23 มิถุนายน 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... และ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคนใช้โอกาสนี้ในการให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ในทุกข้อซักถาม รวมถึงอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบการเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณ เสนอ ดังนี้ 1.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวน 10,328 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบ 6 เล่ม และให้เสนอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ในส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 25 คน แบ่งเป็น สัดส่วนคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อ จำนวน 6 คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 19 คน ซึ่ง เท่ากับจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562
2. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว จำนวนไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท พร้อมเอกสารประกอบงบฯ 38 เล่ม และให้เสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ในส่วนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครม.เห็นชอบให้มี จำนวน 72 คน เท่ากับจำนวนที่มติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2568 ประกอบด้วย สัดส่วนคณะรัฐมนตรี 18 คน และ สัดส่วนพรรคการเมือง จำนวน 54 คน
สำหรับกรอบเวลาตามปฏิทินงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณฯ วาระที่ 1 ในวันที่ 25 มิ.ย. 2569 จากนั้น วันที่ 29 มิ.ย. 2569 – 1 ก.ค. 2569 สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถ เข้าถึงเอกสาร ทั้ง 2 พ.ร.บ. ได้ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงบประมาณ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลขาฯสภาพัฒน์ เผย นายกฯเรียกหารือ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' สั่งเร่ง 2 โครงการชลประทาน 2 แสนล้าน เข้าครม.
“เลขาฯสภาพัฒน์” เผย นายกฯเรียกคุยหลายเรื่อง เร่งดันโครงการชลประทานขนาดใหญ่เข้า ครม. หลังค้างเติ่งอยู่เกษตร ปัดสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เพื่อดึงน้ำให้ดาต้าเซนเตอร์ บอกไม่เกี่ยวกันเลย
'รักชนก' ฟาด 'ไชยชนก' เลิกเป็นลูกแหง่ เบี้ยวแจงสภาฯ สอบ TH-AI จ่อใช้พรบ.อำนาจเรียก
"รักชนก" ฟาด "ไชยชนก" เลิกเป็นลูกแหง่ หลังเบี้ยวแจง กมธ. ปมพิรุธ TH-AI Passport เป็นครั้งที่ 4 ขู่งัดกฎหมายเรียกตัว พร้อมย้ำนำเรื่องนี้ซักฟอกในสภาฯสมัยประชุมหน้า
ครม. แต่งตั้งปลัดใหม่ 2 กระทรวง พร้อมต่ออายุราชการ 'เลขาธิการ ครม.-บีโอไอ' อีก 1 ปี
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้งนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมทางหลวง ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง ประเภทบริหารระดับสูงสำนักงานปลัดกระทรวง เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างจากการเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน
'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้าบอร์ดเศรษฐกิจ หาข้อสรุปแหล่งเงิน
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส หลังนำเสนอเป็นวาระเพื่อทราบต่อคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

