'ณัฐชา' บอก 3 เดือนแก้ปลาหมอคางดำไม่ได้เก้าอี้ รมว.กษ.เปลี่ยนแน่!

'ณัฐชา' ซัด 'รัฐบาล' ตั้งศูนย์แก้ 'ปัญหาปลาหมอคางดำ' แค่ปาหี่ ลั่น 3 เดือนไม่คืบ 'รมว.เกษตรฯ' อาจโดนเปลี่ยนเก้าอี้ แนะรัฐใช้มาตรการแดง-เหลือง-ขาว-เขียว ด้าน 'เกษตรกร' โอดปัญหาเอาไม่อยู่แล้ว

16 ก.ย.2569 - ที่รัฐสภา การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา พรรคประชาชน ครั้งที่ 12 นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ ในประเด็นจับตาจี้รัฐบาลเยียวยาผู้เสียหายจากปลาหมอคางดำ และภาคต่อไทยช่วยไทย แก้ภาษีรถ EV ไม่ตรงจุด แผนพลังงานฉบับใหม่ไม่ฟังเสียงประชาชน รวมถึงแผน PDP

โดย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการทำงานของ สส.พรรคประชาชนและก้าวไกลในอดีตที่ติดตามปัญหาปลาหมอคางดำ ถือเป็นปัญหาอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง เพราะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกร ชาวประมงอย่างรุนแรง อ้างถึงคำสั่งศาลปกครอง 8 ก.ย. 2569 สั่งให้กรมประมงและกระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ และวันที่ 14 ก.ย. ศาลแพ่งกรุงเทพใต้รับฟ้องคดีกลุ่มจากภาคประชาชนฟ้องต่อบริษัทเจริญโภคภัณฑ์และพวกต้องชดเชยเยียวยา หลังจากที่มีคำสั่งศาลออกมาแล้วทางพรรคประชาชนและภาคประชาชนมีข้อเสนอเรียกร้องต่อรัฐบาล

ด้าน นายพานทอง ชิวค้า ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล เขตบางขุนเทียน กทม. กล่าวว่า ได้รับผลกระทบอย่างหนักตั้งแต่ปี 2565 และ 4 ปีที่ผ่านมาผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาเลี้ยงหอย ได้รับความเดือดร้อน แม้จะได้รับการเยียวยาจากกรุงเทพมหานครไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ช่วยให้ผลกระทบลดลง เพราะยังมีการแพร่ระบาด ปัจจุบันภาครัฐไม่มีนโยบาย ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึง อนุทิน 2 ไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่ชัดเจน ซึ่งทางกรมประมงให้คำมั่นต่อเกษตรกรว่าปัญหาเอาอยู่ แต่ปัญหาปัจจุบันภาพมันฟ้อง จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถหาเลี้ยงกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไม่ได้แล้ว

"ฝากถึงรัฐบาลจากที่ท่านเข้ามารับหน้าที่อาสารับใช้เกษตรกรท่านยังไม่แก้ไขเรื่องปลาหมอคางดำให้กับพวกผม พวกผมยังเดือดร้อนอยู่ไม่ใช่ปลาหมอคางดำลดน้อย ปัจจุบันไปดูได้ที่เขตบางขุนเทียน ตรงไหนก็ได้ ถ้าลด น้อยจริงหาไม่ได้จริงรับรองได้เลย" นายพานทอง กล่าว

ตัวแทนเกษตรกรชาวสมุทรสงคราม ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นฟ้องต่อบริษัทเอกชนที่ศาลแพ่ง กล่าวว่าปัญหาแพร่ระบาดหนักในช่วงหลังตั้งแต่ปี 2567 ขณะนี้แพร่ระบาดใน 22 จังหวัด และทางกรมประมงและรัฐบาลไม่เคยนำความจริงมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หลอกประชาชนว่ากำจัดเหลือน้อย หลังจากนี้รอศาลปกครองสูงสุดตัดสิน และล่าสุดกระทรวงมหาดไทยสั่งประกาศภัยพิบัติในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม และจี้ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศเขตภัยพิบัติในจังหวัดอื่น

"อย่าให้ต้องไปยื่นร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จะมีนัดสืบพยาน ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับมาตรการ 7 ข้อ แต่มีข้อเสียว่าหย่อนยานไม่ทำจริง พร้อมเสนอให้กระบวนการกำจัดหมอคางดำให้มีภาคประชาชนร่วมด้วย และ 7 มาตรการต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น" ตัวแทนเกษตรกรชาวสมุทรสงคราม กล่าว

ขณะที่ นายณัฐชา กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาปลาหมอคางดำ เพราะการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะผู้ที่อนุญาตนำเข้าครั้งแรก ซึ่งสรุปจากคำพิพากษาศาลปกครอง 120 ว่าคำพิพากษาสั่งให้กรมประมงทำหน้าที่ กระบวนการเหล่านี้ประชาชนก็ไม่ต้องร้องต่อศาลหรือเรียกร้องกับหน่วยงาน แต่ประชาชนขณะนี้ต่อสู้เพียงลำพัง มีสภาทนายความที่ส่งทนายอาสามาช่วย และเครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อน แต่หน่วยงานของรัฐต้องปกป้องพิทักษ์ประโยชน์สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศของประเทศ เพราะภาคประชาชนเผชิญอุปสรรคในการสู้กับกลุ่มทุน เช่น เงินวางศาล ทำให้ชาวบ้านต้องลงขัน และมีการต่อสู้ทางกฎหมายจากกลุ่มทุนกับชาวบ้าน

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องการเรียกร้องเคยนำเสนอไปแล้ว 2 ปีที่ผ่านมาคือกระบวนการที่ชัดเจน ตั้งแต่ที่กรมประมงประกาศ 19 จังหวัด แต่ภาคประชาชนรับได้ 22 จังหวัดในปัจจุบัน แต่สถานการณ์ซ้ำร้ายหนักทวีคูณมากขึ้นในพื้นที่ภาคอีสาน เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ พบปลาหมอคางดำ และพบอย่างต่อเนื่อง

"นี่คือสัญญาณอันตรายและเรียกว่าสัญญาณหายนะได้เลยว่า สัตว์น้ำพื้นถิ่นของพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ จะกลายเป็นเหมือนสถานการณ์3 สมุทรที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ่าวตัว ก และสิ่งที่จะตามมาคือส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนหากไม่ดำเนินการใดๆ" นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า 4 มาตรการ ที่เคยเสนอไป แดง-เหลือง-ขาว-เขียว คือสถานการณ์ที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วย ดูว่าดำเนินการอย่างไร เช่นพื้นที่สีแดงต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต้องปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือในแหล่งน้ำธรรมชาติหากรัฐบาลไม่สามารถกวาดล้างในแม่น้ำลำคลองได้ ในบ่อชาวบ้านต้องมีปลาหมอคางดำ ซึ่งมาตรการต่างๆได้ส่งไปแล้ว และมีรายงานสรุปชัดเจนถึงเงื่อนไขขั้นตอนในการดำเนินการ

นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ประกาศตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำในวันนี้ ที่จะมีเป้าหมาย 3 เดือน ยังคงเฝ้าติดตาม ว่าเงื่อนไขรายละเอียดจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้ตื่นเต้นหรือตกใจมากนักกับที่รัฐบาลแถลง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเก่าเคยประกาศ ว่าปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ไม่มีการแก้ไขเยียวยา ไม่มีการตั้งงบประมาณในการแก้ไข ปัจจุบันต้องของบกลาง 350 ล้านบาทมาแก้ไขปลาหมอคางดำ

"จึงต้องเฝ้าติดตามต่อไปว่างบจะใช้ไปในทิศทางไหน รายละเอียดมากกว่าการตั้งศูนย์คืออะไร และความเปลี่ยนแปลงในสามเดือนข้างหน้า หากยังไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอาจจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์" นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนโดยลงรายละเอียดมากกว่า การประกาศจัดตั้งศูนย์ และยืนยันที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด และมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมที่ต้องการเห็นรัฐบาลดำเนินการโดยเร็ว

