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยปกติแล้วหากเราดูจากประวัติประวัติศาสตร์เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้รัฐบาลในอดีตมักจะหยุดการดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดถือว่ากฎหมายไม่ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ไม่เหมือนกับในอดีต ซึ่งประธานและคณะกรรมการคงทราบว่ารัฐบาลมีท่าทีที่จะเดินหน้าโดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาล จึงทำให้ความจำเป็นในการตรวจสอบเกิดขึ้น สิ่งที่ตนอยากจะบอกคือเมื่อข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าประธานจะขอให้คณะกรรมการดูอีกรอบสามารถทบทวนคำวินิจฉัยได้หรือไม่

ฟากนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยืนยันว่าเรื่องของเงินกู้หากไม่จำเป็นเร่งด่วนคงไม่ออกเป็น พ.ร.ก. มา ซึ่งตนกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกัน ยืนยันว่าเรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องเข้าสภา และเป็นเรื่องด่วน จึงไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของประธานฯ และสนับสนุนแนวคิดของนายอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่าท่าทีของรัฐบาล ถึงแม้เรื่องจะอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่รัฐบาลกลับเดินหน้า ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ให้สมาชิกฝ่ายค้านได้ตรวจสอบ หากประธานจะวินิจฉัยใหม่ก็ยินดี

ทำให้นายโสภณ ชี้แจงว่า ประเด็นที่เคยมีข่าวว่าตนเคยระบุว่าเรื่องยังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น นานแล้ว ตนก็ดำเนินการส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งประเด็นที่มีการติดใจและสงสัยว่าหลังจากนั้นสมาชิกมีหนังสือให้ตั้ง กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งแนวทางในการปฏิบัติที่ผ่านมามีการเสนอญัตติขึ้นมา ตนไม่ได้ใช้ดุลยพินิจ โดยทุกเรื่องจะมีคณะกรรมการของสภาที่มีรองประธานสภาฯ เป็นประธานที่จะพิจารณาญัตติว่าญัตติใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ด่วน ฉะนั้น เมื่อตนได้รับทราบว่าคณะกรรมการชุดนั้นได้พิจารณาว่าไม่ใช่เป็นญัตติเร่งด่วน ตนจึงได้ให้ข่าวว่าไม่ใช่ญัตติเร่งด่วน และตนเข้าใจว่าเรื่องแลนด์บริดจ์ ความเห็นทั้ง 2 ฝ่ายตรงกันว่าอยากพิจารณาเรื่องนี้ จึงได้มีการเสนอญัตติมา และย้ำว่า ในอำนาจตน ตนไม่เคยได้วินิจฉัยยกเว้นที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด

นายโสภณ กล่าวต่อว่า อยากขอความร่วมมือให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ในประเด็นนี้ถึงแม้ว่าคณะกรรมการของสภาบรรจุไปในเรื่องเสนอใหม่ในญัตติที่ 6 เราก็สามารถที่จะเจรจากับฝ่ายรัฐบาลเพื่อเสนอเลื่อนเป็นญัตติด่วนได้ ซึ่งประธานทำอย่างอื่นไม่ได้ หากสมมุติว่าเป็นญัตติด่วน แล้วฝ่ายที่เป็นรัฐบาลไม่เห็นด้วย จึงใช้มติในสภา โดยตัวของตนนั้นไม่มีประสงค์ที่จะใช้มติเกินความจำเป็น ถ้าเราปรึกษาหารือกันไม่ได้จำเป็นต้องใช้มติค่อยใช้มติ ถ้าเราพูดคุยกันได้ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะเกิดประโยชน์ และหากเมื่อนำญัตติเข้าได้ ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นรัฐบาลไม่เห็นด้วยที่จะเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ไม่เกิด หากจะทำให้เกิดประโยชน์ดีที่สุดในการทำงานของสภาคือการได้พูดคุยปรึกษาหารือผ่านวิปทั้ง 2 ฝ่าย ตนไม่ขัดข้อง ย้ำว่า เรื่องที่เป็นอำนาจของตน ถ้าตัดสินเรื่องหนึ่งเข้าฝ่ายใด อีกฝ่ายก็ไม่พอใจ คนที่เป็นประธานจึงอยากหาความร่วมมือโดยการให้สมาชิกไปปรึกษาหารือ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยมอบให้คณะกรรมการ และในครั้งหน้าหากเกิดกรณีแบบนี้ อาจจะให้ผู้ที่ยื่นญัตติไปให้ถ้อยคำให้เหตุผลว่าเป็นญัตติด่วน

