'นิกร' ขอสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่ล้างผิด 'ทุจริต-ม.112-โกงเลือกตั้ง' หวังปิดฉากขัดแย้ง 20 ปี
01 ก.ค.2569 - ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และอดีต กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมว่า ภายหลังจากที่วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นการกลั่นกรองเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
นายนิกร ยืนยันว่า หลักการที่มีการแก้ไขในชั้นวุฒิสภานั้น ยังคงเป็นไปตามแนวทางของร่างเดิมที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ รวมถึงร่างของครูไทย และและร่างของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดมีความสอดคล้องกัน โดยการปรับปรุงของวุฒิสภายังคงยืนยันในหลักการสำคัญ 3 ประการอย่างเคร่งครัดตามที่สภาผู้แทนราษฎรเคยให้ความเห็นชอบไว้
สำหรับหลักการสำคัญที่ไม่มีการนิรโทษกรรมให้ ประกอบด้วย 1.การกระทำความผิดในฐานทุจริตประพฤติมิชอบ จะไม่มีการนิรโทษกรรมให้เด็ดขาด 2.การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะไม่มีการล้างผิดให้ 3.การกระทำความผิดที่ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือความผิดต่อส่วนตัว รวมถึงการกระทำที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ทั้งในลักษณะเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม จะไม่ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยกฎหมายจะมุ่งเน้นนิรโทษกรรมเฉพาะการกระทำที่มีแรงจูงใจทางการเมืองเท่านั้น
นายนิกร กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่มีการปรับปรุงถ้อยคำในชั้นวุฒิสภานั้น มีการตัดคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ออกจากการยกเว้นความผิด เนื่องจากในทางกฎหมายมีการยืนยันชัดเจนว่า รัฐวิสาหกิจถือเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว การใส่คำซ้ำซ้อนจึงไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีการเติมคำว่า “สังคม” เข้าไปในบางจุดเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับการแก้ไขดังกล่าว
นอกจากนี้ นายนิกร ยังมีการชี้แจงถึงกรณีข้อพิพาทเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายจากการชุมนุมปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้เป็นโจทก์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ชุมนุม โดยในร่างกฎหมายเดิมกำหนดว่าหากมีการนิรโทษกรรมแล้ว ให้คืนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ในชั้นกรรมาธิการตกลงกันว่า เงินจำนวน 5 ล้านบาทที่มีการบังคับคดีและชำระมาแล้วนั้น จะไม่มีการคืนให้ เนื่องจากเป็นความเสียหายของรัฐวิสาหกิจที่มีผู้ถือหุ้นภาคเอกชนรวมอยู่ด้วยถึงร้อยละ 30 ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขตัดประเด็นนี้ออกไปทำให้ไม่มีปัญหาข้อถกเถียงอีก อย่างไรก็ตาม ในส่วนบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. ซึ่งเดิมระบุฐานความผิดไว้ 25 ฐานความผิดนั้น ทางวุฒิสภาได้นำมาจัดเรียงลำดับใหม่ตามศักดิ์ของกฎหมาย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในสาระสำคัญ ย้ำชัดว่าไม่มีความผิดตามมาตรา 112 และความผิดที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตปรากฏในบัญชีแนบท้ายอย่างแน่นอน เป็นเพียงการลำดับศักดิ์ของกฎหมาย เพื่อความถูกต้องเท่านั้น
สำหรับกระแสข่าวเรื่องการนิรโทษกรรมคดีโกงเลือกตั้ง หรือคดี "ฮั้ว" นั้น รองประธานวิปรัฐบาลกล่าวยืนยันว่า จะไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำความผิดทุจริตเลือกตั้ง การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือการแจ้งคุณสมบัติอันเป็นเท็จของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. และ สว. อย่างแน่นอน ส่วนที่จะได้รับการนิรโทษกรรมคือความผิดลหุโทษเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง เช่น การชุมนุมประท้วงไม่พอใจการทำงานของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แล้วเกิดการกระทบกระทั่งกันเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้มีการบันทึกรายงานการประชุมกรรมาธิการครั้งที่ 9 ไว้อย่างชัดเจน
ในส่วนของกรอบเวลาการพิจารณา คาดว่าวุฒิสภาจะส่งร่างกฎหมายกลับมาถึงสภาผู้แทนราษฎรภายในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้(2 ก.ค.) ซึ่งจะทันเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์สุดท้ายของสมัยประชุมนี้ โดยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาล เพื่อพิจารณา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรควรมีมติเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมาทันที โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาให้เสียเวลาอีก เนื่องจากประเด็นที่แก้ไขเป็นเพียงถ้อยคำและเทคนิคทางกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่เป็นสาระสำคัญ
“กฎหมายฉบับนี้เราพยายามผลักดันกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 ยืดเยื้อยาวนานจนประชาชนพูดกันจนเบื่อแล้ว ดังนั้นหากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามวุฒิสภา เรื่องนี้จะได้จบสิ้นกระบวนความ และเข้าสู่ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนต่อไป เพื่อปิดฉากปัญหาความขัดแย้งที่ยาวนานเสียที” นายนิกร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' ยังคาใจ! 'นายกวิทยา' รับ 4 เรื่อง ปฏิเสธ 3 รวมถึง 'ทำเพื่อข้างบน'
'พริษฐ์' ยังข้องใจคำชี้แจงของ 'วิทยา' นายกเทศมนตรีโพนสา ถึง 4 เรื่องที่ยอมรับ กับ 3 สิ่งที่ปฏิเสธ โดยเฉพาะประเด็น 'ทำเพื่อข้างบน'
'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!
'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
นายทะเบียน ภท. เผย 'ฉลอง เรี่ยวแรง' ลาออกพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 67
นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่านายฉลอง ได้ยื่นใบลาออก โดยในหนังสือลาออก ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567
'อนุทิน' ขำข่าว 'งูเขียว' ซบน้ำเงิน โชว์น้ำมันเขียวกลางวงสื่อ ก่อนแซะ 'พรรคส้ม' กระโดดงับอีกแล้ว
“อนุทิน” บอกไม่รู้ข่าว 10 งูเขียวเข้าพรรคสีน้ำเงิน แจงภาพ “เนวิน-บุญยิ่ง” แค่ไปดูบอล อย่าโยงการเมือง ก่อนหยิบน้ำมันเขียวโชว์
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก
'พิชญุตม์' การันตีผลงานรัฐบาล 'อนุทิน' 4 เดือน รับมือวิกฤตพลังงาน ดันราคาข้าว-ยาง-ปาล์ม พุ่งต่อเนื่อง พร้อมอัดมาตรการช่วยลดต้นทุน-ขยายตลาดโลก
นายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ว่า ภายหลังรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ 4 เดือน สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานและสงครามตะวันออกกลางได้ดี ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรหลักปรับตัวสูงขึ้น

