
30 มิ.ย.2569-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในการควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น มีผลบังคับใช้แล้ว สาระสำคัญคือกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่างๆให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆของราชการ การให้บริการภาครัฐและการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการของภาครัฐลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย
เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ
หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่
นางสาวรัชดากล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน รองรับการนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ การตัดสินใจเชิงนโยบาย และการให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินการต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้ข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในทุกขั้นตอน ไม่ให้เกิดการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เกินวัตถุประสงค์หรือรั่วไหลสู่บุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่
“รัฐบาลได้เสนอให้มีการออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อปรับระบบราชการให้มีความทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือในการยกระดับการบริการประชาชน ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมาแต่ละหน่วยงานของรัฐจัดเก็บข้อมูลไว้แยกส่วน ทำให้ประชาชนต้องยื่นเอกสารซ้ำหลายครั้ง และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้การให้บริการล่าช้า สิ้นเปลืองงบประมาณ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล” นางสาวรัชดา กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.รับทราบแผน 'ฟรีซข้าราชการ' ทยอยยุบกว่า 1 หมื่นหน่วยงาน วางกรอบ 8 ปี
“ปกรณ์” เผย ครม.รับทราบแผนปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ กำหนดอัตราข้าราชการปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด พร้อมหยุดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาคเพิ่มตั้งแต่วันนี้ ส่วนที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นหน่วยทยอยทบทวน-ยุบ ลดภาระงบประจำ ตั้งเป้าดำเนินการภายใน 8 ปี
รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง
ใจกว้าง! ทำแผน ‘ภาครัฐระบบเปิด’ ฉบับแรกของไทย เปิดประชาชนตรวจสอบงบ
รบ.เดินหน้าทำแผน "ภาครัฐระบบเปิด" ฉบับแรกของประเทศ ประชาชนตรวจสอบงบ-ลดทุจริต หนุนไทยสู่สมาชิก OECD
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

