'การดี' ถล่ม 'งบดีอี' 1.3 หมื่นล้าน ไร้อนาคต 'AI ไม่ตรงปก' ชี้กว่า 65% กระจุกตัว 2 โครงการ

“การดี” ฉะ งบ70 ไร้อนาคต ติดป้าย AI ไม่ตรงปก ทำไทยตกขบวน ซัด “ดีอี” มีงบกว่า 65 % กระจุกอยู่แค่ 2โครงการ ไม่แน่ใจTH -AI Passport ได้ผลลัพธ์หรือไม่ แนะก่อนจัดงบต้องคิดว่าพาประเทศไปทางไหน

29 มิถุนายน 2569 - จากนั้นเวลา 13.05 น. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบฯ70 ว่า มองว่างบนี้คืองบไร้อนาคต 1.เป็นงบที่กระจัดกระจายซับซ้อนและหลายทิศทางเก่งหรือไม่ 2.งบนี้มีคำว่า AI ติดป้ายปลอมของไม่ตรงปกหรือไม่ และ3.งบนี้จะทำให้ไทยตกขบวนโลกจริงหรือไม่น่าเสียดาย เท่าที่ตนและผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ดูมันใช่ทั้ง 3 ข้อเลย ทั้ง 3 ข้อบวกกันนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ว่าเรามีเงินไม่พอ แต่คิดว่าเงินที่ถือ ณ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะพาประเทศไปที่ไหน และเรากำลังจะพูดถึงไทยงบนี้ไม่มีอนาคต

นางการดี กล่าวต่อว่า งบนี้ไร้อนาคตเพราะการกระจายซ้ำซ้อน เพราะพอไปดูงบกระทรวงดีอี ทั้งกระทรวงอยู่ที่ 13,625 ล้านบาท จะว่าเยอะก็เยอะเพราะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 30% จะว่าตกใจก็เช่นเดียวกัน เพราะจริงๆแล้วเมื่อเปรียบเทียบแล้วคิดเป็นเพียงแค่สัดส่วน 0.36% ของงบประมาณทั้งประเทศเท่านั้น ถ้าเรากำลังจะเปลี่ยนผ่านไปงบประมาณ ไปสู่ประเทศที่ก้าวเข้าสู่เอไอ เศรษฐกิจดิจิทัล จึงเป็นคำถามว่าดูน้อยไปหรือไม่โดนซุกในกองทุนหรืออยู่ที่อื่น แต่สัดส่วนน้อยแบบนี้ยังไม่ใช่เป็นปัญหาแต่คือวิธีคิด ตรรกะ และวิสัยทัศน์ที่อยู่เบื้องหลังงบประมาณชุดนี้ เพราะเมื่อเข้าไปดูงบประมาณของกระทรวงอีดี กว่า65 % คือกระจุดตัวอยู่ 2 โครงการ คือโครงการพื้นฐาน หรือระบบคลาวด์ภาครัฐ และโครงการของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่ง เกี่ยวข้อง กับ การสร้างข้อมูล หรือรักษาเครื่องมือในการพยากรเชิงพื้นที่

นางการดี กล่าวต่อว่า ระบบคลาวด์ภาครัฐเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ควรจะรวบรวมข้อมูลหน่วยงานราชการซึ่งอยู่ในงบประมาณปีนี้เกือบ 5 พันล้านบาท เปรียบเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ 2,200 ล้านบาทถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว แต่ประเด็นคือเมื่อคลาวด์กลางที่ควรจะมีอยู่แล้ว ปีนี้ลงทุน 5 พันล้านบาท รวมๆแล้วที่ผ่านมากว่า 8 พันล้านบาท แต่ยังมีหน่วยงานอื่นเช่นกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข อุมศึกษาฯ ก็ยังมีการเช่าคลาวด์ของตัวเองแยกออกไปรวมทั้งหมด 55 โครงการ เป็นมูลค่า 1,530 ล้านบาท ตรงนี้จึงเป็นคำถามว่าแล้วงบที่แท้จริงคืออะไร

นางการดี กล่าวต่อว่า ถ้าไม่ดูรายบกระทรวงโดยเจาะเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวข้อกับดิจิทัลและ ไอที โดยมีอยู่กว่า 51,000 ล้านบาท ตรงนี้มีทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ,อุดมศึกษาฯ,มหาดไทย ,สำนักนายกฯ ซึ่งเรายังไม่เห็นพิมพ์เขียว ไม่เห็นโลดแม็ปที่จะพาสิ่งนี้ไป และแผนภาพเรื่องการบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลทั้งหมด 8,700 ล้านบาทเป็นงบลงทุนเพียง 9.4% กว่า70% เป็นงบการดำเนินงาน ซึ่งลงทุนนิดเดียวแต่อยากที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ประเทศดิจิทัล ดังนั้นถ้าเรามองประเทศสิงคโปร์ เขามีการดำเนินการอยู่ในระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวงของแต่ละกระทรวง หน่วยงานที่พยายามสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันจากข้างในเพื่อที่จะทำให้ได้ว่าประเทศสิงคโปร์ตอบโจทย์กับอุตสาหกรรมใหม่และเทคโนโลยีใหม่ หมีโครงการดิจิทัลที่ทะเยอทะยานสามารถก้าวข้ามเศรษฐกิจเดิมนั้นไปได้ แต่วันนี้ดตนมองว่างบประมาณที่เกิดขึ้นอนุมานได้ว่าผู้บริหารองค์กรหลักๆอย่างกระทรวงดิจิทัลฯ กลับทำหน้าที่เหมือนหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อ มากกว่าที่จะเป็นคนดูแลในเรื่องของกลยุทธ์ของประเทศ เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องเร่งดู

นางการดี กล่าวด้วยว่า ส่วนงบไร้อนาคต เพราะเราเจองบ เอไอ ติดป้ายปลอมแบบไม่ตรงปกเป็นจำนวนเยอะมากถ้าไปสแกนดูทั้งหมดที่ว่าเราจะพาประเทศไปสู่ยุค เอไอซึ่งตนไปดูตัวเลขมาแล้วงบที่มีระบุคำว่า เอไอ มีสูงถึง 2,583 ล้านบาท ทั้งหมด 198 รายการใน 91 หน่วยงานใน 20 กระทรวง และกว่า 90% ระบุว่าเป็นงบลงทุน

“ดิฉันวิเคราะห์แล้วใจฟูว่าจะลงทุนกันถึง 90% แต่จริงๆแล้วขอลงไปดูเนื้อในงบลงทุนนี้กับกลายเป็นว่าเป็นงบสร้างห้องเรียน งบซื้อครุภัณฑ์ มีแม้แต่งบสร้างอาคารปัญญาประดิษฐ์ด้วย ที่ทำงบแบบนี้จะทำให้ผู้บริหารงบประมาณอาจจะมีการตีความขีดความสามารถของประเทศผิดไป จึงทำให้งบกระจายไปหมดและไร้ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ว่าเราจะไปทางไหน เอาป้าย เอไอไปแปะซึ่งจะได้งบประมาณเอไอ แต่ไม่ได้สร้างผลงานหรือผลสัมฤทธิ์ ผลลัพท์ ทางด้านเอไปอย่างแท้จริง”นางการดี กล่าว

นางการดี กล่าวว่า งบไร้อนาคต จะชวนประเทศไทยตกขบวนอีกรอบเพราะถ้าเราพูดถึงการเดินไปข้างหน้าอย่างมียุทธศาสตร์จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยไม่ตกขบวนหลายงานวิจัยที่เราได้ศึกษาคือ 1.โครงสร้าง เอไอระดับชาติอยู่ที่ไหน 2. ข้อมูลที่พร้อมเทรนเอไอ อยู่ตรงไหน 3.เราจะใช้ เอไอ ในการตรวจสอบโครงการรัฐหรือเอกชนได้อย่างไร 4. จะมีการเพิ่มทักษะอัพสกิลทั้งภาครัฐและแรงงานนั้นแบบไหนนอกเหนือจาก TH -AI Passport ซึ่งไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์จะได้หรือไม่ และ 5.เอไอดิจิทัล เป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้เอกชนเชื่อมั่นในข้อมูลที่เกิดขึ้นและใช้ประโยชน์ในเชิงของเศรษฐกิจจริงๆ

“ประเด็นนี้ดิฉันไม่มีคำตอบ และมองหาจากงบประมาณจากยุทธศาสตร์และนโยบาย มีคำถามสำคัญว่าก่อนที่จะจัดสรรงบประมาณเราจะพาประเทศของเราไปทางไหน แผลสดๆ ดิฉันคิดว่าต้องมาแชร์กันที่นี่เพราะในยุคที่อีคอมเมิร์ซต่างชาติเข้ามา เราวางกฎกติกาไม่ทัน เราสร้างแพลตฟอร์มไม่ทัน สุดท้ายตลาดออนไลน์ก็ทำให้พี่น้องเอสเอ็มอีเจ็บช้ำและตายระนาวลงเรื่อยๆ วันนี้เรารู้สึกว่าผู้บริหารยุทธศาสตร์ ผู้บริหารงบประมาณทำตัวเหมือนเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง ว่าจะเลือกที่นั่นที่นี่ในราคาถูกมาอย่างไรดี แต่ไม่มีใครมาวางรากฐานว่าเราจะสร้างพื้นฐานให้เกิดการเติบโตในประเทศที่แท้จริงได้อย่างไร ดิฉันกลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ดิฉันให้ว่าไม่เกิน 3 ปีเราจะต้องมาถกเถียงกันว่าแล้วข้อมูลความมั่นคงที่ว่า เอไอ ของบ้านเราตกอยู่ในมือใคร แล้วประชาชน รัฐ และเอสเอ็มอีในไทยไม่สามารถใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้เลย ถ้าวันนี้เราไม่เริ่มวางยุทธศาสตร์ที่ดีอีคอมเมิร์ซแบบนี้ก็จะกลับมาหลอกหลอนเราไปเรื่อยๆ”นางการดี กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน

“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ

กระทุ้ง 'อ้วน-พท.' เคลียร์ปมรัฐบาลอิ๊งค์จุ้น 'คดีฮั้ว สว.'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "คดีฮั้ว สว. DSI ถูกรัฐบาลอุ๊งอิ๊งแทรกแซง?" โดยระบุว่า

ยื้องบแลกดีลกกต. รบ.ท้าปชน.โชว์หลักฐาน สภาวุ่น!DSIรับใช้นํ้าเงิน

ลากถกงบ 70 เพิ่มอีกวันถึง 10 ก.ย.  หลัง สส.ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาลลงชื่ออภิปรายอื้อ  "โสภณ" สั่งงดประชุมสภาฯ ปกติ ลุยถกงบฯ 70 นัดพิเศษต่อ

ซัด‘กรรโชกเสียง’แลกเทงบ

ถกงบ 70 วันที่สองสุดอืด ปชน.พาเหรดถล่มกระทรวงเกษตรฯ เละ จวกกรมประมงเป็นกรมอควาเรียม-ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี “มนพร” รีบแจงโครงการยุค “เศรษฐา”

'การดี' ชำแหละงบดีอี 1.3 หมื่นล้าน ถูกตัดแค่ 25 ล้าน อัดรัฐเน้นเช่าใช้ระบบ แบกภาระสูง ตั้งงบซ้ำซ้อน

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ภาพรวมงบประมาณของกระทรวงดีอีตั้งไว้ที่ 13,625 ล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ กลับมีการปรับลดงบประมาณลงเพียง 25.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.19 เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการปรับลดงบประมาณของกระทรวงอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด