
บอร์ด กมอ. ไฟเขียวคุมเข้มมาตรฐาน ‘ขั้วต่อ’ และ ‘ชุดประกอบสวิตช์เกียร์’ ยกระดับความปลอดภัยโซลาร์เซลล์ทั้งระบบแบบครบวงจร เร่ง สมอ. เดินหน้าบังคับใช้ภายในเดือนธ.ค. 2569 นี้
28 ส.ค. 2569 – นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้พลังงานเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) บอร์ด กมอ. จึงมีมติเห็นชอบให้กำหนดสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ เพิ่มอีก 2 มาตรฐาน ได้แก่
1. มอก. 62852-25XX ขั้วต่อสำหรับใช้งานในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งครอบคลุมขั้วต่อที่มีแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงที่กำหนดไม่เกิน 1,500 V และกระแสไฟฟ้าไม่เกิน 125 A ต่อหนึ่งหน้าสัมผัส และ 2. มอก. 61439 เล่ม 8-25XX ชุดประกอบสวิตช์เกียร์และเกียร์ควบคุมไฟฟ้าแรงดันต่ าส าหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้สำหรับการจ่ายพลังงานไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งมีแรงดันไฟฟ้าด้านเข้าและด้านออกไม่เกิน 1,500 V DC
“ก่อนหน้านี้ บอร์ดได้อนุมัติให้แผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเป็นสินค้าควบคุมแล้ว 5 มาตรฐาน ได้แก่ เครื่องตัดวงจร ฟิวส์ สายไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งการเพิ่มมาตรฐานขั้วต่อและชุดประกอบสวิตช์เกียร์ฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับความปลอดภัยของระบบโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมทั้งระบบแบบครบวงจร นอกจากนี้ บอร์ดยังได้มีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และมาตรฐานวิธีทดสอบ รวม 14 มาตรฐาน อาทิ มาตรฐานเถ้าลอยจากถ่านหิน แคลไซน์ปอซโซลานที่ใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต และมาตรฐานด้านนาโนเทคโนโลยี เป็นต้น”นายวิฤทธิ์ กล่าว
ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า ขั้วต่อโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไปยังอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ หากไม่ได้มาตรฐานจะเกิดความร้อนสะสม ทำให้ขั้วต่อละลาย เกิดประกายไฟ และเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ในส่วนของชุดประกอบสวิตช์เกียร์ฯ ทำหน้าที่ควบคุมและจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซลล์ไปยังอินเวอร์เตอร์หรือระบบโหลดไฟฟ้า หากไม่ได้มาตรฐาน จะเสี่ยงต่อการเกิดไฟดูด ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดประกายไฟไหม้ในตู้ควบคุมทำให้อุปกรณ์อินเวอร์เตอร์และระบบพังเสียหายได้
อย่างไรก็ดี การกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน จึงเป็นหลักประกันและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนถึงความปลอดภัยจากการใช้งานโดย สมอ. จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนธ.ค. 2569

