ปชน. แฉงบสำนักงานกิจการยุติธรรม 164 ล้าน หมดกับบุคลากร-คอมพิวเตอร์ 98% ทำงานหลักได้แค่ 2%

สส.ประชาชน แฉงบ 164 ล้าน สำนักงานกิจการยุติธรรม หมดไปกับบุคลากร-คอมพิวเตอร์ 98% ซัดทำงานหลักได้แค่ 2% แนะ ตัดอวัยวะรักษาชีวิต! ทบทวนความจำเป็นการมีอยู่

9 กันยายน 2569 - จากนั้นเวลา 15.23 น. นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม ว่า ตนขอปรับลดงบประมาณลง 5% โดยเฉพาะของสำนักงานกิจการ ยุติธรรม เนื่องจากตนไม่อาจแน่ใจในประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม เหตุผลเมื่อเวลาหน่วยงานใดๆ ของภาครัฐทำงานเรามักจะเห็นอุปสรรคของการทำงานแยกเป็นไซโล เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ท่วงท่ามาตรฐานในการแก้ปัญหาไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็คือ บอกว่าหากลไกมาเพื่อที่จะทลายไซโลทำงานร่วมกัน และเมื่อทะลายไซโลและมีกลไกแล้วทำอย่างไรต่อ นั่นคือต้องมีหน่วยงานในการทำหน้าที่ธุรการให้ ยังไม่พอสิ่งต่อไปก็พบว่า ไม่สามารถขอข้อมูลไม่สามารถเชื่อมโยงบูรณาการ กับหน่วยงานอื่นได้ ก็ขอระบบสารสนเทศ ขอสำนักงานของตัวเอง กลายเป็นอีกไซโลใหม่ ที่ได้ขึ้นมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย ที่เป็นภาษี ที่ประชาชนต้องจ่าย

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกัน สิ่งนี้เกิดขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม มีการตั้งคณะกรรมการ พัฒนาการ บริหารงานธุติธรรมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ เมื่อปีพ.ศ 2549 ซึ่งตนกำลังจะกล่าวถึงงบประมาณ โดยคณะกรรมการชุดนี้ มีการมอบหมายให้ สำนักงานกิจการยุติธรรมทำหน้าที่ธุรการ ซึ่งนอกจากทำหน้าที่ธุรการแล้ว ยังทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์นโยบาย ทำแผนยุทธศาสตร์และพยายามบูรณาการงานด้านยุติธรรมเข้าไว้ด้วยกัน นับตั้งแต่นั้นมา งบประมาณของสำนักงานกิจการยุติธรรม มีการขยายตัวขึ้นเรื่อยๆจากไม่กี่สิบล้านบาทจนในปีงบประมาณ 2570 มีการของบประมาณทั้งสิ้น 164.8 ล้านบาท ถ้าหากดูส่วนนี้อาจจะคิดว่าน้อยสำหรับหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง แต่ตนอยากให้ไปดูไส้ในว่ามีการใช้งบประมาณ อะไรบ้างกับ 164.8 ล้านบาทนี้ โดยแบ่งเป็น 3 แผนงาน ดังนี้ 1.แผนงานบุคลากรภาครัฐ 49.7 ล้านบาท 2.แผนงานปรับสมดุลพัฒนาระบบ บริหารจัดการภาครัฐ 58.74 ล้านบาท และ 3.แผนงานพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 56.5 ล้านบาท

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ดูเท่านี้เหมือนไม่มีอะไร แต่อยากให้ทราบว่าดัชนีชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงาน มีเพียงแค่ตัวเดียว คือพัฒนาเครื่องมือ ดัชนีชี้วัดเพื่อยกระดับกระบวนการ ยุติธรรม กับเงิน 164 ล้านบาท และอยากให้ลองดูรายละเอียด ที่ลงลึกเข้าไปในแต่ละแผนงาน สำหรับแผนงานที่ 2 แผนงานปรับสมดุลพัฒนาระบบ บริหารจัดการภาครัฐ กับงบประมาณที่บอกว่า 58.74 ล้านบาท หากดูงบประมาณย่อยๆ ปรากฏว่า เป็นเบี้ยประชุม 1 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าจ้างเหมาบริการ และที่ใหญ่ที่สุด คือระบบสารสนเทศและครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มูลค่ารวมกัน 34.1 ล้านบาท

และในแผนงานที่ 3 แผนงานพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 56.5 ล้านบาท งบประมาณเกือบทั้งหมดของแผนงานนี้ 44.8 ล้านบาท หมดไปกับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างคอมพิวเตอร์สำหรับศูนย์พยากรณ์อาชญากรรมข้ามชาติในอนาคต และ การบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์หมดไปแล้ว 79 ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณของหน่วยงาน แต่ถามว่าแล้วกิจกรรมโครงการที่เป็นหน้าที่หลักของสำนักงานกิจการยุติธรรม คืออะไร คือดัชนีชี้วัดการพัฒนาองค์ความรู้มีงบประมาณให้ทั้งสิ้น 3.8 ล้านบาท 2% จากงบประมาณทั้งหมด ถูกใช้ในการทำงาน ที่เป็นหน้าที่ของหน่วยงาน และอีก 98% หมดไปกับบุคลากร หมดไปกับสำนักงาน หมดไปกับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์

"ทีแรกผมอยากจะพยายามหาแนวทางว่าเราจะรีดไขมันจากหน่วยงานนี้อย่างไร จากกระทรวงยุติธรรมได้อย่างไร แต่ถ้าเราใช้ 2% ทำงานหลัก โดย 98% ใช้กับสำนักงานบุคลากรและครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ผมว่าเราต้องเลือกตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตครับ" นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ 79 ล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณในปีนี้ ถ้าหากย้อนกลับไปดู 10 ปี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 344 ล้านบาท และหน่วยงานทั้งหน่วยงาน 10 ปีที่ผ่านมาใช้งบไปประมาณทั้งสิ้น 1,303 ล้านบาท ด้วยดัชนีชี้วัดไม่กี่ตัวในแต่ละปีที่ต้องผลิตขึ้น

คำถามสำคัญคืองบประมาณเหล่านี้ที่เราเสียตนไม่อยากคิดว่าเราควรจะต้องตัด เป็นกิจกรรมรายกิจกรรม เป็นครุภัณฑ์รายครุภัณฑ์ ตนไม่ขอดูรายละเอียดแล้ว แต่มันพอจะพิสูจน์ได้ว่า ถ้ายังมีการทำงานอย่างนี้ต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นถัดไปรัฐบาลต้องเสียงบประมาณ ประชาชนต้องสูญเสียภาษีอีกปีละ ราว 200 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมชุดเดิม เพื่อดัชนีชี้วัดที่ทำขึ้นเพื่อใช้เงิน 2% เพื่อทำกิจกรรมหลัก โดยใช้เงินอีก 98% ทำกิจกรรมเพื่อเสริม

"ดังนั้นผมไม่คิดว่าเป็นการใช้งบประมาณ อย่างคุ้มค่า ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากเสนอตัดลดงบประมาณ ของสำนักงานกิจการยุติธรรม เริ่มจากครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้องานหลัก 2% และหากเป็นไปได้ในอนาคตอยากให้พิจารณาว่าจริงๆแล้ว เรายังจำเป็นจะต้องมีหน่วยงานเช่นนี้อยู่หรือไม่ ที่มีเนื้อหาการทำงานที่บางมากแต่มีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลเพื่อให้เกิดการทำงาน" นายวิสุทธิ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สาทิตย์' บี้สอบ 3 ปมทุจริตใน 'สถ.' เสนอดึงเงินค่าสมัครสอบท้องถิ่นกลับเข้าระบบงบแผ่นดิน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนคลางแคลงใจต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มุ่งปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย เพียงแค่รายการครุยทหารและครุภัณฑ์ทั่วไป

'ชวน' เตือน กมธ. อย่าปล่อยให้บ้านเมืองมีปัญหา ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบประมาณ

“ชวน” กรีด “มหาดไทย” ผลงานฉาวโฉ่โกงสอบท้องถิ่น ชี้ปรับลดงบไม่มีประโยชน์ ถ้าคนใช้ขาดประสิทธิภาพ หวังกมธ.ไม่ดูดายหวั่นบ้านเมืองมีปัญหา ยก “สนธิ” ยังรับไม่ไหวต้องประกาศชุมนุมทวงคืนประเทศ

สส.ปชน. โวยอภิปรายงบ มท. ลากยาว 4 ชั่วโมง เนื้อหาไม่เข้าวาระที่ 2 บอกอยู่เกินเที่ยงคืนมาสองวันแล้ว

สส.ปชน.โวย งบมท.ใช้เวลา 4 ชม. อภิปรายไม่เกี่ยววาระสอง ขอให้ประธานควบคุมเนื้อหาด้วย "เลิศศักดิ์" แจงหากใครอภิปรายอยู่ในวาระ 1 ขออนุญาตเตือนให้กระชับหน่อย

'ชัยชนะ' ขยี้งบมหาดไทย 2.27 แสนล้าน สะท้อนปัญหาใหญ่ บำบัดผู้ติดยา แก้อุทกภัย ดับไฟใต้

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่างบประมาณรวมกว่า 2.27 แสนล้านบาทของกระทรวงมหาดไทยยังคงถูกจัดสรรอย่างผิดที่ผิดทาง ไม่ตอบโจทย์การบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนอย่างแท้จริง

'ทวี' ตัดงบมหาดไทย 2 หมื่นล้าน ชี้กฎหมายเปิดช่องนายอำเภอ-ผู้ว่าฯ ร่วมฮั้ว สว.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายขอปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 9.5% หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยไม่กระทบงบกลุ่มจังหวัด เงินอุดหนุนการปกครองท้องถิ่น งานป้องกันภัยพิบัติ

'ณัฐชา' แฉงบน้ำบาดาล 1.5 พันล้าน ภูมิใจไทยได้ 141 โครงการ เกือบ 900 ล้าน จัดสรรตามเขต สส. เมินภัยแล้งซ้ำซาก

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี่ตนปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ ในมาตราที่ 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ ปี 2570 ได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกันไปเมื่อครั้งพิจารณาในส่วนของงบกลาง