
“ยุทธพงศ์” โดดป้อง”ทักษิณ” หลังถูกเชื่อมโยงมีผลประโยชน์ทับซ้อนโฮปเวลล์ ร่ายยาวเหตุตั้งแต่สมัย พล.อ.ชาติชาย - ชวน ลั่นแพ้คดีไม่เกี่ยวพรรคเพื่อไทย
13 มี.ค.2565 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีมีการเผยแพร่เฟกนิวส์ว่าพรรคเพื่อไทยมีผลประโยชน์ และสนับสนับสนุนให้รัฐบาลจ่ายเงินให้บริษัทโฮปเวลล์ รวมถึงมีการเชื่อมโยงว่าเข้าไปเกี่ยวข้องโครงการดังกล่าวตั้งแต่สมัยไทยรักไทยที่มีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงว่าโครงการทางรถไฟยกระดับ โฮปเวลล์นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปีสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ขณะนั้น โดยมีบริษัทโฮปล์เวลฮ่องกง ดำเนินการรวมถึงการพัฒนาพื้นที่บางซื่อ แต่เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2534 ก็มีการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ทำให้ส่งมอบพื้นที่ไม่ได้ สุดท้ายเหลือแต่ตอม่อ
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ต่อมาสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ สมัยที่ 2 ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรมว.คมนาคม ได้คิดแก้ปัญหา มีการยกเลิกสัญญากับบริษัทโฮปเวลล์ และสร้างถนนโลคัลโรด ทางบริษัทโฮปเวลล์ได้ขายหนี้ที่ก่อสร้างไปแล้วประมาณ 500 ล้านบาท พร้อมยื่นฟ้องรัฐบาลไทยให้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยมีอนุญาโตตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองไทย
"ขอยืนยันว่าการฟ้องร้อง เกิดขึ้นในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ซึ่งอยู่มา 8 ปี ขอเรียกว่า ตู่ พระราม 8 โดยมีดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลทางด้านกฎหมายมาตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องของการแพ้คดี ชนะคดีไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย จะเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร" นายยุทธพงศ์ กล่าว
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ขอเรียนว่าที่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยมีสื่อออนไลน์บางแห่ง ไปบอกว่านายแพทย์สุรวุฒิ ปรีชานนท์ ผอ.รพ.วิชัยยุทธ ไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการโฮปเวลล์ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ว่าการจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้านนั้นเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย และมีส.ส. พรรคเพื่อไทย อภิปราย และสนับสนุนให้รัฐจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้บริษัทโฮปเวลล์ ซึ่งตนเองในฐานะรองหัวหน้าพรรค ขอยืนยันว่าไม่เคยมีส.ส. พรรคเพื่อไทยแม้แต่คนเดียวไปสนับสนุน และยืนยันว่าตั้งแต่มีการพิจารณาคดีโรงการดังกล่าวตั้งแต่ยกเลิกสัญญา ฟ้องร้องกันนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแต่อย่างใด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในยุคตู่พระราม 8 ทั้งนั้น ขณะเดียวกันนพ.สุรวุฒิ ปรีชานนท์ ก็ยืนยันว่ามีคนแอบอ้างชื่อของคุณหมอไปทำเฟกนิวส์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
ปิดดีล! 'รัฐบาลภูมิใจไทย' คุม 14 กระทรวง รวบ 'ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1'
“รัฐบาลภูมิใจไทย” ไร้ “กล้าธรรม - ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 รมต.-1 รองนายกฯ - 3 รมช.-รองประธานคนที่ 2 ขณะที่ “พลังประชารัฐ” ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯก่อน จากนั้นเคาะ 100 % ให้เหมาะสมกับสายงาน
อุ้ย! 'ปชน.' ประกาศยกระดับรับมือ ต่อสู้ข่าวบิดเบือน ขู่ฟ้องกลุ่มคนใส่ร้ายป้ายสีพรรค
พรรคประชาชน โพสต์แถลงการณ์ยกระดับแนวทางของพรรคประชาชน ในการรับมือและต่อสู้กับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนอย่างเป็นระบบ ผ่านมาตรการทางการสื่อสาร และมาตรการทางกฎหมาย
ตอกฝาโลงกรมธนารักษ์! ศาลปกครองสูงสุดยืนห้ามนำที่ดินพุทธมณฑล 2,500 ไร่เป็นที่ราชพัสดุ
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ห้ามกรมธนารักษ์ นำที่ดินพุทธมณฑลขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ
‘มนพร’ งง! ข่าวนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แจง พรรคยังไม่ได้พูดคุยกัน
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวนั่งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ว่า ต
'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์
'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

