“นภินทร” ซัด การเมืองสกปรก เปิดหลักฐานซีกเดียว-จินตนาการไร้เหตุผล-กดดัน กกต. คดีฮั้ว สว. ถาม “ไอติม” เป็นถึง สส. มีวุฒิภาวะแค่ไหน พร้อม ขู่ “ยิ่งชีพ” เจอกันในศาล แจ้งความสน.ทองหล่อแล้ว ลั่น ไม่โง่ทำผิดกม.ต่อหน้า 8-9 คน บอก ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะไต่สวนชุดที่ 26 ตั้งข้อหาแบบสุ่ม
28 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาโจมตีหลีกเลี่ยงตอบกระทู้สภาเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า ตนได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำภาคกลาง ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี รวม 5 จังหวัด คณะอนุกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด รวมถึงผู้แทนจากกระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ กรมชลประทาน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัด เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากสถานการณ์พายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางในช่วงเดือน ก.ย.
นายนภินทร กล่าวว่า ตนมีกำหนดการลงพื้นที่ จ.ราชบุรีในวันที่ 27 ส.ค. และได้ทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.ว่า จะไปราชการในวันดังกล่าว ต่อมาวันที่ 22 ส.ค. มีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการจากทั้ง 5 จังหวัดเดินทางมาประชุมร่วมกันที่ จ.ราชบุรี ส่วนกรณีที่ได้รับแจ้งว่าจะมีกระทู้ถามสดนั้น ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีกระทู้ถามสด แต่ในขณะนั้นยังไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องใด และวันต่อมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อยืนยันว่าในวันที่ 27 ส.ค. ตนมีภารกิจตรวจราชการที่ จ.ราชบุรี
นายนภิทร ยอมรับว่า การมาตอบกระทู้ถามและชี้แจงต่อสภาถือเป็นหน้าที่สำคัญ แต่เมื่อภารกิจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ตนเห็นว่าต้องเลือกภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนก่อน เพราะการประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากทั้ง 5 จังหวัดเดินทางมาร่วมกัน หากเลื่อนการประชุมออกไป อาจต้องรอถึงกลางเดือน ก.ย. เนื่องจากตนมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ และอาจไม่ทันต่อสถานการณ์พายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ตนมีจิตสำนึกต่อประชาชน ส่วนผู้ที่กล่าวหาว่าตนไม่มีจิตสำนึกนั้น มีวุฒิภาวะมากแค่ไหน ที่มองว่าตนขาดจิตสำนึกจากกรณีดังกล่าว
จากนั้นนายนภินทรกล่าวถึงประเด็นที่ถูกตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับนายเอโดยระบุว่า หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ทันที หากนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพต้องการสอบถาม ตนพร้อมเปิด Speakerphone ให้ฟังต่อหน้ากันตรงนี้
นายนภินทร กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ถูกตั้งกระทู้ถามระบุว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.67 นายเอ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ได้เข้าพบตนในห้องทำงาน ขณะที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และในวันที่ 25 มิ.ย.ได้ถูกเรียกมาพบอีกครั้ง รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าให้เซ็นใบลาออกจากการเป็น สว.ล่วงหน้า จึงมีการตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเข้าพบเกิดจากการประสานงานของประธานสภาเกษตรแห่งชาติในช่วงกลางเดือน มิ.ย.67 เพื่อขอเข้าพบ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับภาคการเกษตรใน จ.ราชบุรี จึงมีการนัดหมายเข้าพบในวันที่ 24 มิ.ย.ที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันดังกล่าว มีผู้แทนจากสภาเกษตรแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาเกษตรแห่งชาติ รวมถึงผู้อำนวยการและประธานสภาเกษตรจังหวัดราชบุรี และนายเอเข้าร่วมการหารือ ตนจึงได้เชิญข้าราชการระดับสูงจากกรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเข้ามาร่วมพูดคุยด้วย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร
นายนภินทร กล่าวอีกว่า ระหว่างการพูดคุย นายเอได้กล่าวขึ้นมาว่า ตนเป็นผู้สมัคร สว. และขอให้ช่วยสนับสนุน แต่ตนตอบปฏิเสธทันที โดยระบุว่าไม่สามารถช่วยเหลือหรือสนับสนุนได้ เนื่องจากมีกฎหมายห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. อีกทั้งในขณะนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีคำสั่งภายในพรรคอย่างชัดเจน ห้ามสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ซึ่งหลังจากปฏิเสธเรื่องดังกล่าวแล้ว การหารือจึงกลับเข้าสู่ประเด็นปัญหาการเกษตร โดยเฉพาะปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงที่ประสบปัญหาเรื่องตลาดและการจำหน่ายผลผลิต
นายนภินทร กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นมีหนังสือเกี่ยวกับปัญหาของชมรมผู้เลี้ยงไก่งวงไปยังสภาเกษตรแห่งชาติ และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยที่ประชุมมีความเห็นให้นำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหนังสือออกเมื่อวันที่ 13 มี.ค.67 แต่หลังจากนั้นเรื่องไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ต่อมาผู้ร้องเรียนได้ทำหนังสือถึงประธานสภาเกษตรแห่งชาติ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการประสานงานมายังตน โดยมีการหารือถึงแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการบริโภคไก่งวงและช่วยแก้ปัญหาตลาด โดยเนื่องจากตนมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ จึงมีการนัดหมายหารืออีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย.เพื่อเร่งจัดทำหนังสือเสนอเรื่องการจัดกิจกรรม กระทั่งวันที่ 25 มิ.ย.นายเอเดินทางมาพร้อมกับคณะ และได้ขอให้ตนช่วยสนับสนุนเรื่องการสมัคร สว. อีกครั้ง ซึ่งตนปฏิเสธอีกครั้งทันที และเชิญนายเอออกจากห้อง เนื่องจากได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้ พร้อมระบุว่า ตนยังได้ตำหนิผู้ที่พานายเอมาด้วยว่า เหตุใดจึงนำมาพูดเรื่องนี้อีก ทั้งที่ได้ปฏิเสธไปแล้ว
นายนภินทร ยังชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาที่มีต่อตนเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารที่ยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ตนชี้แจงทั้งหมด
“ผมเองก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็น ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดที่ 26”
นายนภินทรตั้งคำถามว่า นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.พรรคประชาชน ได้นำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเปิดเผยหรือไม่ รวมถึงได้ระบุหรือไม่ว่ามีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องให้การในลักษณะดังกล่าว
