
'รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ' รับหนังสือชาวบ้านทับลาน จ่อลงพื้นที่ 28 มิ.ย. รับฟังปัญหา เผย ถ้าไม่ทำวันนี้ อีกกี่สิบปีจะทำได้ โยนถามสตง.เรื่องผลสำรวจคนคัดค้านมากกว่าเห็นด้วย ชี้ ผลโหวตมี IP ซ้อนกัน ประกาศชัด หากพบที่ดินสปก.ผิดวัตถุประสงค์ตามยึดคืนแน่ พร้อมไล่นายทุนไปลงทุนพื้นที่มีโฉนด ลั่น ขอเอาตำแหน่ง-ศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน ขณะชาวบ้านท้า พวกไม่เห็นด้วย ลงพื้นที่ไปดูหมู่บ้าน
24มิ.ย.2569- เมื่อเวลา 11.20 น. ที่รัฐสภา นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับหนังสือจากชาวบ้านทับลาน เรื่องอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยชาวบ้านมีการยืนยันสิทธิ์ว่าพื้นที่ที่มีการเปิดเผยกันในโซเชียล เป็นพื้นที่หมู่บ้านที่มีอยู่แต่เดิมก่อนที่อุทยานจะประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน จึงขอมายืนยันสิทธิ์ แต่เมื่อปี 2524 ที่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ของอุทยาน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
โดยนายสุชาติ กล่าวว่า เราต้องพิสูจน์ให้ได้เพื่อขจัดความเคลือบแคลงสงสัย ถ้าเป็นของชาวบ้านก็จะให้เป็นพื้นที่ทำกินต่อ แต่หากเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทก็จะให้รื้อถอน ซึ่งจะมีการตั้งวอร์รูมที่นั่น ตนไม่ได้ต้องการจะให้ที่ดินหรือผลประโยชน์กับนายทุนใคร เพราะเราไม่ได้สนใจคนเหล่านี้แต่เราสนใจชาวบ้านว่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ซึ่งในวันที่ 28 มิ.ย. จะลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้านทั้งหมด ซึ่งตนจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปในพื้นที่ด้วยทั้งหมด และนักอนุรักษ์ต่างๆ รวมถึงนักสิทธิมนุษยชน มูลนิธิต่างๆ ที่มีข้อสงสัยต่างๆก็สามารถไปได้ พร้อมทั้งอยากให้ชาวบ้านเข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลทำทั้งหมดคือเพื่อแก้ปัญหาที่สับสน ที่หมกกันมาอย่างยาวนาน ถ้าไม่ทำวันนี้อีกกี่สิบปีจะได้ทำ ก็โดนเมื่อจะทำก็โดนต้าน แต่ชาวบ้านจริงๆไม่มีพลังโซเชียลมาต้าน จึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรถึงความเดือดร้อนของตนเอง
“เมื่อเช้านายกฯ โทรมาคุย ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน กลุ่มทุนไม่ให้ ต้องจับให้หมด นี่คือสองขา ขาหนึ่งช่วยชาวบ้าน ที่เป็นชาวบ้านจริง อีกขาหนึ่งคือจับนายทุน รื้อให้หมด มีแค่สองอย่าง ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่อนุรักษ์ด้วย” นายสุชาติ กล่าว
ด้านตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า อยากให้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขไม่ต้องทุกข์ว่าตัดไม้ต้นหนึ่งจะต้องถูกจับหรือไม่ เก็บผักเก็บหญ้าจะต้องถูกจับหรือไม่ ส่วนคนที่บอกว่าเซฟทับลาน โดยที่ไม่ได้เห็นความจริงว่าชาวบ้านอยู่อย่างไร อยากเชิญคนที่เซฟทับลาน ไปดูในหมู่บ้าน
จากนั้นภายหลังหลังจากที่รับหนังสือเสร็จสิ้น นายสุชาติ กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านทับลานเห็นมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้ยึดถือแนวเขตขยับตามสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต บอกว่าอย่าไปบอกว่าเฉือนป่า นั่นไม่ใช่ป่า เพราะเป็นคอนกรีตหมดแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ในอดีตมีการพูดว่าป่าเกิดก่อนคน แต่เมื่อคนมาอยู่แล้ว อยู่ก่อนกฎหมายประกาศก็ต้องให้เขาอยู่หรือไม่ เหรียญมีสองด้าน ด้านหนึ่งถูกด้านหนึ่งก็ต้องผิด ไม่มีถูกทั้ง 2 ด้าน บางคนบอกว่าป่าอยู่ก่อนมนุษย์ ถูกต้องตามหลักธรรมชาติ แบบมนุษย์เมื่อเข้าไปอยู่ก่อนประกาศของอุทยานก็ต้องเป็นพื้นที่ของมนุษย์หรือไม่ อุทยานไปประกาศทับหลังเขาก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เรื่องนี้ไม่ได้มีประเด็นอะไร ถ้าทุกคนยืนตามหลักของกฎหมาย ยืนบนหลักของมนุษยชน
"การที่เราจะอนุรักษ์ป่าเป็นเรื่องของพวกผมอยู่แล้ว กรมอุทยานกรมป่าไม้ที่ต้องอนุรักษ์ แต่เมื่อไปทำลายวิถีชีวิตของเขาที่สะสมมา 50-60 ปี ถ้าเราไม่แก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อีกกี่สิบปีใครจะหยิบมาทำ พอหยิบมาทำก็มีคนต่อต้าน คนต่อต้านก็เข้าใจ แต่ก็ต้องมาลงพื้นที่จริงว่าคืออะไรว่าตามกฎหมายอะไรที่ถูกต้องก็ต้องให้เขา แต่ชาวบ้านไม่สบายใจว่าสิ่งที่เรียกร้องมา 50 ปี เสียชีวิตไปแล้วไม่รู้กี่รุ่น ทำไมวันนี้รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านเขาทำไมถึงไม่เข้าใจเขาเลย"
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า วันที่ 28 มิ.ย. นี้จะนำทุกคนไปดูพื้นที่จริง ย้ำว่านักอนุรักษ์ต่างๆรวมถึงคนที่ต่อต้าน ไปดูพื้นที่แต่ละจุดจริงๆ ตกลงแล้วโขลงช้างที่ถ่ายออกมา ไม่ใช่พื้นที่ทับลาน เพราะพื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่เป็นคอนกรีตหมดแล้ว ส่วนกรณีที่ผลสำรวจความเห็นของคนไม่เห็นด้วยมีมากกว่าเห็นด้วยนั้น เรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน (สตง.) จะเป็นผู้ชัดเจน เพราะเป็นผู้ที่ลงไปสำรวจ ตนไม่แน่ใจว่าคำถามไปในทิศทางใด แต่เป็นแนวทางชี้นำว่าจะเอาพื้นที่อุทยานให้ชาวบ้านเห็นด้วยหรือไม่ เป็นคำถามที่ไม่ใช่เรื่องจริง และเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าคนมาแสดงความเห็นมี IP ที่ซ้ำกัน สิ่งที่เราทำคือเราแค่มอบพื้นที่จากอุทยานที่เป็นพื้นที่หลวงไปอยู่พื้นที่ สปก. ก็เป็นหลวงเหมือนกัน เพื่อให้ผู้ยากไร้ทำกินเกษตรอยู่อาศัยไม่ได้มีนโยบายให้ไปทำรีสอร์ทหรือโรงแรมอยู่แล้ว ถ้า สปก. ทำแบบนั้นก็แจ้งความจับสปก. ตนก็จับสปก. ได้ถ้าทำในสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ ถ้าไม่เชื่อถือหน่วยงานก็ส่งเรื่องเข้าสภาฯ ยุบหน่วยงานทิ้ง ซึ่งคนที่ได้ที่ดินจากการอนุญาตในครั้งนี้ จะต้องเอาเลข 13 หลักมาเข้าระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อใดที่เลข 13 ครอบครัวหลักนี้เปลี่ยนไปไม่ใช่บุตรหลานหรือคนในครอบครัวนี้ ต้องยึดคืน เพราะถือว่าผิดวัตถุประสงค์
“ด้วยความเคารพ ผมเป็นรัฐมนตรีเอาชีวิตและศักดิ์ศรี ตำแหน่งเดิมพัน ถ้าผมไปทำอะไรที่เอื้อประโยชน์กับนายทุน ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผมคงต้องอยู่ไม่ได้เหมือนกัน ในสิ่งที่ผมยืนหยัดอยู่ในวันนี้ อธิบดีจะเกษียณอีก 4-5 เดือน ท่านกับผมจะทำให้จบ สุดท้ายท่านเกษียณก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมต้องการให้ประชาชนอยู่ในสิ่งที่ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้องให้รักประเทศไทย ไม่ใช่มองว่ากฎหมายประเทศไทยไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา อย่างนี้จะอยู่กันอย่างไร ” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนนายทุนไม่มีรอดในสายตาแน่นอน ไม่เอาไว้แน่นอน คุณรวยอยู่แล้วไปลงทุนในที่ดินที่มีโฉนด อย่ามาลงทุนในที่ดินที่หลวง ไม่ถูกต้องเอาเปรียบสังคม ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องจบในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีอยู่ เราไม่สนใจกลุ่มทุนใครหน้าไหนทั้งนั้นทุกอย่างต้องจบ ถ้าไม่จบตนก็ต้องจบ แลกกัน เรื่องนี้ไม่จบชีวิตตนก็จบ แลกกัน ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เราอยู่บนพื้นฐานศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราลูกผู้ชายถ้าพูดขนาดนี้แล้ว ตระบัดสัตย์ตนเองจะอยู่ได้อย่างไรในสังคม ใครจะคบกับเรา วันนี้กลุ่มทุนทุกอย่างไม่ต้องมาหาตน ตนไม่เอาไว้แน่นอน ตนบอกกับข้าราชการทุกคนถ้าใครกลัวย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าวันนี้ไม่ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจะทำวันไหน ในเมื่อนายกฯ กับตนทำเต็มที่ แล้วพวกท่านกลัวอะไรกัน ในเมื่อเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ท่านต้องกลัวอะไร ตนยังไม่กลัวเลย แต่ต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มที่เห็นต่าง แต่อย่าปลุกระดม
ภายหลังที่นายสุชาติ ให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้มีกลุ่มที่คัดค้านการแบ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน หรือกลุ่ม SAVE ทับลาน สวมเสื้อยืดสีขาวมาสภาฯ เพื่อมายืนหนังสือกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งได้บังเอิญเจอกับนายสุชาติ ที่มารับหนังสือจากกลุ่มสนับสนุนพอดี ทำให้กลุ่มคัดค้าน ได้เผชิญหน้ากับนายสุชาติ พร้อมตะโกนลั่นว่า “เซฟทับลาน ๆ ๆ” ดังลั่นสภาฯ ซึ่งนายสุชาติ ก็ไม่ได้หยุดพูดคุยกับกลุ่มดังกล่าว โดยได้พยายามเดินฝ่าวง กลับเข้าไปภายในสภา โดยไม่ได้ชี้แจง หรือพูดอะไร
เนื่องจากกลุ่มคัดค้าน มองว่า ป่าอยู่มาก่อนคน และการออกเอกสารสิทธิ์มาเป็น สปก. เพื่อรอวันเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินเอื้อให้กับนายทุน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชี 825 ตู้
รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก 'เปิดตู้' สู่ 'ไล่เครือข่าย' ตรวจบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ ย้ำตรวจตามหลักฐาน–ไม่เหมารวมว่าผิดทั้งหมด
ลุย 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง!
รัฐบาลเดินหน้า 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเลี้ยงถูกกฎหมายควบคู่การอนุรักษ์
รมว.สุชาติ สั่ง! กรมอุทยานฯ ตรวจสอบและเร่งติดตามตัวกลุ่มบุกรุกป่าพรุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด ย้ำ! เอาผิดทุกราย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เร่งติดตามและนำตัวผู้กระทำความผิดในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทุกราย โดยไม่มีการละเว้นหรือยอมให้กลุ่มทุนฮุบผืนป่าเป็นอันขาด
“รมว.สุชาติ” สั่ง “ทส.หนึ่งเดียว” เร่งเปิดเส้นทางน่าน หลังน้ำลด ตัดต้นไม้กีดขวาง คืนการสัญจรให้ประชาชน
วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“รมว.สุชาติ” สั่ง ทส.ช่วยผู้ประสบภัย “กลุ่มคนตาบอด” น่าน ย้ำเร่งส่งความช่วยเหลือถึงมือประชาชน
วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน หลังสมาคมคนตาบอดจังหวัดน่านประสานขอรับการสนับสนุนสิ่งของจำเป็น เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านเชิงตีนเขา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประสานผ่านคุณอรอุมา เกษตรพืชผล และรายการ “สื่ออาสาประชาชน”
“สุชาติ” สั่งเดินหน้าแผนรับมืออุทกภัย–ภัยแล้งภาคตะวันออก เร่งติดตามความพร้อมรับสถานการณ์
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 14.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

