'ภราดร' รับงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ แจงรัฐบาลต้องรัดเข็มขัด

‘ภราดร’ รับงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประเทศ เผย ‘รัฐบาล’ จัดทำงบแบบรัดเข็มขัด ชวน ‘ฝ่ายค้าน’ ร่วมมือทำงบฯ ให้ลีนแก้ปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ดึงเงินนอกงบประมาณ-เงินสะสมของหน่วยงานเป็นเงินในระบบ

29 มิถุนายน 2569 - จากนั้นเวลา 18.00 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีสส. ระบุว่าการจัดทำงบประมาณปี 70 เป็นการจัดทำงบประมาณแบบฝีแตก แบบแผลเรื้อรัง หาเช้ากินค่ำ ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ปฏิเสธว่าสถานการณ์ของงบประมาณปี 2570 เป็นอย่างที่ว่าจริงๆ เพราะรัฐบาลนี้เพิ่งมีโอกาสจัดงบประเทศเป็นปีแรก ตนได้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้เห็นปัญหาไม่ต่างที่สส.อภิปราย หากจัดโครงสร้างงบประมาณแบบเดิม อีก 2-3 ปี ประเทศเราอยู่ไม่ได้ สำหรับตัวเลขงบประมาณปีนี้ 3.788 ล้านล้านบาท โดยเงินขาเข้ารัฐบาลหาได้ 3 ล้านล้านบาท เพื่อจ่ายงบประจำและชำหนี้ที่ก่อมาก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 7.88 แสนล้านบาทเป็นเงินกู้

“รัฐบาลมีทางเลือก 2 ทางจะตามน้ำ ทำงบแบบเดิมๆ เงินไม่พอขาดเท่าไร ใช้วิธีกู้เพิ่ม หรือแก้ไขที่โครงสร้าง ผมยอมรับตรงๆว่าไม่สามารถจัดงบปี2570 ได้สมบูรณ์แบบตามที่ทุกคนปรารถนา เพราะโครงการที่เป็นทำให้ต้องใช้วิธีปะผุ แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่ทำคือ ตามน้ำ แบบเดิมๆเงินไม่พอใช้การกู้ แม้จะเป็นวิธีที่ง่ายที่ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มเพื่อทำโครงการที่สัญญาไว้ ทั้งนี้ ได้พยายามปรับโครงสร้างและรักษาวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด” นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวต่อว่า เรายอมเจ็บเพราะรู้ว่าหากรัฐบาลไม่เจ็บปีนี้ ปีหน้า ปีถัดไปเจ็บเหมือนกัน และรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ตลอดไป รัฐบาลหน้าจะเจอกับปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกัน ขณะที่งบประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้งบลงทุนลดลงเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมาถึง 7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ถึงเวลาเดินหน้าแก้ไขโครงสร้างงบประมาณ

“ผมดีใจนะครับ เมื่อเช้าหลังฟังการอภิปราย ผมไปหาน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แล้วไปบอกว่าผมเห็นด้วยและเห็นภาพเดียวกันกับท่าน ผมคิดว่าถึงเวลาที่ไม่เฉพาะรัฐบาล แต่ฝ่ายค้าน สส. ภาคเอกชน หน่วยงานราชการต้องตระหนักรู้และมองภาพเดียวกันเพื่อสร้างโครงสร้างงบประมาณของประเทศนี้ใหม่ ด้วยโครงสร้างงบประมาณแบบนี้ เราไม่สามารถตอบโจทย์ประเทศ ความต้องการของประชาชน และไม่สามารถเพิ่มเบี้ยให้ผู้สูงอายุ เบี้ยเด็ก เบี้ยคนพิการ ซึ่งรัฐบาลอยากทำ อยากแก้ปัญหา แต่งบที่จำกัดที่บีบรัดรัฐบาล ที่ทำให้ทำไม่ได้” นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวต่อว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มต้นรักษาวินัยการเงินเคร่งครัด โดยที่พยายามไม่ยืมเงินคงคลังมาใช้ เราพยายามสร้างโครงสร้างของงบประมาณโปร่งใสมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ เช่น เบี้ยบำนาญ อยู่ในงบกลาง โดยตั้งงบเพิ่มขึ้นปี 2568-2569 เพราะเห็นปัญหาว่าทุกปีตั้งไม่เคยพอสุดท้ายจะเป็นภาระเงินคงคลัง ส่วนแนวทางจัดสรร เริ่มต้นการจัดทำงบปี 2570 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย มีนโยบายชัดเจนถึงแนวทางจัดทำนโยบาย บอกให้รัดเข็มขัด เช่น งดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ หากจำเป็นต้องไป ต้องให้ไปเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระงบประมาณ

นายภราดร กล่าวอีกว่า ส่วนการลดงบการลงทุน ไม่ใช่เป็นการลดการลงทุนของประเทศ แต่เปลี่ยนแหล่งเงินทุน แทนที่จะเปลี่ยนแหล่งเงินของรัฐบาลที่เอามาจากภาษีของประชาชน แต่ให้กระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงอื่นที่จะมีการลงทุนขนาดใหญ่ ไปหาช่องทางของเงินทุนจากช่องทางอื่น เช่น ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หรือการไปร่วมทุนกับภาคเอกชนคือ PPP ปีนี้มีการลดลงถึง 46% ซึ่งเราพยายามที่จะออกมาตรการรัดเข็มขัดในการจัดทำคำขอ เพราะเข้าใจในสถานการณ์ และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็บอกเองว่าการจัดทำงบประมาณปีนี้สามารถที่จะทำให้ฝ่ายค้านตรวจสอบได้มากขึ้นเพราะมีไฟล์เอ็กเซล ที่มีการขอกันมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ปีนี้สำนักงบประมาณจัดสรรให้กับสมาชิกเพื่อให้เกิดประโยชน์กับการพิจารณาให้เกิดความโปร่งใส

นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนงบจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดปกติได้ปีละ 2-3 หมื่นล้าน แต่ปีนี้เหลือ 4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ที่นายกฯ กำกับดูแล ก็มีการไปตัดเนื้อเฉือนเนื้อลูกน้อง เพราะเป็นการตั้งงบที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น โครงการทำถนนที่บอกว่าจะเป็นการดึงเป็นงบกลางเพื่อให้รัฐมนตรีจัดสรรงบลงพื้นที่ของสส.ได้ หากทำแบบนั้นผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ซึ่งรัฐบาลนี้ไม่ได้ทำและไม่มีเจตนาเช่นนั้น ส่วนโครงการที่ผ่านคณะกรรมการจังหวัดแล้วจะอยู่ในส่วนของงบฟังก์ชัน ไม่ใช่นำมาแทรกไว้ในงบจังหวัดที่ต้องนำไปพัฒนาจังหวัด เพิ่มมูลค่าโอกาสให้ประชาชน ทำให้มีนโยบายว่างบจังหวัดกลุ่มจังหวัดที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการ หรือหน่วยฟังก์ชันให้ใช้งบฟังก์ชัน จึงเป็นที่มาในการที่ตัดลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทยในปีนี้

“การดำเนินการเช่นนี้ ตัดลดงบประมาณทุกกระทรวง ทบวง กรม ผมก็ถูกตำหนิเพื่อนในคณะรัฐมนตรีทุกคนมาตำหนิที่ผม เพราะผมได้รับมอบหมายให้ดูแลสำนักงบประมาณ ทุกกระทรวงถูกตัดลดหมด แต่ผมก็นำเหตุผลไปบอกกับทุกท่านว่าด้วยสภาวะรายรับ รายจ่ายของรัฐบาลเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องทำ“ นายภราดร กล่าว

นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนงบกลางที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วจำนวน 1 พันล้านบาทนั้น ซึ่งมีความกังวลว่ารัฐบาลจะไปเพิ่มในส่วนที่รัฐบาลสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องมาขออนุญาตสภา จริงๆ แล้วไม่ใช่ งบกลางในส่วนที่รัฐบาลใช้ได้คืองบกลางในหมวดฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน และหน่วยงานราชการไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ โดยงบกลางที่เพิ่มขึ้น 1 พันล้านบาทนั้นเป็นการเพิ่มในส่วนของเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และในส่วนของสำรองที่จะต้องจ่ายให้กับ กบข. ในปีนี้ถึง 7.14 หมื่นล้านบาท

นายภราดร กล่าวอีกว่า ขณะที่หมวดใหม่ในงบกลางคือ การแก้ปัญหาวิกฤตผันผวนงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท รัฐบาลมีหลักคิดว่ารัฐบาลกู้เงิน 7 แสนล้านบาทต่อปี ดอกเบี้ย 3-4% แต่มีหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเงินสะสมที่สามารถใช้ได้ 6 แสนล้านบาท กองทุนหมุนเวียน มีเงินสะสมและหมุนเวียนในกองทุนอยู่หลายแสนล้านบาท หน่วยงานภาครัฐที่สามารถเก็บเงินนอกงบประมาณมีอีกมหาศาล ขณะที่รัฐบาลต้องกู้เงินทุกปีแสนล้านบาท แต่มีเงินในหลายองค์กรที่ฝากเงินในธนาคารเพื่อเก็บดอกเบี้ย เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ตนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปร่วมกันในโครงสร้างงบประมาณ ฉะนั้น จึงขอเชิญชวนทุกคนมาช่วยกันคิดและวางโครงสรร้างงบประมาณใหม่ ทั้งการจัดเก็บและหารายได้ใหม่

นายภราดร กล่าวต่อว่า ขอให้ช่วยคิดการจัดทำงบประมาณที่ตอบโจทย์ประเทศประเทศมากที่สุด การจะนำเงินสะสมในกองทุนหมุนเวียนอยู่ในระบบงบประมาณมีวิธีการอย่างไร หากเราตั้งวงร่วมคิดตนคิดว่าไม่ใช่ช่วยรัฐบาลปัจจุบัน แต่ช่วยประเทศให้มีโครงสร้างงบประมาณประเทศสมบูรณ์และตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ หากวันที่ 1 กรกฎาคมหลังจากการอภิปรายและลงมติแล้ว หากสภาฯ เห็นชอบวาระแรก ก็จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตนก็อยากเชิญชวน กมธ.ว่า ปีนี้เรามาช่วยกันตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด เพื่อนำเงินที่ตัดได้ให้กับหน่วยงานที่ไม่ขัดกับมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญที่มีความจำเป็น เช่น งบวิจัยที่ปีนี้ถูกตัดลดไปหลายพันล้านบาท

