นายกฯ เสนอ 3 ข้อ วางทิศทางความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย

นายกฯ เสนอ 3Rs Regionalism Resilience Relevance ในเวทีอาเซียน-รัสเซีย วางทิศทางความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย รับมือความท้าทายโลก สร้างความมั่นคง-โอกาสแห่งอนาคตเพื่อประชาชน
 
18 มิถุนายน 2569 - เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ที่ห้อง Plenary Session Hall 1 อาคาร Pavilion A2 ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน (Kazan Expo International Exhibition Center) เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย
 
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ (เต็มคณะ) ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างอาเซียนและรัสเซียในโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย โดยมี นายวลาดิมีร์ ปูติน (H.E. Mr. Vladimir Putin) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ (H.E. Mr. Ferdinand Romualdez Marcos Jr.) ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เป็นประธานการประชุมร่วมกัน
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินและรัฐบาลสาธารณรัฐตาตาร์สถานสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแสดงความซาบซึ้งต่อผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่ได้แสดงความเสียใจต่อประเทศไทยจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สะท้อนถึงมิตรไมตรีและการสนับสนุนจากทุกฝ่ายในเวลาเช่นนี้
 
การประชุมฯ ครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวนและยกระดับความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประชาคมโลก พร้อมแสดงความยินดีต่อความพยายามทางการทูตในการแสวงหาข้อตกลงสันติภาพ และหวังว่าจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
 
ความขัดแย้งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างใกล้ชิด ความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคหนึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อการค้า ความมั่นคงทางพลังงาน อาหาร และความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ไทยเชื่อว่าความมั่นคงต้องอาศัยการเจรจา ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างกัน ดังนั้น ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างอาเซียนและรัสเซียควรมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง ผ่านการรักษาช่องทางการเจรจา การสร้างความเชื่อมั่น และการขับเคลื่อนความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเสนอให้ความร่วมมืออาเซียน-รัสเซียมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ (3Rs) ได้แก่
 
1) Regionalism การเสริมสร้างบทบาทของอาเซียน โดยเน้นย้ำว่าอาเซียนควรยังคงเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนอาเซียน-รัสเซีย อาเซียนมีบทบาทในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคมาโดยตลอด ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนกลางยังคงมีความสำคัญในการเป็นเวทีสำหรับการเจรจา สร้างความเชื่อมั่น ความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกันได้ร่วมขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของรัสเซียในการมีส่วนร่วมกับกลไกต่าง ๆ ที่อาเซียนเป็นแกนกลาง และการสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
 
2) Resilience การเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความพร้อมรับมือความท้าทาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย โดยปัจจุบันความยืดหยุ่นได้รวมถึงการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ล้วนส่งผลกระทบข้ามพรมแดนและไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและรัสเซียควรมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถร่วมกันในการคาดการณ์ความเสี่ยง ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และฟื้นตัวจากวิกฤตต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นสาขาที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้
 
ทั้งนี้ ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญ เห็นศักยภาพในการขยายความร่วมมือกับรัสเซียด้านห่วงโซ่อุปทานปุ๋ย นวัตกรรมการเกษตร และการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบอาหาร รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
 
3) Relevance การตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ซึ่งเป็นตัวกำหนดคุณค่าที่แท้จริงของความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย โดยความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายควรมุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง และร่วมกันรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ การหลอกลวงออนไลน์ อาชญากรรมไซเบอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และกระแสเงินผิดกฎหมายข้ามพรมแดน โดยไทยสนับสนุนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาศักยภาพ การบังคับใช้กฎหมาย และความมั่นคงทางดิจิทัล เพื่อยกระดับการคุ้มครองประชาชนและระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศ
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าการเตรียมความพร้อมให้สังคมสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสแห่งอนาคตมีความสำคัญ เนื่องจากเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต โดยสนับสนุนให้อาเซียนและรัสเซียขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล AI เทคโนโลยีใหม่ ๆ และการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ การเสริมพลังเยาวชน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อสร้างโอกาสใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไป
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา อาเซียนและรัสเซียได้ร่วมกันพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนที่สามารถปรับตัวต่อบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง และสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความยินดีที่ได้ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนรับรองปฏิญญาคาซานและเอกสารผลลัพธ์การประชุม ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมืออาเซียน-รัสเซียในระยะต่อไป โดยยืนยันความพร้อมของไทยในการร่วมสร้างความเป็นหุ้นส่วนที่เข้มแข็ง มีความยืดหยุ่น และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาคและประชาคมโลกสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
 
หลังจากนั้น ที่ประชุมได้รับรองและรับทราบเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ (1) ปฏิญญาคาซาน ค.ศ. 2026 “อาเซียน-รัสเซีย : เอกภาพในความหลากหลาย - 35 ปี ร่วมกัน” ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์
 
(2) แถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การรับมือวิกฤตพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค
 
(3) แถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านวัฒนธรรม และ
 
(4) แผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน–รัสเซีย ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือใน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม–วัฒนธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การคมนาคม การเกษตร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การจัดการภัยพิบัติ การย้ายถิ่นฐาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์

ล้างกระดาน"ภูเก็ต"ใหม่ รีเซตเชื่อมั่น"ปราบอิทธิพล"

กลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อลหม่านในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘ภูเก็ต’ ไข่มุกแห่งอันดามัน ที่นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเต็มไปด้วย ‘ผลประโยชน์มหาศาล’

'อนุทิน' ขีดเส้น 1 ปี วัดผลงานคนภูมิใจไทย ไม่ผ่านพร้อมปรับออก

พรรคภูมิใจไทยเผย “อนุทิน ชาญวีรกูล” กำชับรัฐมนตรี ประธาน กมธ. สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในสังกัด เร่งสร้างผลงานให้เห็นเป็

นายกฯ เซ็นตั้งบอร์ดร่วมภาครัฐ-เอกชน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 227/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

นายกฯ ชูไทยเป็นประตูเชื่อมรัสเซียสู่อาเซียน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงาน ASEAN-Russia Business Forum ร่วมกับ นายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม