ดร.ณัฏฐ์ ขวาง 'สมชัย' ชี้คดีฮั้ว สว. กกต.ต้องยึดมติเสียงข้างมาก-พยานหลักฐาน

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ชี้คดีฮั้ว สว.เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ กกต. 14 ก.ย. ต้องวินิจฉัยอย่างเป็นอิสระ ยึดเสียงข้างมากและพยานหลักฐานในสำนวน ไม่ฟังเสียงบุคคลภายนอก

11 กันยายน 2569 - สืบเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ กกต.ลงมติชี้ขาดคดีที่เรียกกันว่า “คดีฮั้ว สว.” ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน และประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG กล่าวว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาดทั้งคดีเลือกตั้งและการเลือก สว.ไว้ โดยในขั้นตอนสุดท้ายให้ถือมติเสียงข้างมาก ก่อนสรุปความเห็น จัดทำคำวินิจฉัย และประกาศให้ประชาชนทราบ

ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ หากพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย มติวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต.จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทันทีในวันที่ 14 กันยายน โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบ กกต.และ พ.ร.ป.กกต.ก่อน พร้อมประเมินว่าอาจต้องรอประมาณ 60 วัน จึงจะติดตามคำวินิจฉัยที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ กกต.ได้

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า มีการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลรวม 25 คน และตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. รวมทั้งกรณีนายสมชัยนำมติอนุคณะกรรมการวินิจฉัยคณะที่ 36 ออกเผยแพร่ ซึ่ง ดร.ณัฐวุฒิกล่าวหาว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านระบบคอมพิวเตอร์และเปิดเผยข้อมูลราชการ

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำพยานหลักฐานในสำนวนคดีออกมาเผยแพร่หรือไม่

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึง สว.สำรองรายหนึ่ง ซึ่งใช้อักษรย่อ “อ.” โดยระบุว่า บุคคลดังกล่าวเคยติดต่อสำนักงานกฎหมายของตนและให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ทำให้ตนได้รับทราบข้อมูลหลายส่วน ก่อนระบุว่า การดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก สว.ไม่ได้มีเพียงข้อกล่าวหาต่อ “ค่ายน้ำเงิน” แต่มีข้อมูลเกี่ยวกับ “ค่ายส้ม” ด้วย และบุคคลดังกล่าวอยู่ในเหตุการณ์และทราบรายละเอียด

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในช่วงการเลือก สว.เดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งขณะนั้นนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีประกาศห้ามกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. และมีการย้ำก่อนการเลือกระดับประเทศ จึงตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นภายหลัง พร้อมระบุว่าตนเก็บรักษาเอกสารและสำนวนที่เกี่ยวข้องไว้จำนวนมาก และพร้อมนำมาใช้ในการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับ สว.สำรองอักษรย่อ “อ.” ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เดิมบุคคลดังกล่าวเคยให้สำนักงานของตนดำเนินคดีให้ แต่ภายหลังได้สั่งให้ทีมทนายความยุติการรับทำคดีและยื่นถอนตัวต่อศาล เพื่อไม่ให้มีการนำชื่อสำนักงานไปแอบอ้าง พร้อมกล่าวถึงคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง โดยระบุว่า ตนไม่ได้เป็นทนายความในสำนวนดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการนำเอกสารในสำนวนคดีออกเผยแพร่ผ่านสื่อ

ดร.ณัฐวุฒิ ยังระบุว่า เคยเตือนบุคคลดังกล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาของศาล และไม่เห็นด้วยกับการไปร้องเรียนทางวินัยต่อผู้พิพากษา โดยยืนยันว่า ตนและสำนักงานกฎหมายไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการดำเนินการดังกล่าว และเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมและสถาบันตุลาการต้องได้รับการเคารพ

ในอีกประเด็นหนึ่ง ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวถึงข้อพิพาทของตนกับบุคคลในองค์กรอัยการ โดยกล่าวหาว่าตนเคยได้รับความไม่เป็นธรรมจากกระบวนการพิจารณาทางวินัยและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสถานะสมาชิกเนติบัณฑิต พร้อมกล่าวถึงกรณีมีการเรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้เสียงสนับสนุน 10 ใน 15 เสียง ซึ่งตนไม่ยินยอม และระบุว่ามติที่ออกมาไม่ได้เป็นเอกฉันท์

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงอดีตและปัจจุบันของอัยการบางราย รวมถึงกรณีสมาชิกภาพเนติบัณฑิต โดยระบุว่าตนเตรียมใช้สิทธิตามกฎหมายตรวจสอบการดำเนินการที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ตนไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือคดีอาญา และเห็นว่าการดำเนินการที่กระทบต่อสิทธิของตนต้องสามารถตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้

นอกจากนี้ ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกลุ่ม สว.สำรองและบุคคลจากหลายจังหวัดที่เคยเข้ามาติดต่อหรือขอให้สำนักงานของตนช่วยเหลือด้านคดี โดยระบุว่า ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร้องเรียนกรณีการเลือก สว. รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับการรับจ้างร้องเรียนและเส้นทางการเงิน ซึ่งได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ของ กกต. ดร.ณัฐวุฒิ ย้ำว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ กกต.แล้ว กรรมการต้องทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระและกล้าตัดสินใจ โดยถือเสียงข้างมากเป็นหลัก หากเห็นว่าข้อเท็จจริงส่วนใดถูกสร้างหรือแต่งขึ้น ก็ต้องชั่งน้ำหนักจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ไม่ควรนำข้อเท็จจริงนอกสำนวนหรือเสียงของบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้ามาเป็นปัจจัยในการวินิจฉัย

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร โดยระบุว่า นายสมชัยถูกกล่าวหาในคดีหลายท้องที่ ทั้ง สน.ทองหล่อ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน รวมถึงคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง และ สน.บางโพ ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พร้อมระบุว่าได้ส่งเรื่องบางส่วนให้ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงนายพริษฐ์ นายยิ่งชีพ อัชฌาชานนท์ และนายพนิดา ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ กมธ.กิจการศาลฯ โดยระบุว่าฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เห็นว่าอาจมีทั้งประเด็นความรับผิดทางอาญาและมาตรฐานทางจริยธรรม รวมถึงกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าร่วมลงมติใน กมธ.ดังกล่าว โดย ดร.ณัฐวุฒิระบุว่าจะตรวจสอบความรับผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย

ดร.ณัฐวุฒิ ยังระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีอธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด ซึ่งเข้าไปเป็นอนุกรรมาธิการของ กมธ.กิจการศาลฯ โดยเห็นว่าต้องตรวจสอบเรื่องความเป็นกลางและมาตรฐานทางวินัย รวมถึงอัยการอาวุโสอีกรายที่ตนมีข้อพิพาทอยู่ด้วย

สำหรับความคืบหน้าคดีนายสมชัย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า ได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายยื่นหนังสือต่อผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ อีกครั้ง ขอให้พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขอออกหมายจับนายสมชัยกับพวก ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน พร้อมยื่นหนังสือคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว

พร้อมกันนี้ ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้า สน.ทองหล่อ คัดค้านพนักงานสอบสวนรายหนึ่ง โดยกล่าวหาว่าขาดความเป็นกลางในการทำคดี และนำรายละเอียดในสำนวนไปแจ้งแก่นายสมชัย ทั้งยังกล่าวถึงเหตุการณ์ระหว่างตนกับนายสมชัยซึ่งมีการเผยแพร่คลิปออกสู่สาธารณะ โดยระบุว่าตนมีหลักฐานต้นฉบับและมีทนายความ 3 คนอยู่ในเหตุการณ์ พร้อมโต้แย้งความถูกต้องของคลิปที่ถูกเผยแพร่ โดยอ้างว่าในยุค AI ภาพหรือคลิปสามารถดัดแปลงได้ง่าย

