
อาหารประจำชาติของแต่ละประเทศล้วนมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อพูดถึงประเทศไทยคงหนีไม่พ้น “ต้มยำกุ้ง” เมนูสุดแซบ กินอร่อยได้สุขภาพดี ของโปรดของชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่ง “ ต้มยำกุ้ง” หรือ “Tomyum Kung” ขึ้นทะเบียนในบัญชีรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity ) ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) เมื่อปี 2567

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดการประชุมเวทีสาธารณะเพื่อเผยแพร่ “แผนขับเคลื่อนการส่งเสริมและรักษา ต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ UNESCO” โอกาสนี้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธาน เมื่อวันก่อน

เวทีสาธารณะครั้งใหญ่นี้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ผู้เพาะปลูกสมุนไพร นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ วัฒนธรรมจังหวัด 11 จังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมเขต 15 เขต บุคลากรกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เครือข่ายนำร่อง 5 จังหวัด (พระนครศรีอยุธยา นครปฐม กาฬสินธุ์ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่) ตลอดจนกลุ่มเยาวชน เข้าร่วมกว่า 100 คน

นางโชติกา อัครกิจโสภากุล กล่าวว่า ต้มยำกุ้งไม่ได้เป็นเพียงอาหารไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก แต่ยังสะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความสัมพันธ์ของคนไทยกับธรรมชาติและชุมชน UNESCO ขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ นับเป็นจุดเริ่มต้นการร่วมกันสืบสานรักษาภูมิปัญญานี้ให้คงอยู่ การจัดทำแผนขับเคลื่อนต้มยำกุ้งฯ อย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นกรอบการดำเนินงานที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และเป็นกลไกสำคัญสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ 4 กระทรวง ประกอบด้วยกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ชุมชน ผู้ปฏิบัติ เพื่อนำไปพัฒนาให้มีความรอบด้าน นำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ต้มยำกุ้งยังคงมีชีวิต สร้างคุณค่าทางมิติวัฒนธรรม สร้างเศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ โดยรักษาเอกลักษณ์และภูมิปัญญาของชุมชนไว้ควบคู่กัน

อธิบดี สวธ. กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนต้มยำกุ้งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย รายการขึ้นทะเบียนต้องไม่หยุดอยู่กับที่ สวธ. ขับเคลื่อนผ่านการอนุรักษ์ สืบสาน ถ่ายทอด และสร้างการรับรู้ ไม่เพียงความอร่อย แต่บอกเล่าเรื่องราวและภูมิปัญญาของต้มยำกุ้งในหนึ่งชาม ตั้งแต่วัตถุดิบที่มีประโยชน์ สมุนไพรสำคัญ ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริก และเครื่องปรุงต่างๆ สื่อองค์ความรู้ในการเลือกใช้วัตถุดิบของคนไทย วิธีการปรุง การต้มน้ำกับสมุนไพรให้เดือด แล้วใส่เนื้อกุ้ง โปรตีนชั้นดี ก่อนจะปรุงรสจัดแบบยำ ด้วยมะนาว น้ำปลา และพริก สะท้อนวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและภูมิปัญญาของชุมชนที่อยู่เบื้องหลังอาหารจานนี้จากรุ่นสู่รุ่น
“ การสื่อสารต่อไปจะเน้นการเล่าเรื่องราวของต้มยำกุ้ง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางว่า กว่าจะมาเป็นต้มยำกุ้งหนึ่งชาม มีภูมิปัญญาและผู้คนจำนวนมากอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของอาหารในมิติทางวัฒนธรรมมากขึ้น” นางโชติกา ย้ำ

เวทีสาธารณะครั้งนี้ไม่ละเลยผู้ผลิตวัตถุดิบที่ใช้รังสรรค์เมนูต้มยำกุ้ง อธิบดี สวธ. กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกร ชาวสวนสมุนไพร และผู้ผลิตวัตถุดิบต่างๆ มีบทบาทสำคัญรักษาความต่อเนื่องของภูมิปัญญา เพราะเป็นผู้ดูแลวัตถุดิบและองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นทาง ถือเป็นหัวใจสำคัญรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ถ้าต้องการรักษาต้มยำกุ้ง ไม่สามารถมองเฉพาะอาหารที่อยู่ในชามได้ ต้องมองไปถึงระบบนิเวศทางวัฒนธรรมทั้งหมด สวธ. ต้องการให้คนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาเข้ามามีส่วนร่วมจัดทำและขับเคลื่อนแผน ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับนโยบาย
“ แผนขับเคลื่อนต้มยำกุ้งบูรณาการแผนงาน 5 กระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เป้าหมายของเรา คือ รักษาราก องค์ความรู้ อัตลักษณ์ และวิถีดั้งเดิมของต้มยำกุ้ง สร้างคุณค่า ทำให้คนไทยเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาและผู้คนที่อยู่เบื้องหลังอาหารจานนี้ และต่อยอดสู่อนาคต เปิดโอกาสให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ เชฟรุ่นใหม่ มาคอลแลบ นำองค์ความรู้ไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งในประเทศและเวทีระดับโลก โดยยังคงเคารพและรักษาแก่นของมรดกภูมิปัญญาไว้ “ นางโชติกาย้ำแผนขับเคลื่อนต้มยำกุ้งระดับชาติมุ่งพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมสู่ระดับสากล



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.ต่อยอด The Lost Taste ยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่สากล
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage”
สวธ.เปิดนิทรรศการหุ่นละครเล็กเฉลิมพระเกียรติ 'สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี'
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท โจหลุยส์ ไทย อาร์ต จำกัด ดำเนินโครงการ “สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี” ขึ้น เพื่อนำเสนอคุณค่าของศิลปกรรมไทยและนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย สร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และเอกลักษณ์ของช่างศิลป์ไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
สวธ.เปิดแสดงละครหุ่นไทยเฉลิมพระเกียรติ 'พระราชินี' พร้อมสัญจร 4 ภาค
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวและการแสดงรอบปฐมทัศน์ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สวธ.โชว์มรดกภูมิปัญญา‘ชุดไทย’ จากครูช่างท้องถิ่นกลางกรุง หนุนขึ้นยูเนสโก
นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมมอบหมายให้ นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานจากท้องถิ่นสู่ราชสำนักภายใต้โครงการจัดเก็บคลังข้อมูลช่างท้องถิ่น รายการ "ชุดไทย" โดยมี รศ.ดร.จุฬณี ตันติกุลานันท์