“เอาไหมละครับ เราร่วมมือกัน และใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือในการที่จะลีนงบประมาณ 70 ให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นกันขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิก โดยวันสุดท้ายนายเอกนิติ ในฐานะหัวหน้าทีมคลังของรัฐบาลจะมาชี้แจงในส่วนของการสรุปภาพรวมทั้งหมดอีกครั้ง” นายภราดร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี' ร่ายยาวเผชิญ 4 ความท้าทาย ภายใต้งบประมาณจำกัด ต้องแก้ระดับโครงสร้าง

"ศุภจี" แจงภารกิจ ก.พาณิชย์ เผชิญความท้าทาย 4 ด้าน ภายใต้งบประมาณจำกัด ระบุต้องแก้ไขในภาพรวม ไล่ระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมยอมรับบางปัญหาแก้ไม่ได้ในวันเดียว แต่ต้องใช้เวลา วางเป้า SMEs โต 40% ช่วยผลักดันประเทศหลุดกับดักรายได้ปานกลาง ลั่น รัฐบาลให้ความสำคัญปราบ “นอมินี - ทุนเทา” ใช้ AI ช่วยตรวจสองความเสี่ยง เพิ่มความโปร่งใส

ปชป. ลากไส้งบปราบยาเสพติด แบ่งเค้กจัดอีเวนต์ โชว์ผลงานจับปลาซิวปลาสร้อย ไม่เห็นทลายทุนใหญ่ท่อน้ำเลี้ยง

สส.ประชาธิปัตย์ อภิปรายงบ 70 ชี้แผนปราบยาเสพติด ส่อแบ่งเค้ก ต่างคนต่างจัดอีเวนต์ เคลมผลงาน เหน็บเน้นจับกุม ยึดของกลางตั้งโต๊ะแถลงโชว์ผลงาน ใครๆ ก็ทำได้ ถามกลับ รัฐบาลตัดท่อน้ำเลี้ยง-เอาผิดเส้นทางการเงิน -

'การดี' ถล่ม 'งบดีอี' 1.3 หมื่นล้าน ไร้อนาคต 'AI ไม่ตรงปก' ชี้กว่า 65% กระจุกตัว 2 โครงการ

“การดี” ฉะ งบ70 ไร้อนาคต ติดป้าย AI ไม่ตรงปก ทำไทยตกขบวน ซัด “ดีอี” มีงบกว่า 65 %กระจุกอยู่แค่ 2โครงการ ไม่แน่ใจTH -AI Passport ได้ผลลัพธ์หรือไม่ แนะก่อนจัดงบต้องคิดว่าพาประเทศไปทางไหน

'วีระยุทธ' ซัดรัฐบาลจัดงบ 70 เหมือนคนเป็นโรคกลัวตกกระแส หน้าใหญ่ใช้เงินซื้อรถ แต่ไม่สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงความกังวลภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยว่า ควรจะเป็นฐานสําคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ กลับถูกทิ้งขว้างจากเพราะรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลเคยประกาศว่า จะพาประเทศไทยเป็นประเทศร่ำรวย ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปีข้างหน้า ซึ่งดูเหมือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล

'อภิสิทธิ์' สับเละ! งบ 70 'หาเช้ากินค่ำ' ไร้อนาคต บี้ปฏิรูปภาษีก่อนหนี้ทะลุ 80%

'อภิสิทธิ์' สับรัฐบาลจัดงบ 70 แบบไร้อนาคต หาเช้ากินค่ำ มีเงินใช้แค่งบประจำ-ใช้หนี้ ต้องกู้ลงทุน อย่าหวังเพิ่มเบี้ยคนชรา-สวัสดิการ แนะปฏิรูปภาษีก่อนหนี้สาธารณะทะลุ 80%

เปิดงบ ‘มท.’ ยุคสิงห์หนูกวาด 2.28 แสนล้าน ‘สถ.’ กรมเดียวกวาด 1.7 แสนล้าน

เปิดงบสถ.กรมฉาวทุจริตสอบขรก. พบปี 2570 ได้เหนาะๆ172,824,762,000  บาทส่วนมหาดไทยยุคสิงห์หนูอนุทินควบมท.1 ได้2.28 แสนล้านขณะที่ภูเก็ตที่มีทั้งเด้งผู้ว่าฯแซมเบ้-รองผู้ว่าฯซีฟู้ด -ให้ออกปลัดจังหวัดงบคลองหลอด-ท้องถิ่นอัดไปสามร้อยกว่าล้าน  ส่วน”บุรีรัมย์”ฐานใหญ่พรรคน้ำเงินได้ไป 166 ล้าน