“นันทนา” นำ สว.พันธุ์ใหม่ แถลงปัญหาอาคารรัฐสภา สวมหมวกนิรภัยประชด หลังฝ้าโรงอาหาร B2 ถล่ม จี้ประธานรัฐสภาเรียกผู้รับเหมารับผิดชอบ ไม่ใช้งบแผ่นดินก้อนใหม่ซ่อม “วิลาศ” เผย วสท.เคยตรวจพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด เสี่ยงมาก 91 จุด
14 กันยายน 2569 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ พร้อมด้วยนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงกรณีฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
ก่อนเริ่มแถลง น.ส.นันทนาได้นำหมวกนิรภัยขึ้นมาสวม พร้อมกล่าวว่า หากจะมีสวัสดิภาพในการเดินไปมาในรัฐสภาแห่งนี้ คงจะต้องสวมหมวกนิรภัย เนื่องจากเหตุฝ้าถล่มในห้องอาหาร ซึ่งเป็นจุดที่สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และบุคลากรเข้าไปใช้บริการ หากเหตุเกิดขึ้นในวันที่มีคนอยู่ในพื้นที่ อาจมีผู้ได้รับอันตราย
น.ส.นันทนา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มของตนเคยแถลงว่า วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จะครบสัญญารับประกันอาคารรัฐสภา โดยขณะนั้นพบปัญหาทั้งน้ำท่วม ส้วมแตก ผนังร้าว เพดานรั่ว และฝ้าถล่ม แต่กลับไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจังก่อนหมดสัญญา
ต่อมาประธานรัฐสภาได้เดินตรวจสอบและระบุว่า อาคารมีสภาพชำรุดทรุดโทรมและจำเป็นต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่เรียกบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับเหมา เข้ามาแก้ไขปัญหาตั้งแต่ก่อนหมดสัญญารับประกัน
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ปัจจุบันคนที่เดินอยู่ในรัฐสภาต้องคอยมองฝ้าเพดาน ขณะเดียวกัน หากมัวแต่มองข้างบนก็อาจเดินตก “สระมรกต” โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีพระสงฆ์เดินตกลงไปในบริเวณดังกล่าว
นอกจากนี้ เมื่อฝนตกในห้องประชุมรัฐสภา เจ้าหน้าที่ต้องนำถังมารองน้ำ ทั้งจากน้ำฝนและน้ำจากเครื่องปรับอากาศ รวมถึงยังพบหนูตายในสระมรกตและสัตว์ต่างๆ ที่ออกมาในช่วงน้ำท่วม ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยอาคารรัฐสภามีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่กลับเกิดปัญหาฝ้าถล่มและน้ำรั่วซ้ำๆ
“จึงขอเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุงเพื่อสวัสดิภาพของคนที่อยู่ในนี้ ไม่ต้องเจอน้ำท่วม ส้วมแตก ฝ้าถล่ม ส่วนเรื่องความสวยงามไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีอยู่แล้ว” น.ส.นันทนากล่าว
ด้านนายสุนทร กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายเรื่องความปลอดภัยของรัฐสภามาโดยตลอด ทั้งอันตรายจากเพลิงไหม้ น้ำรั่ว และประตูแตก หลังเกิดเหตุฝ้าถล่ม ตนได้เข้าไปตรวจสอบเมื่อเวลา 06.30 น. แต่พื้นที่ถูกปิดไว้จึงไม่สามารถเข้าไปตรวจได้ โดยทราบว่าจะมีวิศวกรเข้าตรวจหลายจุดที่พบรอยน้ำ
นายสุนทรกล่าวว่า นอกจากปัญหาฝ้าแล้ว ยังมีน้ำจากท่อด้านล่างพุ่งขึ้นมาเต็มลานจอดรถชั้น B2 เนื่องจากปั๊มน้ำที่ใช้ดูดน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเสีย และกังวลว่าช่วงน้ำขึ้น น้ำใต้ดินอาจดันขึ้นมา รวมทั้งยังพบรอยร้าวบริเวณกระเบื้องสระมรกต
“มันมีหลายจุดมากๆ และเราก็ออกมาบอกบ่อยๆ แต่ผู้มีอำนาจกลับเกรงใจผู้รับเหมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของความถูกต้อง จึงอยากให้ตรวจสอบให้ดี ความปลอดภัยของทุกท่านมีความสำคัญ ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น” นายสุนทรกล่าว
นายสุนทรยังกล่าวว่า สถาปนิกผู้ออกแบบซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติ ตั้งชื่ออาคารรัฐสภาว่า “สัปปายะสภาสถาน” หมายถึงสถานที่ประกอบกรรมดี จึงอยากให้อาคารแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความดี ไม่ใช่สถานที่ประกอบกรรมชั่วหรือการโกง และขอให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเกรงกลัวต่อบาป
ขณะที่นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ข้าราชการรัฐสภามีข้อกังวลเรื่องท่อแอร์มีเชื้อรา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้เข้ามาทำงาน รวมทั้งระบบปรับอากาศที่ไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาถนนทรุดรอบรัฐสภา จึงควรแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบและเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ
นายพรชัย กล่าวว่า รัฐสภามีอาคันตุกะต่างชาติเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ปัญหาอุบัติเหตุจากโครงสร้างจึงสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ พร้อมเสนอให้เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบก่อนหมดระยะเวลารับประกัน 60 วัน ว่าใครเป็นผู้ลงนามรับรอง รวมทั้งตั้งคณะกรรมการอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในรัฐสภา และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง สส.และ สว. เพื่อติดตามจุดเสียหายและหาผู้รับผิดชอบ
ด้าน น.ส.มณีรัฐ ฝากให้ฝ่ายสถานที่ตรวจสอบความปลอดภัยของกล้องวงจรปิดในจุดอับสายตาและภายในลิฟต์ เนื่องจากรัฐสภามีผู้เข้าออกจำนวนมาก โดยเฉพาะการเดินทางบริเวณลานจอดรถในช่วงกลางคืน
นายวิลาศ กล่าวว่า ปัญหาฝ้าถล่มและน้ำรั่วเกิดขึ้นมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง เพียงแต่หลายครั้งไม่เป็นข่าว โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เคยเกิดเหตุฝ้าถล่มในห้องประชุมสัมมนาติดกับห้องอาหาร B2 แม้ผู้รับจ้างระบุว่าส่งมอบงาน 100% เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 แต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ลงนามรับรองงานเสร็จสมบูรณ์ 100% ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ซึ่งตนได้นำเรื่องไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.
นายวิลาศระบุว่า วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เคยเข้าตรวจสอบและพบจุดเสี่ยงถึง 101 จุด แบ่งเป็นเสี่ยงมาก 91 จุด และเสี่ยงปานกลาง 10 จุด จึงเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเร่งติดตามแก้ไขและเรียกร้องความเสียหายจากผู้รับเหมา ไม่ควรนำงบประมาณแผ่นดินก้อนใหม่มาใช้ซ่อมแซม
น.ส.นันทนากล่าวปิดท้ายว่า ขอให้ประธานรัฐสภาเข้ามาดูแลปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้รับเหมา และเปิดทางให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและคืนความสง่างามให้กับรัฐสภา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โบว์' ชี้ถ้ายึดแนวคำตัดสินศาลฎีกาฯ ผู้สมัคร สว. แลกคะแนนกัน เป็นความผิด ควรโมฆะทั้งหมด
ด้วยกติกาแบบนี้ ที่มา สว. จึงไม่มีความชอบธรรม ยังไม่ต้องนับเรื่องการใช้อำนาจ แต่ที่ สว. ยังทำงานกันได้อยู่ เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันมีความเห็นเรื่องการแลกคะแนน ต่างจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
'สว.นันทนา' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยคดีฮั้วสว. ให้สังคมคลายข้อสงสัย อย่าท้าทายศรัทธาปชช.
‘นันทนา’ กระทุ้ง กกต. ส่งศาลฎีกาเคลียร์คดี ‘ฮั้ว สว.’ ลั่น อย่าทำลายศรัทธาประชาชน มอง ควรเปิดคำวินิจฉัย ให้สังคมคลายข้อสงสัย
ระทึก! กกต. ประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คนก่อนแถลงบ่าย 3 โมง ระดมตร. 200 นายคุมเข้ม
กกต. เริ่มประชุมลงมติสำนวนฮั้ว สว. 229 คน แล้ว ลุ้นชี้ขาด 7 ข้อกล่าวหา ตำรวจ 200 นายคุมเข้มรอบสำนักงาน ก่อนแถลงผล 15.00 น.
เปิด 5 ข้อสันนิษฐาน เหตุฝ้าเพดานโรงอาหารสภาพังถล่ม
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีเหตุการณ์ฝ้าเพดาน
'วิรังรอง' ข้องใจหมดประกันปุ๊บ ฝ้าเพดานโรงอาหารสภาถล่มปั๊บ ถาม 'อนุทิน' จะขึ้นแบล็คลิสต์ชิโนไทยหรือไม่
วิรังรอง โพสต์ถามนายกฯ ต้องรอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนหรือถึงจะเรียกหาความรับผิดชอบ
สะพัด 'กกต.' นัดแถลงมติปิดคดีฮั้วสว.บ่ายสามพรุ่งนี้ วัดใจ 3 สูตรชี้ขาด
มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.ได้นัดประชุม กกต.ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน เวลา 10.00 น.

