ปชน. แถลงจุดยืนคัดค้าน "มิน อ่อง หล่าย" เยือนประเทศไทย เปิด 6 ข้อ เรียกร้องต่อรัฐสภาและรัฐบาล 6 ข้อ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน จี้ทบทวนการเชิญผู้นำเมียนมาร่วมกิจกรรมภาครัฐในอนาคต-ตั้งกก.สันติภาพ-แก้ปัญหาชายแดน ชี้ การเลือกจับมือ-เชิดชูผู้นำเผด็จการทหาร สะท้อนความเชื่อมโยงระบอบอำนาจนิยม-บั่นทอนภาพลักษณ์ปชต.ไทย
6 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในฐานะแขกของรัฐบาล ว่า จากกรณีดังกล่าวตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเรียกร้องต่อรัฐสภาและรัฐบาลไทย ดังนี้ 1.ขอให้ประธานรัฐสภาออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน ยึดมั่นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศ และฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน พร้อมปฏิเสธการใช้ความรุนแรง การปราบปรามผู้เห็นต่าง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า 2.ขอให้รัฐบาลทบทวนหรือระงับการเชิญมิน ออง ไลง์ ร่วมกิจกรรมระดับรัฐในอนาคต เพื่อไม่ให้ไทยถูกมองว่าสร้างความชอบธรรมแก่รัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การโจมตีพื้นที่ชายแดน และการก่อวิกฤตผู้ลี้ภัย พร้อมเรียกร้องให้ไทยปรับนโยบายต่อเมียนมาโดยสนับสนุนเฉพาะกระบวนการสันติภาพที่จริงใจ 3.เสนอจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตยในเมียนมา โดยมีผู้แทนจากรัฐสภา รัฐบาลไทย รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชน เพื่อผลักดันความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ระเบียงมนุษยธรรมที่ปลอดภัย และการเจรจาอย่างเป็นธรรม
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า 4.ขอให้รัฐบาลไทยยื่นข้อเรียกร้องพร้อมกรอบเวลาต่อรัฐบาลเมียนมา เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด สงครามชายแดน สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ การปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ และหมอกควันข้ามแดน รวมถึงเปิดทางให้ไทยเข้าตรวจสอบพื้นที่ชายแดนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
5.ขอให้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการทูตที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ของกองกำลังชาติพันธุ์ เพื่อร่วมแก้ปัญหาที่กระทบประเทศไทย ส่งเสริมสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ
6.เดินหน้าจัดตั้งเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการความร่วมมือจากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชน เพื่อผลักดันสันติภาพ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน
ด้านนายศิรชัช กล่าวว่า การที่รัฐบาลเลือกที่จะจับมือและเชิดชูผู้นำเผด็จการทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการสะท้อนความเชื่อมโยงของระบอบอำนาจนิยม และบั่นทอนภาพลักษณ์ประชาธิปไตยของไทย โดยรายงานของ Justice For Myanmar (JFM) ระบุว่าไทยเป็นช่องทางสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมาทั้งด้านการเงิน การจัดซื้ออาวุธ รายได้จากก๊าซธรรมชาติ และการฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์ในไทย
พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลยังเดินหน้าสานสัมพันธ์กับผู้นำทหาร อาจกระทบความน่าเชื่อถือของไทยและเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งให้ความสำคัญกับหลักนิติธรรม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยืนหยัดเคียงข้างหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนของภูมิภาค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภคมน' อัด สส.รัฐบาลแห่เข้าชื่ออภิปราย หวังลากยาวถกงบ 70 ส่อเจตนาปกป้อง กกต.
"ลิซ่า" อ้างมีข้อความจาก "กกต." ส่งถึงรัฐบาล พยายามไม่ให้ สส.อภิปรายรายงานประจำปี ก่อน 14 ก.ย. เสนอถ้าลากยาวจนลงมติงบ 70 ไม่ได้ ให้ไปถกต่อวันศุกร์แทน เชื่อคนจับโป๊ะได้ มีความพยายามเลี่ยง ไม่ให้กระทบรายงาน กกต.
'ณัฐวุฒิ' ชี้งบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาทหวั่นละเลงลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน!
'ณัฐวุฒิ' จี้ตัดงบกรมการพัฒนาชุมชน 1% ตั้งคำถามงบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาท หวั่นใช้งบลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน ถามชัดใครเป็นคนได้ประโยชน์
ปชน.อัด อปท.ซื้อเสาไฟแพงกว่าตลาด 10 เท่า!
ปชน.อัด อปท.ซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรม แพงเว่อร์ 10 เท่า เปิดช่องล็อกสเปก โดยถูกกฎหมาย
ชงตัดงบโครงการระบบบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักรอแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรมก่อน!
'ณัฐพล' เสนอตัดงบกรม ปค. 47 ล้านบาท โครงการระบบบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักฯ ระบุไม่ช่วยแก้ปัญหาเหตุกระบวนการกลับหัวกลับหาง จี้รัฐบาลนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรมฉบับใหม่เข้าสภา
'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครองซื้อโคตรเสื้อเกราะราคาตัวละ 46,000 บาท
'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครอง ซื้อเสื้อเกราะตัวละ 46,000 บาท ขณะที่ กอ.รมน.ตัวละ 31,000 บาท ทั้งที่สเปกเหมือนกัน แฉบริษัทรับทำเสื้อเกราะ มีธุรกิจขายเสื้อนักเรียน รายได้ต่อปี เพียง 12,000 บาท
ถกงบฯ วันที่สามเด็กส้มประเดิมสับงบ ปค.ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน!
เริ่มถกงบฯ วันที่สาม 'ปชน.' ข้องใจกรมการปกครอง ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน ไม่โปร่งใส สืบราคาจากบริษัทที่มีรายได้ 0 บาท และจัดซื้อซ้ำซ้อนกับตำรวจที่มีระบบตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว

