17 กันยายน 2569 - นายกรณ์ จาติกวณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โพสต์ที่แล้ว ผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ
จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2026 ลงนามโดย Brian Mast ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ John Moolenaar ประธานคณะกรรมาธิการว่าด้วยเรื่องจีน ส่งถึงรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ขอให้พิจารณาภายใน 180 วันว่า บุคคลและนิติบุคคลที่ระบุชื่อไว้ เข้าเกณฑ์คว่ำบาตรตาม Global Magnitsky Act หรือไม่
กฎหมายฉบับนี้ใช้กับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและการคอร์รัปชัน โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ลงมือ แต่ครอบคลุมถึงผู้สั่งการ ผู้สนับสนุนทางการเงิน ผู้ใช้บริษัทบังหน้า และผู้ที่คุ้มครองหรือได้ประโยชน์จากเครือข่าย หากถูกขึ้นบัญชี ผลคือทรัพย์สินในสหรัฐฯ ถูกอายัด ห้ามทำธุรกรรมกับบุคคลและบริษัทอเมริกัน และถูกตัดขาดจากระบบการเงินที่ใช้เงินดอลลาร์
และในรายชื่อที่ขอให้ตรวจสอบ ปรากฏชื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์
ผมขอย้ำให้ชัดว่า การถูกระบุชื่อในจดหมายยังไม่ใช่คำตัดสิน และยังไม่ใช่การคว่ำบาตร แต่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ เพราะประธานคณะกรรมาธิการสำคัญสองชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กำลังขอให้เปิดกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ กับชื่อที่มีคนไทยอยู่ด้วย
คำถามที่เราต้องตอบให้ได้ คือเหตุใดจึงต้องรอให้ต่างประเทศเริ่มก่อน ทั้งที่ข้อมูลโครงสร้างธุรกิจ เส้นทางการเงิน ผู้ถือหุ้น และผู้รับผลประโยชน์ จำนวนมากอยู่ในมือหน่วยงานไทยอยู่แล้ว และเพียงพอที่จะเริ่มดำเนินการได้
ผมและคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน ติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่องหลายเดือน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เราส่งหนังสือถึง ก.ล.ต. เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบ พร้อมนำส่งเอกสารและหลักฐานครบถ้วนแล้ว จนถึงวันนี้ ประชาชนยังไม่เห็นคำชี้แจงหรือความคืบหน้าที่ชัดเจน ผมยังได้อภิปรายเรื่องนี้หลายครั้งต่อหน้านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแล ก.ล.ต.
นี่ไม่ใช่เรื่องการเมืองรายวัน แต่คือความปลอดภัยของประชาชน ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย และหลักนิติรัฐที่ต้องใช้กับทุกคนเสมอกัน
การตรวจสอบที่ล่าช้าไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป มีแต่จะเปิดทางให้ต่างชาติเป็นฝ่ายไล่เส้นทางการเงินและกำหนดมาตรการแทนเรา ซึ่งไม่ใช่แค่ความเสียหายต่อชื่อเสียง แต่คือความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางกฎหมายของประเทศ
ประเทศที่มีระบบกฎหมายเข้มแข็ง ต้องตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเปิดโปงก่อนครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วรภัค' โต้เอี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมยื่นหลักฐานแจงสหรัฐฯ ยันไม่ได้ถูกคว่ำบาตร
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ชื่อของผมปรากฏอยู่ในหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ บางคณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น" .
'อภิสิทธิ์' ชำแหละ กกต. ปมฮั้ว สว.-กลับคำพยาน เตือนเสี่ยงล้มล้างการปกครอง
"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามประชาชนเชื่อเลือกตั้งสส.-สว. สุจริตหรือไม่ กังขาปมกลับคำให้การของพยาน-ตัดตอนเส้นเงิน เตือนมติเสียงข้างมากเสี่ยงล้มล้างการปกครอง
ลูกไตรรงค์ยกคำสอนของพุทธทาสภิกขุซัด กกต.บอกมติของคนไม่ดีจะทำให้กลายเป็นเมืองนรก!
'รัดเกล้า' ยกธรรมะ 'พุทธทาส' โอดตอนนี้เราอยู่เมืองนรก เหตุความเห็นคนไม่ดีรวมกันมันยิ่งเลว แล้วเอามาบังคับใช้กับทั้งประเทศอีก อัด กกต. ดองงบปราบโกงค้างท่อ 60% ลั่น 'สุวรรณคีรี' ยอมไม่ได้สังคมบิดเบี้ยว
'สาทิตย์' ปลุกคนใน กกต.ออกมาแฉความจริงก่อนโดนล้างโครงสร้าง!
'สาทิตย์' ซัด 'กกต.' พังทลาย ชี้ คดีฮั้ว สว.ฟางเส้นสุดท้ายทำศรัทธาติดลบ จี้ ส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกา อย่าตัดตอนแค่ 77 คน เตือนคนในออกมาพูดความจริง ก่อนโดนล้างโครงสร้าง
'อภิสิทธิ์' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยรายบุคคล คดีฮั้ว สว. สาวถึงตัวบงการ พฤติการณ์ชัดทำเป็นขบวนการ
"อภิสิทธิ์" เปิดเกมตรวจสอบมติ กกต.คดีฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกตส่งศาลฎีกาเพียง 77 คน จากข้อเสนอเดิม 229 คน ชี้พฤติการณ์ที่ กกต.วินิจฉัยเองสะท้อนลักษณะ “ขบวนการ” จี้เปิดคำวินิจฉัยรายบุคคล-สาวถึง “ผู้วางแผน” พร้อมหนุนผู้เสียหายใช้ช่องทางกฎหมายตรวจสอบ กกต. และจับตารัฐบาลอย่าแทรกแซงดีเอสไอ
'รุทธพล' เปิด 7 นโยบายยุติธรรมเชิงรุก ลุยยาเสพติด-สแกมเมอร์-แก้หนี้ประชาชน
รมว.ยุติธรรม เปิด 7 นโยบายกระทรวงยุติธรรม กำชับทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน ลดขั้นตอน-ไม่ปล่อยเรื่องค้างนาน ชูกองทุนยุ