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า กรณีที่เมื่อสมาชิกยื่นญัตติแล้ว เป็นไปตามขั้นตอนปกติของราชการ ตั้งแต่ที่ตนนั่งเป็นประธาน ไม่เคยใช้อำนาจชี้ว่าญัตตินี้ด่วนหรือไม่ด่วน ซึ่งผ่านคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่มาตามลำดับ ตนให้ความเคารพทุกฝ่ายจึงพยายามใช้กฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติมา ตามขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนที่ท่านถามว่าทำไมญัตติเรื่องแลนด์บริดจ์จึงเป็นเรื่องด่วนนั้น ในการทำงานเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อย่างไรรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน เพราะเป็นไปตามกระบวนการไม่ว่าจะช่องทางใดช่องทางหนึ่ง เชื่อว่ารัฐบาลพร้อมที่จะให้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดประโยชน์ ฉะนั้น ตนจึงขอให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปเจรจากัน หากได้ความมาอย่างไร ตนก็จะปฏิบัติตามนั้น

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการของฝ่ายบริหารนั้น เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก้าวล่วงไม่ได้ เมื่อฝ่ายบริหารดำเนินการไป หากผิดพลาด บกพร่อง ฝ่ายบริหารต้องรับว่ากระบวนการนั้นถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบแน่นอนไม่ว่าช่องทางใด เพื่อให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นขอให้วิปไปเจรจา ซึ่งมีวาระประชุมนัดพิเศษอยู่ ตนพร้อมจะปฏิบัติตาม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิปวุฒิ' ซัดเสวนาคดีฮั้วนำเสนอสไตล์ส้มคลิกเบตตัดสินโดยศาลเตี้ย

'วิปวุฒิสภา' ฉะงานเสวนาครบรอบ 2 ปีเลือก สว. นำเสนอแบบคลิกเบต ตามสไตล์ลัทธิส้ม สร้างความเข้าใจผิด-ด้อยค่า สว. จี้ กกต.ตรวจสอบหลักฐานที่เปิดเผย สว.ชุดนี้บริสุทธิ์ ถูกตัดสินโดยศาลเตี้ย

ถอนหายใจ! 'เท่าพิภพ' ประเมิน 3 เดือน 'โสภณ' สอบตก ผ่านกม.น้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง-ใช้งบไม่ตรงจุด

'เท่าพิภพ' ประเมิน 3 เดือน 'โสภณ' สอบตก ผ่านกฎหมายน้อย-ทำโครงการไม่เกี่ยวข้อง-ใช้งบไม่ตรงจุด ซัด สภาฯถึงจุดต่ำสุด หลังเซ็นเซอร์สไลด์สส. ขอทำสภาฯโปร่งใส อย่าแค่พูดคำสวยหรู ยก 'ชวน หลีกภัย' เป็นต้นแบบประธานสภาฯ

'ฝ่ายค้าน-สว.' จับมือจี้ 'โสภณ' ส่งรายชื่อให้ประธานศาลฎีกาคุ้ยคดี 'ศักดิ์สยาม'

'ฝ่ายค้าน - สว.' แท็กทีมทวงถาม 'โสภณ' ส่งรายชื่อ ให้ประธานศาลฎีฎาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตรวจสอบ ป.ป.ช. ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' ซุกหุ้นหรือยัง จี้ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ บอกไม่มีเหตุผลให้ดึงเช็งจนปิดสมัยประชุม

การเมืองสุจริตย้อนศรพรรคสีฟ้า ตร. ทำหนังสือขอตัว สส.ตรังดำเนินคดีเลี่ยงภาษี

ปชป.แย่แล้ว การเมืองสุจริตย้อนศรพรรคสีฟ้า ผบ.ตร.ทำหนังสือขอตัว สส.ตรัง  ดำเนินคดีเลี่ยงภาษี  พฤหัสนี้ โสภณ บรรจุเป็นเรื่องด่วน หลังเคยล้มบ้านใหญ่ตรัง โล่สถาพรพิพิธร่วง

ทั่นไอติมเดือด! ซัดรัฐมนตรียุติธรรมหนีการตรวจสอบ

'พริษฐ์' ซัด 'รมว.ยุติธรรม' หนีตอบกระทู้สภาคดีฮั้ว สว. อ้างติดประชุม ลั่น ฟังไม่ขึ้น เหน็บบอกชัดเจน รบ.กำลังหนีการตรวจสอบ สอนมวยบอกมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภา