'เด็จพี่' สายข่าวแน่น! รู้มวลชนเริ่มขยับ หวั่นกันยาการเมืองร้อน-มือที่สาม

“พร้อมพงศ์” เผยได้รับข้อมูลมวลชนหลายกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหว จับตา “กันยาการเมืองร้อน” หวั่นมือที่สามฉวยจังหวะสร้างสถานการณ์ แนะรัฐบาลอย่าตื่นตระหนก ใช้กฎหมายมาตรฐานเดียว เร่งแก้ปากท้องประชาชน เสนอ 4 ข้อดับไฟก่อนความขัดแย้งลุกลาม

5 กันยายน 2569 - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในเดือนกันยายนว่า ได้รับข้อมูลจากมวลชนหลายกลุ่มว่า เริ่มมีความเคลื่อนไหว และมีความเป็นไปได้ที่จะมีกิจกรรมหรือการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน ขณะที่บางกลุ่มได้ประกาศทิศทางความเคลื่อนไหวต่อสาธารณะแล้ว

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตาไม่ได้มีเพียงการชุมนุม แต่เป็นช่วงที่แรงกดดันหลายด้านกำลังมาบรรจบกัน ทั้งการตรวจสอบทางการเมือง คดีและกระบวนการทางกฎหมายที่สังคมจับตา รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และภาระหนี้ของประชาชน หากปล่อยให้สะสมโดยไม่มีคำตอบ ก็อาจกลายเป็นเชื้อไฟทางการเมืองได้

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า รัฐบาล ฝ่ายการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไม่ประมาท แต่ก็ไม่ควรตื่นตระหนก รัฐบาลต้องไม่มองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ประเทศไทยผ่านบทเรียนความขัดแย้งทางการเมืองบนท้องถนนมาแล้วหลายครั้ง และผลกระทบสุดท้ายตกอยู่กับประชาชน เศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของประเทศ

ทั้งนี้ การใช้สิทธิชุมนุม ตราบใดที่ไม่ก่อความเดือดร้อน วุ่นวาย หรือสร้างความเสียหาย ถือเป็นสิทธิที่รัฐบาลต้องรับฟัง ขณะเดียวกัน ผู้จัดการชุมนุมต้องไม่ปล่อยให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ หรือสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การเผชิญหน้า

“ข้อเรียกร้องที่นำไปสู่การชุมนุม มีทั้งกรณีคนบางกลุ่ม บางชาติ แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเทศไทย ปัญหาทุนเทา อาชญากรรมข้ามชาติ นอมินี และผู้มีอิทธิพล ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประเทศและเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องตรวจสอบตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นสงครามกล่าวหาทางการเมือง ทุนเทาต้องจัดการด้วยกฎหมาย กฎหมายต้องไม่มีสี ความยุติธรรมต้องเท่าเทียม และต้องไม่มีสองมาตรฐาน” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ทุกการชุมนุมสิ่งที่น่าหวั่นใจคือเหตุแทรกซ้อน เมื่อมวลชนจำนวนมากรวมตัวท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่สูง ย่อมมีความเสี่ยงที่บุคคลหรือกลุ่มที่ไม่หวังดีอาจฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ ทำให้การชุมนุมโดยสงบบานปลายได้

“ขอย้ำว่าไม่ได้กล่าวหาว่ามีกลุ่มใดเตรียมก่อเหตุ แต่บทเรียนในอดีตชัดเจน เราต้องป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ปล่อยให้มีมือที่สามเข้ามาแทรกแซง ขยายความขัดแย้ง ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามหาผู้รับผิดชอบ” นายพร้อมพงศ์กล่าว

นายพร้อมพงศ์เสนอ 4 เรื่องเร่งด่วน ก่อนสถานการณ์การเมืองจะร้อนแรงขึ้น ประกอบด้วย

1.รัฐบาลต้องฟังก่อนปัญหาลงถนน เรื่องใดตอบได้ต้องรีบตอบ เรื่องใดมีข้อสงสัยต้องเร่งตรวจสอบ อย่าปล่อยให้ความไม่พอใจสะสมจนประชาชนรู้สึกว่าไม่มีช่องทางอื่นในการส่งเสียง

2.เรื่องที่สังคมสงสัยต้องตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียว ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักการเมือง กลุ่มทุน หรือบุคคลใด หากผิดต้องดำเนินคดี แต่หากไม่มีหลักฐานก็ต้องให้ความเป็นธรรม

3.ป้องกันเหตุแทรกซ้อน เจ้าหน้าที่และผู้จัดการชุมนุมต้องมีช่องทางประสานงานที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความอดกลั้นและบังคับใช้กฎหมายอย่างเหมาะสมได้สัดส่วน ขณะที่ผู้จัดการชุมนุมต้องป้องกันไม่ให้ผู้ที่จ้องสร้างสถานการณ์เข้ามาปะปนกับประชาชนที่ใช้สิทธิโดยสงบ

4.รัฐบาลต้องเร่งสร้างผลงาน ลดเชื้อไฟจากปัญหาปากท้อง ทั้งค่าครองชีพและค่าพลังงานที่สูง ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนสัมผัสทุกวัน หากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมาบรรจบกับความไม่พอใจทางการเมือง ความตึงเครียดก็อาจขยายตัวและลุกลามได้

“ม็อบอาจเป็นสิ่งที่เราเห็นบนถนน แต่ต้นเหตุของความไม่พอใจอยู่ที่การบริหารจัดการของรัฐบาล ปัจจัยสำคัญคือการกินดีอยู่ดีของประชาชนและเรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องดับไฟ 2 กองพร้อมกัน คือไฟความเดือดร้อนจากความเป็นอยู่ของประชาชน กับไฟความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยผลงาน ความโปร่งใส และการใช้กฎหมายที่เท่าเทียม หวังว่าเดือนกันยายนควรเป็นเดือนที่ทุกฝ่ายร่วมดับไฟ ร่วมกันแก้ไข พร้อมกับเสนอทางออกให้กับประเทศ” นายพร้อมพงศ์กล่าว

 
 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 25): คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 เป็นรอยัลลิสต์ จริงหรือ ? : พันเอก น้อม เกตุนุติ

หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491)

'อนุทิน' สวนคนจ้องโจมตี ปมวันเกิด 'เนวิน' ลั่นคนว่างมากก็คิดไปเรื่อยเปื่อย

"อนุทิน" แจงกระแสดราม่าร่วมงานวันเกิด "เนวิน" ยันสนิทกันเหมือนคนในครอบครัวและเดินทางไปร่วมงานทุกปี ชี้กรณีตอบกลับคำอวยพรนั่งนายกฯ อีก 2 สมัยว่า "เบื่อแล้ว" เป็นแค่การหยอกล้อกันระหว่างพี่น้อง ปัดเป็นประเด็นการเมือง พร้อมสวนกลับกระแสโจมตี "คนว่างมากก็คิดไปเรื่อย"