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากเห็นว่าพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวมีพฤติการณ์ไม่เป็นกลางหรือกระทำผิดหน้าที่ ตนเตรียมกล่าวโทษต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมถึงร้องเรียนต่อจเรตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบทางวินัยและประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจต่อไป

ดร.ณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงข้อพิพาทกับสภาทนายความ โดยระบุว่า ในสัปดาห์นี้เตรียมดำเนินคดีต่อผู้บริหารสภาทนายความชุดปัจจุบันและนายทะเบียนสภาทนายความ หลังได้รับเอกสารเพิ่มเติมจากผู้ประสงค์ดี พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ได้ไปแจ้งความที่ สน.ธรรมศาลา เพื่อรักษาสิทธิในการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษ ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อขอให้พิจารณาคืนความเป็นธรรมแก่ตน

ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวหาว่า การบริหารงานของสภาทนายความชุดดังกล่าวขาดธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และไม่ดำเนินการตามขั้นตอนจนกระทบสิทธิของตน พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของมติจำหน่ายชื่อออกจากสมาชิกทนายความ เนื่องจากตนยืนยันว่าได้ผ่านการตรวจสอบประวัติและไม่พบประวัติอาชญากรรม

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงนายสมชีพ เทพอักษร นายธนพล คงเจี้ยง และนายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ในประเด็นข้อพิพาทและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสภาทนายความ การศึกษา และการใช้ตำแหน่งทางวิชาการหรือสถานะต่างๆ โดยระบุว่ามีพยานและข้อมูลที่เตรียมนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิ ยืนยันว่า จะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายในทุกกรณีที่เห็นว่าตนถูกละเมิดสิทธิหรือมีการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ขณะเดียวกัน ในส่วนของคดีฮั้ว สว.ที่กำลังเข้าสู่การลงมติวันที่ 14 กันยายน ย้ำว่า กกต.ต้องพิจารณาอย่างเป็นอิสระ ยึดพยานหลักฐานในสำนวนและมติเสียงข้างมากเป็นหลัก โดยไม่ปล่อยให้กระแสหรือความเห็นของบุคคลภายนอกเข้ามามีอิทธิพลต่อการวินิจฉัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ไม่หวั่นระเบิดการเมือง โวรัฐบาลชำนาญเก็บกู้ ย้ำไม่เกี่ยวฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศนอร์เวย์ ได้ติดตามการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯด้วยหรือไม่เพราะเห็นมีการไปคอมเมนต์โพสต์ของสส.

เอาแล้ว! เอกสารพยานคดีฮั้วสว.หลุด ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่-ล่อลวง-ยัดคดี ให้ซัดทอดภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตค. 68 ที่ผ่านมา พยานในคดีฮั้วการเลือกตั้งวุฒิสภา ได้ทำบันทึกคำให้การเพิ่มเติม เป็นหนังสือเพื่อกลับคำให้กา

'อภิสิทธิ์' ดึงสติ กกต. อย่าเคาะมติ 'ผลไม้พิษ' คดีฮั้วสว. ทำลายระบบการเมือง

'อภิสิทธิ์' จี้ กกต. ยึดบรรทัดฐานศาลฎีกา ชี้ขาดคดี 'ฮั้ว สว.' เตือนขืนใช้ 2 มาตรฐาน ยิ่งตอกย้ำเป็น 'ดอกไม้พิษ"' จาก สว. ที่เป็น 'กิ่งก้าน' ของพรรคที่เป็น 'ต้นไม้พิษ'

'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมฟาด 'อดีตปธ.ศาลรธน.' ด้อยค่าวุฒิสภา

'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมซัด 'นครินทร์' ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำ สว. เสื่อมเสียชื่อเสียง ไร้หลักฐานหลังอ้าง 'มีชัย' ออกแบบวุฒิสภา คือความผิดพลาดทำความชอบธรรมทางการเมืองต่ำ