“ดร.ณัฎฐ์” ชำแหละ ปม คดี 44 สส ก้าวไกล ระบบไต่สวนศาลกำหนดเกม มิใช่ฝ่ายผู้ถูกร้อง พยานความเห็น ไม่อาจหักล้างคำวินิจฉัย ศาล รธน.ในคดีล้มล้างแก้ไข ม.112 ได้
5 สิงหาคม 2569 - สืบเนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาคดีสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานผู้ถูกร้อง 44 สส.ก้าวไกลนั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เทคนิคการอ้างพยานจำนวนมากและนัดสืบพยานฝ่ายผู้ถูกร้องอาจใช้ได้ในคดีอาญาทั่วไปในระบบกล่าวหา
แต่ในคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้ระบบไต่สวน การถามความของทนายผู้ร้อง ถูกจำกัดดัวยระบบ เพราะระบบไต่สวน เป็นการให้อำนาจของศาลในการค้นหาข้อเท็จจริงศาลจะชคุมเกมในการไต่สวนไต่สวนพยาน และในคดีที่ ปปช.ไต่สวนตาม พรป.ปปช.และระเบียน ปปช.ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ให้อำนาจ คณะกรรมการ ปปช.ไต่สวน รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนที่ประชุมใหญ่ ปปช.วินิจฉัยชี้มูล
ความผิดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามาตรฐานจริยธรรม เป็นเรื่องใหม่ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ประกอบมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 บังคับใช้กับ กรรมการในองค์กรอิสระ สส. สว.และรัฐมนตรีด้วย
กลไกรัฐธรรมนูญมาตรา 235 กำหนดให้ ปปช.ส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัย โดยกำหนดยาแรงไว้ เหมือนกับใบดำที่ กกต.เชื่อดคดีทุจริตการเลือกกตั้ง กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไว้ในมาตรา 235(1) หากศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นความผิด ให้อำนาจศาลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าระดับใดๆและห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป
ที่ผ่านมา สส.ถูกเชือดไปแล้วหลายราย ส่วนกรรมการในองค์กรอิสระ ที่เป็น อดีต กกต.รายหนึ่งที่ชอบปั่นป่วนสังคม เรี่ยไรเงินสู้คดี ที่ลงสมัครเลขาธิการ กกต.โดยขณะที่ตนเป็น กกต.โดยตำแหน่ง ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบขัดต่อ พรป.ปปช.ว่าด้วยผลประโยชน์ขัดกันและมีโทษทางอาญา อยู่ระหว่าง ปปช.ไต่สวน และส่งศาลฎีกา เชือดเป็นรายแรก
ประเด็นที่ ปปช.ยื่นคำร้องศาลฎีกาฯในข้อหากรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตาม รธน.มาตรา 219 และ พรป.ปปช.ไม่มีอายุความดั่งเช่นคดีอาญาหรืทอคดีแพ่ง
ตนขอชำแหละที่มาของคดีนี้ เพื่อได้อรรถรสในการติดตามคดีถึงพริกถึงขิงและได้รสชาติคดีการเมือง
คดีนี้ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 สส.พรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร่วมกันยื่นร่าง พรป.แก้ไขเพิ่มเติมปอ.มาตรา 112 ต่อประธานสภาผู้แทนราษฏร โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาและนายชวน หลีกภัย ประธานสภา มีความเห็นตรงกันไม่บรรจุร่างเข้าสู่ระเบียบวาระ นื่องจากเห็นว่า ร่างขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6
ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2567 วินิจฉัยว่า พรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้อง ที่ 2 กรทำล้มล้างการปกครองฯ ปมนโยบายหาเสียง แก้ไขโทษและกำหนดตัวบุคคลกล่าวโทษ ปอ.มาตรา 112
กกต.หยิบเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพราะกระทำขัด พรป.พรรคการเมือง มาตรา 92 วรรคหนึ่ง(1) เรื่องพิจารณาที่ 10/2567 มีมติยุบพรรคก้าวไกล ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรค ต่อมาศาล รธน.มีคำวินิจฉัยที่ 20/2567 ยุบพรรคก้าวไกลและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลบือกตั้ง กก.บห.พรรค 10 ปี ในวันที่ 7 สิงหาคม 2567
มีผู้ร้อง นำวินิจฉัยคำวินิจฉัยล้มล้างการปกครองและยุบพรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องให้ ปปช.ไต่สวน ตาม พรป.ปปช.
