'ศุภจี' แจงปมโยกบิ๊กพาณิชย์ ขออย่าด้อยค่าผู้ตรวจฯ ลั่นทำงานมองอนาคต

“ศุภจี” ควง “วุฒิไกร-พูนพงษ์” พบสื่อ แจงโพสต์ปมโยกย้ายผู้บริหารต้องการให้ข้าราชการ-ผู้สนับสนุนเข้าใจหลักการ ชี้ผู้ตรวจราชการไม่ใช่ตำแหน่งลดระดับ แต่เป็นเส้นทางหมุนเวียนตามระบบราชการ เมินเสียงวิจารณ์จากอดีตบิ๊กพาณิชย์ ย้ำโลกการค้าเปลี่ยน ต้องปรับวิธีทำงาน ด้าน “วุฒิไกร” ยังไม่ปิดทางทำงานต่อหลังเกษียณ

15 กันยายน 2569 - เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมพานายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มาแนะนำตัวต่อสื่อมวลชน ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

นางศุภจีกล่าวถึงกรณีโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ว่า ไม่ได้โพสต์เพื่อให้กำลังใจตัวเอง หรือเพื่อให้คนมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องการสื่อสารกับข้าราชการและผู้ที่สนับสนุน เพื่อให้ทราบว่าการโยกย้ายมีหลักการและเหตุผลอย่างไร ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วย คิดต่าง หรือวิจารณ์นั้น มองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบาย เพราะบุคคลเหล่านั้นย่อมรู้อยู่แล้วว่ามีอะไร

เมื่อถามว่า จิตใจยังแข็งแกร่งเหมือนเดิมหรือไม่หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ นางศุภจีกล่าวว่า เป็นปกติเหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา เพราะถูกวิจารณ์มาหลายเรื่อง สิ่งที่ต้องการทำคืออธิบายให้คนที่สนับสนุนแต่ไม่ทราบรายละเอียดได้เข้าใจ

สำหรับการแต่งตั้งโยกย้าย นางศุภจีกล่าวว่า เป็นดุลพินิจของปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตนมีหน้าที่สอบถามว่าถูกต้องหรือไม่ มีเหตุผลอย่างไร และเมื่อได้รับคำอธิบายก็สนับสนุนตามนั้น

เมื่อถามถึงข้อความในโพสต์ที่ระบุว่า ต้องการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์มีงานเพิ่มมากขึ้น นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีภารกิจและนโยบายเกี่ยวข้องกับหลายส่วน จึงต้องดูว่านโยบายที่ออกไปสามารถปฏิบัติและเกิดผลจริงหรือไม่ หากผู้ตรวจราชการเข้าไปติดตามงานและนโยบายสำคัญ ก็จะสามารถสะท้อนกลับมายังผู้บริหารได้ว่า นโยบายที่กำหนดขึ้นนั้นข้าราชการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เพราะบางครั้งนโยบายอาจดี แต่เมื่อนำไปปฏิบัติแล้วไม่ได้ผล

นางศุภจีกล่าวว่า ตนมองว่าตำแหน่งใดก็ไม่มีความแตกต่าง หากทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์มีผู้ตรวจราชการถึง 4 คน

เมื่อถามว่า หลังนายวุฒิไกรเกษียณอายุราชการจากตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ จะนำมาช่วยงานต่อหรือไม่ นายวุฒิไกรหัวเราะก่อนตอบว่า “ยังคิดอยู่”

เมื่อถามต่อว่าจะเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า นายวุฒิไกรเป็นที่ปรึกษาของตนอยู่ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง แต่ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวว่าต้องการทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ที่ผ่านมานายวุฒิไกรช่วยงานมาโดยตลอดและมีความเข้าใจในหลายเรื่อง ขณะที่ตนยังไม่มีความเข้าใจในระบบราชการมากนัก

ส่วนกระแสข่าวว่านางศุภจีชอบทำงานร่วมกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนั้น นางศุภจีปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และไม่เคยมองคนจากเพศ เพราะในอดีตก็ทำงานร่วมกับผู้หญิงจำนวนมาก เช่นเดียวกับในกระทรวงพาณิชย์ที่มีผู้หญิงมีความสามารถหลายคน ทั้งอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ โดยมองว่าผู้หญิงและผู้ชายไม่มีความแตกต่างในการทำงาน

เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานจากอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจีกล่าวว่า ใจความสำคัญของคำถามคือเรื่อง “อดีต” แต่ตนกำลังชวนให้มองไปยังอนาคต เพราะวิกฤตในวันนี้ไม่เหมือนเดิม

ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ต้องเผชิญทั้งการแข่งขันจากต่างประเทศที่รุนแรง กติกาทางการค้า ภาษีและการเจรจาต่างๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบระหว่างประเทศ รวมถึงปัญหาการประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องในประเทศไทย ทำให้รูปแบบการทำงานต้องปรับเปลี่ยนไป

นางศุภจีกล่าวว่า จะไม่ก้าวล่วงคำวิพากษ์วิจารณ์ของบุคคลที่เคยทำงานมาก่อน เพราะบุคคลเหล่านั้นสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่หากยังรับมือด้วยวิธีเดิม จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไร

นางศุภจียังกล่าวว่า ไม่อยากให้มีการด้อยค่าตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เพราะขึ้นอยู่กับการสร้างผลงาน หากผู้ตรวจราชการไม่มีผลงานก็ต้องตั้งคำถามว่าจะมีผู้ตรวจราชการถึง 4 คนไว้ทำไม โดยตำแหน่งดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางการหมุนเวียนตำแหน่งราชการ เป็นตำแหน่งระดับ C10 และไม่ใช่การลดระดับ

เมื่อถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ควรมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี ส่วนหากเลือกได้ว่าต้องการให้มีหรือไม่นั้น ตนยินดีทั้งสองทาง หากมีผู้เข้ามาแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและทำให้งานดีขึ้น ก็ยินดีและไม่ได้ติดใจในเรื่องดังกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล โชว์ยอดสินค้าไทยช่วยไทย 6 ครั้ง เงินหมุนเวียน 86 ล้าน ลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าบรรเทาค่าครองชีพประชาชน ขับเคลื่อนกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ อย่างต่อเนื่อง ผลการดำเนินการตลอด 6 ครั้ง สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 86 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพกว่า 15 ล้านบาท

สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

รัฐบาลโต้ข่าวบิดเบือน ยัน 'ศุภจี' ไม่เคยเซ็นนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ–คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

พาณิชย์เตือนส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าโดรน

กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าโดรนและส่วนประกอบ ตั้งแต่ ก.ย.69 แนะตรวจสอบรายการสินค้า วางแผนลดผลกระทบ ทั้งต้นทุน ราคาขาย เหตุตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้ของไทย

“ศุภจี”เผยสหรัฐฯให้คำมั่นไทย เก็บภาษีกรณีกำลังผลิตเป็นธรรม

“ศุภจี”เผยผลการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี สหรัฐฯ เห็นความตั้งใจของไทยในการชี้แจงการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกิน และยังให้ความมั่นใจไทยจะได้รับอัตราภาษีอย่างเป็นธรรมและแข่งขันได้