ส่วนกรณีวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงการปฐมนิเทศ สว. ที่โรงแรมพูลแมน นายนภินทร กล่าวว่า มีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยมาเชื่อมโยงกับสถานที่ดังกล่าว โดยตั้งข้อสังเกตว่า โรงแรมพูลแมนเปรียบเสมือนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทั้งบริเวณชั้นล่าง ร้านกาแฟ ล็อบบี้ และห้องอาหาร
นายนภินทรระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว พรรคภูมิใจไทยซึ่งสำนักงานยังสร้างไม่เสร็จ ก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน และหากมีเรื่องสำคัญก็สามารถใช้ห้องประชุมขนาดเล็กที่รองรับคนได้ไม่เกิน 10 คน ส่วนกรณีที่อ้างว่า สว. รวมตัวกันเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 100 คน หากเกิดขึ้นจริงก็ต้องใช้ห้องประชุมใหญ่
“การมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สส.พรรคภูมิใจไทยอยู่ที่โรงแรมพูลแมน ถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมตรงนั้น”
นายนภินทร ยืนยันด้วยว่า ในวันที่ 4-5 ก.ค.67 ตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมพูลแมน เนื่องจากเดินทางไปราชการที่ประเทศเยอรมนี โดยมีทั้งหนังสืออนุญาตเดินทางไปราชการที่เสนอถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น รวมถึงหลักฐานหนังสือเดินทางแสดงการเดินทางเข้า-ออกประเทศ โดยตนเดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 28 มิ.ย.67 และเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 8 ก.ค.67 ซึ่งได้นำหลักฐานทั้ง 2 ส่วนส่งให้ กกต. ชุดที่ 26 แล้ว
“นี่คือหลักฐานชัดเจน แล้วถามว่าตั้งข้อกล่าวหาได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 ใช้วิธีการตั้งข้อหาแบบสุ่ม”
นายนภินทร กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มีกระแสกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน จึงตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการส่งฟ้องที่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะมีการเปิดหลักฐานเพียงไฟล์เดียว ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง ขณะที่หลักฐานที่ใช้ต่อสู้และเป็นคุณต่อผู้ถูกร้องกลับไม่ได้ถูกเปิดเผย ซึ่งการที่ กกต. ดำเนินการพิจารณาคดีมากกว่า 400 คดีอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ถือเป็นการกระทำที่ชอบและถูกต้อง แต่การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียวและกดดันการทำงานของ กกต. นั้น หากมองในทางการเมืองถือว่าเป็น “การทำงานการเมืองที่สกปรก”
นายนภินทร กล่าวต่อว่า การทำแบบนี้เป็นการกดดันที่ไม่ชอบธรรม เพราะคุณเปิดหลักฐานเพียงฝั่งเดียว ส่วนคนถูกร้องคุณไม่เปิด คุณเปิดเฉพาะหลักฐานที่เป็นผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง แต่หลักฐานที่เขาใช้ต่อสู้และเป็นคุณ คุณกลับไม่เปิดออกมาเลย และการกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงข้างเดียวเพื่อกดดันการทำงานของ กกต. ตนเชื่อว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หากในทางการเมือง ตนถือว่าเป็นการทำงานทางการเมืองที่สกปรก ขอยืนยันว่า กกต. เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่เหมือนตำรวจ อัยการ และศาล ในกรณีที่ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง เขาแจกใบแดงได้ เขาเป็นทั้งตำรวจ อัยการ และศาล แต่หากรับรองไปแล้ว เขาจะทำหน้าที่เหมือนตำรวจและอัยการในการสืบสวนไต่สวน และมีความเห็นส่งศาล
นายนภินทร กล่าวว่า มาตรฐานของ กกต. ต่างจากอัยการและตำรวจเล็กน้อย ตรงที่อัยการและตำรวจเป็นคดีอาญา ต้องมีหลักฐานจนปราศจากข้อสงสัยว่ากระทำผิดจริง แต่ของ กกต. ลดลงมา เพราะเป็นเรื่องการตัดสิทธิการเลือกตั้ง ใช้คำว่า มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าผู้นั้นกระทำความผิด จึงใช้พยานหลักฐานเพียง 60% กกต.จึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจตรงนี้ คุณจะมาจินตนาการว่า สว. เลือก กกต. มา 3-4 คนแล้วจะลำเอียง คุณกำลังจินตนาการให้ร้ายกับสังคม คุณต้องให้โอกาสการทำงาน ฝ่ายการเมืองซีกไหนก็ตามที่พยายามเปิดเรื่องเหล่านี้มาเพื่อบีบกดดัน กกต. ตนถือว่าไม่ดี ไม่เหมาะสม เป็นการเมืองที่สกปรก
นายนภินทร กล่าวอีกว่า สำนวนถือเป็นความลับ เมื่อคุณมาเปิดเฉพาะประเด็นที่เป็นผลร้าย กกต. ก็ไม่สามารถเอาสำนวนมาชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาเหล่านั้นได้ เพราะเขาพูดไม่ได้ ออกมาโต้ตอบไม่ได้ คุณจึงไม่ควรทำแบบนี้ เปิดข้อเท็จจริงเพียงซีกเดียวในสิ่งที่ กกต. พูดไม่ได้ ส่วนตนมีข้อมูล ตนพูดได้ แต่ที่พยายามไม่พูดเพราะต้องการให้ กกต. มีอิสระในการทำงาน ถ้าพูดว่าตนบริสุทธิ์ ก็เหมือนไปกดดัน กกต. ว่าต้องสั่งไม่ฟ้องตน แต่เมื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาพูดแบบนี้ ตนจึงจำเป็นต้องพูด นายพริษฐ์หรือนายยิ่งชีพสงสัยอะไรถามมาได้เลย พร้อมตอบทุกคำถาม
นายนภินทร ระบุว่า มีประเด็นเพิ่มขึ้นมาว่า วันที่ 21-27 ก.ค.67 มี สว. ไปรวมกันที่โรงแรมพูลแมน และมีคนเห็นนายกฯ ไปที่นั่น มีสัญญาณโทรศัพท์ ขอถามว่า แค่นั้นพอหรือ นายกฯ ไปโรงแรมพูลแมนเป็นประจำ ท่านจำไม่ได้หรอกว่าไปวันไหน การที่ท่านอยู่โรงแรมพูลแมนแล้ว สว.จะไปจริงหรือไม่จริง ตนไม่ทราบ แต่จะมาสันนิษฐานเชิงลบว่าท่านอยู่ในห้องประชุมกับ สว. ด้วยนั้น เป็นการจินตนาการให้ร้ายและนำสิ่งนี้มาแสดงต่อสังคม อยากฝากสังคมให้พิจารณาอย่างรอบด้าน ให้โอกาสคนที่ทำงาน ให้โอกาส กกต. และให้โอกาสผู้ถูกร้องได้พูดบ้าง
นายนภินทร กล่าวว่า นายพริษฐ์บอกว่ามีผู้สมัคร สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ 4-5 คน มีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วถามว่าเจอตนหรือไม่ ขอบอกว่า ตนไม่เจอ แล้วตนก็ถามกลับว่า นายพริษฐ์เอาเรื่องแบบนี้มาถามตนหรือ เป็นถึง สส. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีคน 4-5 พันคน มีผู้สมัคร สว. หรือ สว. ไปที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วมาถามแบบนี้ เป็นการพยายามเชื่อมโยงแบบจินตนาการไร้เหตุผล ส่วนที่ระบุว่ามีเส้นทางการเงินนั้น คนที่จ่ายเงินอาจจะมีคำชี้แจงว่าจ่ายให้ใครอย่างไร แต่คนๆ นั้นเป็นเพียงคนรู้จักของนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนหนึ่ง หรือเคยเป็นตัวแทนของภูมิใจไทย เท่านี้เพียงพอแล้วหรือที่จะกล่าวหาว่านักการเมืองพรรคภูมิใจไทยคนนั้นว่าจ้างให้เขาทำ หลักฐานเชื่อถือได้แล้วหรือ อยากให้สังคมค่อยๆ คิดตรึกตรองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
“ผมพยายามเงียบที่สุด เพราะผมส่งข้อมูลทั้งหมดให้ กกต. หมดแล้ว แต่เมื่อคณะไต่สวนชุดที่ 26 ลงความเห็นว่าผมมีความผิด ก็ไม่เป็นไร ผมยังเชื่อใน กกต. ทั้ง 7 ท่านว่ามีเหตุและผลเพียงพอ และเชื่อในกระบวนการยุติธรรม แต่ผมไม่เชื่อคณะชุดที่ 26 จากหลักฐานที่ผมชี้แจง ผมไม่เชื่อว่าผมได้รับความเป็นธรรมจากคณะชุดที่ 26 ของ กกต.”นายนภินทร ระบุ
นายนภินทร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนแจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ เพราะสิ่งที่เอามาพูดว่า มีนายเอมาเจอตน และมีข้าราชการ 2 คนเห็น ทำไมคุณไม่พูดให้หมดว่า ข้าราชการ 2 คนนั้นก็อยู่ในห้องด้วยและรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคุณตัดถ้อยคำบางส่วนมาพูดต่อสังคม การแสดงความคิดเห็นแบบนี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติให้ร้ายตน แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึงตน แจ้งความหมด และบางเรื่องตนจะฟ้องด้วยตัวเอง
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เรื่องการตอบกระทู้ในสภา ยืนยันว่า ตนมีจิตสำนึกในการทำงานให้บ้านเมือง คุณต้องเป็นผู้ใหญ่กว่านี้ เป็นถึง สส. ต้องเปิดหลักฐานทุกมุม อ้างว่ามีเอกสาร 9 หมื่นกว่าหน้า ก็เปิดให้ครบสิ ในสำนวนผู้ถูกร้องมีหลักฐานหักล้างเยอะแยะ ทำไมเปิดแค่ซีกเดียว
เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพเคยพูดว่า ถ้าฝ่ายรัฐบาลพูดความจริงจะยอมหน้าหงาย นายนภินทร กล่าวว่า วันนี้ตนพูดความจริงหมดแล้ว คุณจะทำตามคำพูดหรือไม่ก็เรื่องของคุณ ตนไม่บังคับ ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง กล่าวหาตนก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ทั้งนี้ นายนภินทรได้ชี้นิ้วพร้อมกับบอกว่า “แล้วเจอกัน”
“ผมบอกเบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว สงสัยอะไรถามมาได้เลย ผมจะตอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าไปถามเรื่องคนอื่นผมตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ข้อเท็จจริงในสำนวน กกต. สังคมจึงต้องให้ความเป็นธรรม”นายนภินทร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิชา' ชี้ 'โกง สว.' เป็นวิกฤติประเทศ เชื่อทุจริตท้องถิ่นไปไม่ถึงนักการเมือง เหตุองค์กรอิสระไม่ขัดขืนอำนาจรัฐ
นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า เหตุที่องค์กรอิสระมีปัญหาในปัจจุบัน ตนประเมินได้ว่าเพราะยอมตามผู้มีอำนาจอย่างไม่ขัดขืน และไม่ยอมขัดขืนต่ออำนาจรัฐ ทั้งนี้ที่ผ่านมาการตรวจสอบมีปัญหาเพ
'บวรศักดิ์' ปูดรัฐบาลอนุทิน 1 ไม่เอาจริงปราบทุจริต เคยชงกก.อิสระสอบโกง แต่ไม่สำเร็จ
'บวรศักดิ์' หนุน แก้รธน. ชง 5 ข้อ ริบอำนาจจัดเลือกตั้ง กกต.-คืนสิทธิปชช.ถอดถอน-ร่นเวลาได้นายกฯใหม่-ปรับการสรรหาองค์กรอิสระ ยก ผลวิจัยวิชาการ ชี้ ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระตกต่ำ
กกต. โกยแน่บ! เดินจ้ำอ้าวหนีสื่อ ไม่ตอบคดีฮั้ว สว. จบสัปดาห์หน้าหรือไม่
นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ขึ้นปาฐกถาเปิดเวทีนำเสนอ ยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการต่อสาธารณะ ของนักศึกษา หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 16 (พตส.) โดยนายฐิติเชฏฐ์ บอกกับนักศึกษาที่มาร่วมฟังปาฐกถาว่า
🔴LIVE สวนคนละหมัด | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569
'อนุทิน' ร้องอุ๊ย! ไม่รู้เรื่อง 'รร.เพื่อน' ยกเลิกให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา
นายกฯ บอกไม่รู้เรื่อง หลังรร.พูลแมน ไม่ให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา ถามสื่อ ‘เขาไม่ให้ใช้แล้วหรอ’ ชี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน
'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้