ต่อมาวันที่ 9 ก.พ.2569 ปปช.ชี้มูลความผิดในข้อหากระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ต่อมาวันที่ 9 เม.ย.2569 ปปช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และศาลฎีการับคำร้องไว้เมื่อวันที่ 24 เม.ย2569 ในคดี คมจ.1/2569 ศาลไม่ได้สั่งให้ 10 สส.พรรคประชาชนให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตาม พรป.ปปช.โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำซ้ำอีก
วันที่ 30 มิ.ย.นัดพิจารณาครั้งแรก วันที่ 4 ส.ค.นัดตรวจพยานหลักฐาน โดยศาลได้กำหนดกรอบระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นัดไต่สวนผู้ร้อง วันที่ 25 ส.ค.2569 วันที่ 22 ก.ย.2569 และ 27 ต.ค.2569 และนัดไต่สวนฝ่ายผู้ถูกร้อง ระหว่างวันที่ 3 พ.ย.2569 ถึงวันที่ 18 พ.ย.2570
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่าตนขอชำแหละ เพื่อเป็นวิทยาทานความรู้แก่ผู้ใฝ่รู้และสนใจคดีการเมือง ดังนี้ ผู้ถูกร้องอ้างพยานอ้างพยาน 80 ปาก ศาลตัดพยานซ้ำซ้อน 20 ปาก ทำให้เหลือพยาน 60 ปาก ไต่สวนผู้ร้อง 3 นัด แต่ผู้ถูกร้องจำนวน 44 คน แสดงว่าเหลือพยานบุคคลภายนอก เพียง 16 ปาก ล้วนเป็นพยานความเห็น กรอบระยะเวลาที่นัดไต่สวน อาจกระทำได้ แต่ผู้ถูกร้องจะเจอกับดักระบบไต่สวน เพราะการไต่สวนให้เสนอถ้อยคำพยานล่วงหน้า ให้ฝ่าย ปปช.ถามพยานเพิ่มเติมได้เลย ทำให้พยาน 60 ปากรวมทั้ง 44 ผู้ถูกร้องที่อ้างตนเป็นพยาน ทำให้ระยะเวลากระชับมากขึ้น ดังนั้นการกำหนดนัดทางธุรการศาล เป็นกรอบเวลาทั่วไป
ในการไต่สวนจริง องค์คณะผู้พิพากษา ย่อมพิจารณาจากการพิจารณาต่อเนื่อง รวดเร็วและเป็นธรรม เนื่องจาก พรป วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560ศาลต้องไต่สวนเป็นแองค์คณะ 9 ท่าน ใช้มติเสียงข้างมาก โดยมีคำวินิจฉัยส่วนตนและมติคำวินิจฉัยที่เป็นคำพิพากษา
ช้อเท็จจริง ประเด็นแห่งคดีนี้ ผู้ถูกร้องทั้ง 44 ร่วมกันลงชื่อใน ร่าง พรป.แก้ไขเพิ่มเติมปอ.มาตรา 112 กระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
โดยผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567ในคดีล้มล้างการปกครอง โดย รธน.มาตรา 211 วรรคสี่ เสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร
ส่วนพยานความเห็น พยานผู้เชี่ยวชาญที่นำมาหักล้างสำนวน ปปช.และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มัดด้วยข้อกฎหมาย เพราะทุกองค์กรต้องถือตาม เว้นแต่มีข้อเท้จจริงใหม่หักล้างสำนวนไต่สวน ปปช.และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่คดีนี้เท่าที่ดูฝ่ายผู้ถูกร้อง ค่อนข้างเหนื่อย ทั้งในการคุมเกมในการไต่สวนพยานทั้งสองฝ่าย อยู่ที่องค์คณะของศาล มิใช่ฝ่ายผู้ร้องหรือฝ่ายผู้ถูกร้อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โล่ง! ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้าก่อนนัดตัดสิน
ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พร
ดร.ณัฏฐ์ ขยี้ปม 'สก.ปชน.' เสียบบัตรแทนกัน ย้อนแย้ง 'โปร่งใส ตรวจสอบได้'
ดร.ณัฏฐ์” ขยี้ ปม “สก.” พรรคประชาชนเสียบบัตรแทนกันทุจริตต่อหน้าที่ ย้อนแย้งนโยบายหาเสียง “โปร่งใส ตรวจสอบได้” หาก ปปช.เชือด เป็นอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ
'ดร.ณัฏฐ์' แนะ 'อดีตสส.แก้วตา' แจ้งความดำเนินคดีคุกคามทางเพศ
‘ดร.ณัฏฐ์’ ชี้คดี ‘อดีต สส.แก้วตา-ธิษณา’ ถูก สส.พรรคประชาชนคุกคามทางเพศ แนะดำเนินคดีอาญา พร้อมช่วยเหลือฟรี เตือนประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อกองทุนเรี่ยไรสู้คดี
ดร.ณัฏฐ์ ชี้บัตรเลือก สว. รอบสุดท้าย ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีฮั้ว สว.
ดร.ณัฏฐ์ ให้ความเห็นปม สว.นันทนา ยกสุภาษิตไทย “กินปูนร้อนท้อง” ตอบโต้ทางการเมืองกับนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ยกปมฮั้ว สว.สีส้มปั้น สว.ประชาชน เป็นเพียงการตอบโต้ทางการเมืองกันไปมาเท่านั้น
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่
ดร.ณัฏฐ์ ซัดเกมเปิดรายชื่อคดีฮั้ว สว.ก่อน หวังทำลายความน่าเชื่อถือ กกต.
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ “คดีฮั้ว สว.” เทคนิค “เปิดเผยรายชื่อ-ขู่ปล่อยเอกสารลับในสำนวนคดี” มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.และผู้ถูกกล่าวหา โดย กกต.ยังไม่ชี้ขาด มุ่งโจมตีทางการเมือง

