'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ
08 ก.ค.2569 - นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9 ต่อ 0 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในวงเงิน 200,000 ล้านบาทแรก สำหรับเยียวยาผลกระทบจากวิกฤต ตะวันออกกลาง และวงเงินอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มีมติ 7 ต่อ 2 ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ผลคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ แต่ยังคงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากแต่เป็นการพยายามสอดไส้โครงการต่างๆ ที่สามารถบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อยู่แล้ว
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ขณะนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 กำลังพิจารณาโครงการเหล่านี้อยู่ และในช่วงเช้าวันเดียวกัน หน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงหน่วยงานอื่นที่ต้องการใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ได้เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อคณะกรรมาธิการ ยกตัวอย่างล่าสุด มีข้อเสนอขอใช้งบเพื่อก่อสร้างลานกีฬาโซลาร์ รถขยะพลังงานไฟฟ้า และโครงการอื่น ๆ อีกหลายรายการ ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่สามารถตั้งงบประมาณผ่านงบรายจ่ายประจำปีได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการพิเศษหรือเงินกู้ 400,000 ล้านบาท
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันข้อสังเกตของพรรคประชาชนที่พูดมาตลอดว่า โครงการที่รัฐบาลพยายามผลักดันไม่ได้เข้าเงื่อนไขของการใช้อำนาจออก พ.ร.ก.เงินกู้แต่อย่างใด อีกทั้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากอยู่นอกสมัยประชุม และการรอเปิดสมัยประชุมตามปกติจะก่อให้เกิดความล่าช้า คณะรัฐมนตรีสามารถเรียกประชุมสมัยวิสามัญเป็นการด่วน เพื่อให้รัฐสภาพิจารณารับรองหรือไม่รับรองพระราชกำหนดได้ ดังนั้น จึงต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า ได้มีการหารือกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ การจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี ส่วนพรรคประชาชนได้ยืนยันจุดยืนมาโดยตลอดว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ผลที่ออกมาจะไม่ได้ผิดจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ก็ตาม
ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ติดตามสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาลว่ามีการคาดการณ์ผลคำวินิจฉัยล่วงหน้าหรือไม่ โดยพบว่า โครงการต่าง ๆ ที่จะใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแม้แต่โครงการเดียว แต่ในช่วงเพียง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีการให้ข่าวจากรัฐมนตรีหลายคน ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ดังกล่าว
น.ส.ศิริกัญญา เปิดเผยว่า พรรคยังได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอขึ้นเอง แต่มีลักษณะเป็นแคตตาล็อกหรือเมนูรายการสินค้าและโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้ โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง หรือส่งผลต่อการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคจึงมีข้อสงสัยว่า รายการโครงการดังกล่าวอาจเป็นโครงการที่มีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ พร้อมแสดงความกังวลว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อสันนิษฐานที่พรรคตั้งไว้ตั้งแต่ต้นว่า วงเงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน แท้จริงแล้วเป็นเพียงการสอดไส้โครงการ โดยอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นข้ออ้าง และอาจถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า หลังจากนี้โครงการต่างๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์จะตัดออกอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จะต้องใช้กลไกของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินโดยเฉพาะ แต่ในกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณปี 70 ก็สามารถใช้ช่องทางนี้ได้เพราะหลายโครงการขอมาซ้ำซ้อน โครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในงบปี 70 มีกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้า 200,000 ล้านบาทนี้ยืนยันว่าใช้ได้แล้วก็ต้องพิจารณาเรื่องความซ้ำซ้อนของโครงการ และยังมีอีกหนึ่งก้อนในรายการงบกลางปี 70 เป็นรายการค่าใช้จ่ายในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท
โดยให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีเงินสะสมหรือมีเงินนอกงบประมาณ มาออกเงินคนละครึ่งกับรัฐบาลเพื่อจัดทำโครงการดังกล่าว วงเงินจะไม่ใช่แค่ 200,000 ล้านบาทแล้ว แต่จะเป็น 212,000 ล้านบาท จึงมีความกังวลว่าจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นหรือไม่ ถ้าจะต้องตัดทางใดทางหนึ่งต้องทำอย่างไร เพราะ 200,000 ล้านบาทในพ.ร.ก.เราไม่มีอำนาจไปยุ่งในวงเงิน นอกจากว่าจะหมดคว่ำพ.ร.ก.ได้ทั้งฉบับ แต่ในงบประมาณปี 70 ถ้า 12,000 ล้านบาทนี้ ซ้ำซ้อนกับ 200,000 ล้านบาทที่ออกโดย พ.ร.ก. ก็อาจจะตัดได้ทั้งโครงการเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าไม่รู้จักนายณัฐพงษ์หลังถูกถามว่าฝ่ายค้านเรียกร้อง ให้แสดงความรับผิดชอบหาก พ.ร.ก.กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯ อาจจะไม่ค่อยได้เข้าสภา เลยจำหน้า สส.ไม่ค่อยได้ ตนก็เข้าใจ ถ้าอยากจำ สส.ได้ จำเพื่อนๆสมาชิกได้ ก็มาตอบกระทู้ในสภาบ่อยๆ ก็จะได้ทบทวนความจำให้ดียิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถยุบ กอ.รมน. ลงได้เพราะอยู่กับคนไทยมานานนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่ละหน่วยงานของรัฐก็ต้องทบทวนที่มาที่ไปและวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน เพราะหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศมีหลากหลายภารกิจ และมีภารกิจที่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งถ้าดูตัวอย่างอย่างเวียดนามเขาไปไกลมากกว่าการลดขนาดภาครัฐ แม้แต่จังหวัดก็มีการควบรวมกันได้เพราะฉะนั้น ก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เราจะคิดทบทวนกันใหม่ ว่าหน่วยงานไหนที่มีความซับซ้อน มีการยุบหรือควบรวมกันได้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ของประชาชนและประหยัดงบประมาณของแผ่นดินอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภาวุธ' ขอบคุณที่ช่วยดึงสติ หลังรีวิวเชิงบวกโครงการ AI ทำเข้าใจผิดปล่อยผ่านเรื่องตรวจสอบ
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตนต้องขอโทษทุกท่านจากใจจริงสำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้ การที่ผมมุ่งเน้นวิจารณ์เพียงแค่ระบบบริการของ AI Pass มากเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนจะปล่อยผ่านเรื่องการตรวจสอบ
'ณัฐพงษ์' อัด 'ประธานโสภณ' หยุดเคลมผลงาน ชี้สภาไม่ล่ม เพราะทุกพรรคร่วมมือ
'เท้ง' ซัด 'โสภณ' หยุดเคลมผลงาน ชี้ 'สภาฯไม่ล่ม' เพราะทุกพรรคร่วมมือ จี้ ใช้อำนาจส่งเรื่องตรวจสอบองค์กรอิสระ หนุนแก้ ข้อบังคับสภาฯ หวัง ฝ่ายบริหารมีความรับผิดชอบ แนะ เอาวิจัยพระปกเกล้าฯ ตั้งเรื่อง ทำสภาฯโปร่งใสได้เลย
'เท้ง' ชี้ปัญหารุมล้อม 'มหาดไทย' คือจุดเปราะบางที่สุดของรัฐบาลภูมิใจไทย
'เท้ง' มั่นใจเสียงฝ่ายค้าน ล้ม 'รัฐบาล' ได้ ชี้ มท. คือเปราะบางที่สุด ปมทุจริตสอบท้องถิ่น-พ่อทิพย์แม่ทิพย์ ซัด 'ระบอบน้ำเงิน' ไร้เสถียรภาพเป็น 'รบ.' ได้ไม่นาน รอจังหวะเหมาะสมยื่นสักฟอกทันที
'เท้ง' มอง 'ภาวุธ' สื่อสารไม่รอบคอบ หลังวิจารณ์เชิงบวกโครงการ AI ยันไม่มีเจตนาแลกคดี
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์ข้อความคล้ายกับสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไปเพื่อแลกกับคดีความหรือไม่ ว่า ตนเชื่อว่านายภาวุธไม่ได้เจตนาแลกกับผลกระทบที่ได้รับเรื่องคดี แต่การสื่อสารอาจจะไม่ได้ระมัดระวังมากพอ
'ศิริกัญญา' ฉะ ก.คลัง ไร้แผนรองรับอุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน จี้เร่งแก้ปัญหาอย่าให้คนเดือดร้อนจริงต้องหลุดระบบ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศรับรองสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาหลายคนถูกตัดสิทธิ์ ว่า ทางรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นว่าปีนี้จะเป็นปีที่มีการลงทะเบียนใหม่และจะพยายามลดจำนวนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ ซึ่งเราสังเกตได้จากตัวงบประมาณที่ปีนี้ตั้งวงเงินไว้แค่ 42,000 ล้านบาท
'ภคมน' จี้ 'นพ.สรณ' ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ หลังบอร์ดสรรหา กสทช. ชี้มีลักษณะต้องห้าม
"ภคมน" จี้ "หมอสรณ" รับผิดชอบมติสำคัญ ควบรวมค่ายมือถือ-กองทุน USO หลัง คกก.สรรหาชี้ มีลักษณะต้องห้าม บอกแม้ไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ มองเป็นสิทธิ์ หากร้องศาลปกครอง แต่เปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้ ขอรอดูท่าทีนายกฯหลังเสร็จภารกิจเยือนจีน หากยังนิ่งเฉย กมธ.พัฒนาการเมืองฯจะทำหนังสือให้เร่งถอดถอน

