นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย

นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย

15 มิ.ย. 2569 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (ASEAN-Russia Commemorative Summit) ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมุ่งใช้เวทีดังกล่าวขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านพลังงาน เพื่อสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศไทยและประชาชน ซึ่งนายกฯจะออกเดินทางจากประเทศไทยในช่วงบ่ายของวันที่อังคารที่ 16 มิถุนายน หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการใช้เวทีระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ โดยในการเดินทางครั้งนี้ จะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ การหารือกับภาคเอกชนอาเซียน-รัสเซีย และพบปะผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ตลอดจนผู้แทนภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อผลักดันความร่วมมือที่สามารถต่อยอดเป็นการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

“นายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การเข้าร่วมเวทีระหว่างประเทศต้องสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ให้กับประเทศ ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่ต้องสามารถเปิดตลาดใหม่ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ดึงดูดการลงทุน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว” นางสาวรัชดา ระบุ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์มีความผันผวน ไทยจำเป็นต้องกระจายความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าและพันธมิตรทางเศรษฐกิจให้กว้างขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยรัสเซียเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งด้านพลังงาน ปุ๋ย และวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคการผลิต ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านสินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมแปรรูป ซึ่งสามารถต่อยอดความร่วมมือและขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันได้อีกมาก

โดยการเดินทางครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างช่องทางใหม่ให้ภาคธุรกิจไทย เพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดที่มีศักยภาพ ต่อยอดความร่วมมือด้านพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงดึงดูดการลงทุนในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อันจะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

นอกจากนี้ ไทยยังจะใช้เวทีดังกล่าวผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงภาคธุรกิจและประชาชนระหว่างอาเซียนกับรัสเซีย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจในอนาคต

ทั้งนี้ การประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย และถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ไทยจะใช้ขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจ เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศและประชาชนไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำไทยสู่ฮับอาเซียน

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ 'ดีอี' ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน

รบ.ยึด 'ภูเก็ตโมเดล' ลุยอุทยานสิรินาถ จัดระเบียบที่ดินรัฐ ทวงคืนผืนป่า ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว

รัฐบาล เดินหน้าภูเก็ตโมเดล จัดระเบียบที่ดินรัฐ–ทวงคืนผืนป่า–ยกระดับแหล่งท่องเที่ยว ‘สุชาติ’ ลุยอุทยานสิรินาถ ดัน Boat Taxi เชื่อมสนามบิน ลดรถติด สร้างรายได้ชุมชน

รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง

'นิพิฏฐ์' ชี้ช่องหาหลักฐานมัด TH-AI Passport ลั่นหากเป็นฝ่ายค้าน มีเรื่องซักฟอกรัฐบาลอื้อ

นิพิฎฐ์ ลั่นโครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,621 ล้าน ที่สส.รัชนก  ศรีนอก พรรคประชาชนเปิดประเด็นมา ส่วนตัวผมในฐานะประชาชน ผมไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้ว

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