'มาร์ค' ติง รมว.พลังงาน คิดแต่กระเป๋าซ้าย-ขวา ลืมแก้โครงสร้าง

“มาร์ค อภิสิทธิ์” วิจารณ์รัฐบาลแก้ปัญหาพลังงานไม่ตรงจุด ระบุการขอลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตรยังน้อยเกินไป และยังผลักภาระให้กองทุนน้ำมัน พร้อมทวงสัญญาปรับโครงสร้างค่าไฟ ติงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังคิดเรื่อง “กระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา” มากกว่าปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

25 กรกฎาคม 2569 - ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรามีความคาดหวังจากคำแถลงของกระทรวงพลังงานว่าจะเข้ามาจัดการปัญหาโครงสร้างต่าง ๆ แต่เรื่องที่เรากังวลคือเรื่องน้ำมัน ผ่านมาหลายเดือนกลับถอยห่างจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง กลายเป็นว่าเราจะเห็นรัฐมนตรีไปพูดคุยกับโรงกลั่น ขอให้ลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะค่าการกลั่นที่เกินปกติสูงกว่านี้มาก จากเดิมที่พูดกันว่าจะมีสูตรที่ชัดเจนตายตัว หรือจะมีการจัดเก็บภาษีลาภลอยในอนาคต กลับหายไปหมด เหลือเพียงการเจรจาที่ไม่มีใครทราบว่าใช้ฐานอะไรในการคำนวณ แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า การลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตร ถือว่าน้อยเกินไป และสามารถทำได้มากกว่านี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ควบคู่กับการปรับภาษีสรรพสามิต ก็ไม่จำเป็นต้องนำเงินจำนวนมหาศาลมาแก้ปัญหา เพราะขณะนี้ผู้ที่แบกรับภาระคือกองทุนน้ำมัน หากเปรียบเทียบกันแล้ว การลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตร ขณะที่กองทุนน้ำมันต้องชดเชยถึง 7-8 บาท จึงกลายเป็นภาระของประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายเรื่องการปรับสูตรการคำนวณค่าไฟฟ้าในช่วงที่ราคาก๊าซธรรมชาติสูง แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการ แน่นอนว่ารัฐบาลมีข้อผูกมัดในการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย ซึ่งเราก็สนับสนุน แต่ขณะนี้แหล่งเงินที่จะนำมาใช้ก็ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นเหมือนจะไปขอจากการไฟฟ้าฯ ก่อน ซึ่งก็ยังไม่ไปถึงกลุ่มที่ได้รับประโยชน์เกินควรในภาวะที่ราคาพลังงานผันผวน ตรงกันข้ามกับที่รัฐมนตรีมาพูดในสภาว่า ต่อไปนี้จะไม่ใช้วิธีโยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา แต่จะเป็นการปรับโครงสร้าง

“ดังนั้น ท่านควรมีความโปร่งใสว่าแต่ละเรื่องเดินหน้าไปถึงไหน ท่านอาจบอกว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่สิ่งที่เรากังวลคือ จากกรณีน้ำมันและไฟฟ้า ตอนแรกมีความพยายามไปจัดเก็บจากคนที่ใช้ไฟมาก สะท้อนให้เห็นว่า ท่านคิดถึงเรื่องกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ก่อนที่จะคิดถึงการปรับโครงสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ จะไปพูดคุยเพื่อเสนอแนะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวติดตลกว่า “เคยอยู่ประชาธิปัตย์เยอะมาก หลายคน” ก่อนกล่าวต่อว่า เวลามีการพบปะกันก็จะมีการสอบถามกัน แต่เราต้องการให้เป็นระบบ เพราะข้อเสนอของเราชัดเจนว่า ในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ โครงสร้างของประเทศเอื้อให้ผู้ที่อยู่ตรงกลางได้รับผลตอบแทนสูงผิดปกติ ซึ่งตามหลักสากล เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ก็จะมีการจัดเก็บเงินอย่างเป็นระบบเพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน และแม้ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้พูดเองว่าปัญหาทุนใหญ่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ปรากฏชัดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หัวหน้า ปชป.' แนะวิธีดับไฟใต้! ต้องเดินหน้าพูดคุยควบคู่บังคับใช้กฎหมาย

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลต้องเดินหน้าพูดคุยควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

'อภิสิทธิ์' แนะผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. แจงสังคมมากกว่าฟ้อง

“อภิสิทธิ์” ระบุ ผู้ถูกพาดพิงคดีฮั้ว สว. ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมมากกว่าฟ้องผู้เปิดเผยข้อมูล พร้อมย้ำการใช้สิทธิฟ้องร้องทำได้ แต่หากมี

'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอรัฐบาลรับไปพิจารณา อาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง

'ธนกร' แย้ง 'อภิสิทธิ์' ทุกข้อเสนอแนะรัฐบาลหยิบไปพิจารณา แจงอาจไม่ทันใจฝ่ายค้านบ้าง ชี้บางเรื่องต้องใช้เวลา ยันนายกฯ ไม่เคยนิ่งนอนใจ สั่งการใกล้ชิดห้ามทอดทิ้งประชาชน