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีบอกว่าจะแก้ปัญหาให้เสร็จภายใน 180 วัน กรมประมงจะจัดการอยู่หรือไม่ แล้วจะใช้งบ ปี 67 ที่เหลืออยู่ 350 ล้านบาทมาจัดการ มองว่าควรมีมาตรการอย่างไรเพื่อให้ตอบโจทย์กับปัญหาที่มีอยู่ นายณัฐชา กล่าวว่า ความคาดหวังว่าสิ่งที่รัฐมนตรีออกมาประกาศแล้วจะดำเนินการได้หรือไม่ยังไม่แน่ใจ แต่ในส่วนของงบประมาณในปี 2567 ทางสำนักงบได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้ 450 ล้านบาท ซึ่งทางกรมประมงเป็นผู้เสนอ 7 มาตรการ สำนักงบอนุมัติแต่ให้ไปใช้งบประมาณเดิมของกรมประมง แต่ขอให้ใช้งบประมาณของกรมประมงก็เลยเลือกที่จะไม่ทำมาตรการนี้เลย เนื่องจากต้องใช้เงินเดิมของตัวเองอยู่

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ตอนนี้รัฐมนตรีมีแผนของบกลางจำนวน 350 ล้านบาท เพื่อนำแผนเดิมที่เคยร่างไว้ซึ่งยังไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนมาใช้ ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดหนักควรทำ 2 ช่องทางคือ ในแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมดใครเป็นผู้รับผิดชอบและแหล่งเพาะเลี้ยงของชาวบ้านจะทำอย่างไร ซึ่งต้องทำไปพร้อมกันโดยยังรอความชัดเจนของรัฐมนตรีอยู่ ส่วนศูนย์อำนวยการที่จะตั้งขึ้นก็อยากให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าไปในแต่ละจังหวัด เพราะแต่ละจังหวัดรูปแบบไม่เหมือนกัน

"สิ่งที่เราไม่เห็นความชัดเจนเลยคือวิธีการแก้ สิ่งที่เราเห็นชัดเจนที่สุดเลยคือจุดเริ่มต้นหลังจากคำสั่งศาลออกมาบอกว่าจะของบกลาง 350 ล้านบาท" นายณัฐชา กล่าว

เมื่อถามว่า กรอบเวลาที่รัฐมนตรีตั้งไว้อาจแก้ปัญหาไม่ทันใช่หรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่ทันและไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอนใน 3 เดือนนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แคนดิเดตนายกฯ พรรคส้มเพิ่งตื่น! บอกเงินกู้ทำไทยช่วยไทยพลัสหวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม

'วีระยุทธ' ซัด 'รัฐบาล' ใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อัดฉีด 'ไทยช่วยไทยพลัส' หวังผลการเมือง-เรียกคะแนนนิยม มากกว่าช่วยเหลือประชาชนแบบพุ่งเป้า ชี้กู้เงินมาแก้วิกฤตพลังงานควรเน้นที่เกษตร-ประมง-ขนส่ง

'วรภพ' ซัดแผน PDP2026 ผิดพลาดซ้ำซาก!

'วรภพ' ซัดแผน PDP 2026 ผิดพลาดซ้ำซาก หมกเม็ดต้นทุน-ตั้งเป้าโตเกินจริง จี้รีบทบทวน หวั่นประชาชนแบกค่าไฟอ่วม มองรัฐคาดการณ์ใช้ไฟสูงเกินจริง เตรียมเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 9,100 เมกะวัตต์

'สุริยะ' ฟุ้ง! ตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ 3 เดือนเห็นผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการ

'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง

โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า

พรรคประชาชน ลุยฟ้อง ม.157 อัด กกต. ตัดตอนภูมิใจไทยรอดคดีฮั้วสว.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค และสส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว เลือก สว. ทั้งสิ้น 77 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน 26 คน

ศาลอุทธรณ์ ยืนรับฟ้องแบบกลุ่ม 'คดีปลาหมอคางดำ' ทนายคาดศาลตัดสินปลายปี 70

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน