นักกฎหมายมหาชนชี้ สว.สำรองกลุ่ม 11 ยื่น อสส.เป็นเพียงเทคนิคเปิดช่องอำนาจฟ้องตรงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มองข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว.ไม่เข้าองค์ประกอบล้มล้างการปกครอง ซัดกลุ่มแพ้แล้วพาล อยากเป็น สว.ตัวจริง เชื่อโอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
6 ตุลาคม 2569 - สืบเนื่องจากมีอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีการายหนึ่งได้เขียนบทความในเชิงแฉแผนรัฐประหารเงียบ โดยชำแหละคำร้อง 17 หน้า ร้องอัยการสูงสุด ฟันฮั้ว สว. 161 คน ยึดสภาสูงล้มล้างการปกครองนั้น
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่มธุรกิจ AG ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เจตนารมณ์มาตรา 49 ตามรัฐธรรมนูญต้องการให้ประชาชนช่วยกันปกป้องและพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เพราะระบอบการปกครองไทยมีลักษณะไฮบริด กล่าวคือ ระบอบประชาธิปไตยและพระมหากษัตริย์ โดยระบอบประชาธิปไตยถือเสียงส่วนใหญ่ อาทิ ผ่านระบบการเลือกตั้ง ส่วนพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยพระองค์ท่านทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล เป็นไปตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง
บทบัญญัติในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญมีมาหลายฉบับ และเป็นแนวทางเดียวกับต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และผลของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้บุคคลหรือคณะบุคคลหยุดกระทำการล้มล้างการปกครองเท่านั้น
ดังจะเห็นได้จากคดีล้มล้างการปกครองฯ กรณีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่เคยวินิจฉัยว่า การออกนโยบายพรรคก้าวไกลแก้ไข ป.อ.มาตรา 112 เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เล็งเห็นได้ว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เป็นพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญย่อมสั่งได้เพียงให้หยุดกระทำ มิใช่การรัฐประหารเงียบ ทำให้สังคมเข้าใจสับสน เพราะการรัฐประหารเงียบเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลพระยามโนปกรณ์นิติธาดา กรณีงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา
ส่วนกรณีอื่นใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ หากสำเร็จมีฐานะองค์รัฏฐาธิปัตย์ มีอำนาจสูงสุดในรัฐ โดยมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2496 วางบรรทัดฐานไว้
หากยึดไม่สำเร็จ ย่อมมีฐานะเป็นกบฏ โทษประหารชีวิต ที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกบฏ ร.ศ.130 หรือกบฏแมนฮัตตัน เป็นต้น
ทั้งหมดเป็นกระบวนการการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเท่านั้น แต่ภายหลังการรัฐประหารปี 2549, 2557 เป็นการรวมตัวของรัฐพันลึกที่ปรากฏชัดในตุลาการภิวัตน์ ในรูปแบบไม่เป็นทางการและที่ปฏิเสธอำนาจรัฐ แต่ในแง่ระบบรัฐสภา คือการถ่วงดุลและตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เพราะฝ่ายตุลาการพิพากษาหรือชี้ขาดตามข้อกฎหมายที่ผ่านกระบวนการตรากฎหมายโดยฝ่ายนิติบัญญัติ
การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดตัวบุคคลว่าเป็นบุคคลใด เพียงแต่ให้ประชาชนที่พบเห็นในการใช้สิทธิเสรีภาพกระทำการล้มล้างการปกครองฯ โดยผู้พบเห็นการกระทำมีอำนาจยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา หากเห็นว่ามีมูล ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งให้บุคคลหรือนิติบุคคลหยุดกระทำล้มล้างการปกครอง
คำว่า “ให้หยุดกระทำ” หมายถึง ห้ามกระทำล้มล้างการปกครองต่อไป
ถามว่า สว.สำรองกลุ่ม 11 ไปยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เป็นเพียงกลยุทธ์เทคนิคทางกฎหมายเพื่อให้เกิดอำนาจฟ้องคดีเท่านั้น
โดยกลไกรัฐธรรมนูญบัญญัติให้อัยการสูงสุดมีความเห็นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ยื่นคำร้อง แต่ส่วนใหญ่ทุกคดีช่องทางนี้ อัยการสูงสุดจะต้องตั้งคณะทำงานมาพิจารณาและดำเนินการไม่ทันภายใน 15 วัน ทำให้ประชาชนเหล่านี้มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงเท่านั้น
แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเนื้อหาแห่งคดีไว้พิจารณาหรือไม่ ต้องพิจารณาตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 และคดีนั้นไม่เคยมีการวินิจฉัยชี้ขาดคดีมาก่อน
ทั้งแนวคดีที่ผ่านมา มี 2 แนว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายและมีมติไม่รับคำร้องไว้ได้ทันที หรืออีกช่องทางหนึ่ง อภิปรายและมีมติให้อัยการสูงสุดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคำชี้แจง ก่อนมีมติชี้ขาดว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะมติศาลรัฐธรรมนูญบัญญัติต้องกระทำโดยมติเสียงข้างมากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ประกอบ พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ต้องนำเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า ปัญหาอำนาจยื่นคำร้อง สามารถยื่นได้หรือไม่ หากพ้นกำหนด 15 วัน คำตอบคือ สามารถยื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ภาษาชาวบ้านคือ เทคนิคทำให้เกิดช่องอำนาจฟ้องตรงต่อศาล
เพราะคดีรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ประชาชนยื่นคำร้องโดยตรงตามมาตรา 213 ได้เท่านั้น กรณีถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า คำว่า “ล้มล้าง” หมายถึง กระทำให้สูญสิ้นไป ทำให้หมดสิ้นไป
แต่สถานะ สว. 161 เป็นไปการได้มาโดยกลไกรัฐธรรมนูญและตาม พ.ร.ป.สว.
ทั้งคดีทุจริตการเลือก สว. กกต.ชี้ขาดไปแล้ว ถึงที่สุดไปแล้วในชั้น กกต. เว้นแต่ สว.ที่ถูกกล่าวหา 26 ราย จึงมีหน้าที่ไปพิสูจน์ในศาลฎีกาอีกครั้ง ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าจะมีความผิดหรือไม่ ซึ่งต้องว่ากันตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ประเด็นคดีฮั้ว สว.หรือทุจริตการเลือก สว.ปี 2567 เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2567 (ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ) หาก สว.สำรองกลุ่ม 11 ได้พบเห็น สว. 161 คน ใช้สิทธิหรือเสรีภาพกระทำการล้มล้างการปกครอง ต้องถามว่า กระทำการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในขั้นตอนใดในการล้มล้างการปกครอง
ต้องปรากฏข้อเท็จจริงชัดว่า สว. 161 คน ใช้สิทธิหรือเสรีภาพกระทำการล้มล้างการปกครองและแบ่งหน้าที่กันอย่างไร ขั้นตอนใดเป็นการล้มล้าง ทำให้ระบอบประชาธิปไตยหรือพระมหากษัตริย์สูญสิ้นไป และกระทำต่อเนื่องถึงวันยื่นคำร้องและต่อเนื่องถึงวันที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติในเนื้อหาแห่งคำร้อง
ทั้งแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ขณะยื่นคำร้องเหตุการณ์ยังไม่ผ่านพ้นไปและกระทำต่อเนื่อง ทำให้สูญสิ้นไป
ทั้งเหตุการณ์ระหว่างปี 2567 ถึงปี 2569 ระยะเวลาผ่านพ้นไปแล้ว และที่ กกต.วินิจฉัยชี้ขาด สว. 26 คนกับพวก ยังไม่แน่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยอย่างไร ล้วนแต่เป็นพฤติการณ์แห่งคดียังไม่แน่นอน
โอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ถามว่า สว.สำรองกลุ่ม 11 และอดีตผู้พิพากษารายหนึ่ง เอาความมั่นใจมาจากไหนว่า พฤติการณ์ตามคำร้องเป็นการรัฐประหารเงียบ เว้นแต่รับจ้างเขียนเองและชมตัวเอง ลักษณะเพ้อฝันกลางวันแสกๆ ปักธงล่วงหน้าให้เป็นไปตามเนื้อหาที่ตนเขียนเอาไว้ เพราะข้อพิรุธคือ หากคดีขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม โดยปกติไม่เปิดเผยเนื้อหาคำร้อง ผิดปกติการยื่นคำร้องต่อศาลโดยหลักสุจริต มาศาลด้วยมือไม่บริสุทธิ์
ทั้งเมื่อ กกต.ชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ไปแล้ว วันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา คดีในชั้น กกต.เป็นที่สุดแล้ว
ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยและ สว.ที่ถูกกล่าวหาเป็น “ใบขาว” ส่วน สว. 26 ราย ต้องก้มหน้าสู้คดี ที่ถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ป.สว. เรียกว่า ใบแดง-ใบดำ หากพลาดพลั้งถูกคดีอาญาฐานฟอกเงิน เป็นของแถมอีกดอกหนึ่ง
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า หลัง กกต.วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว นับไปอีกไม่น้อยกว่า 60 วัน จะแพร่คำวินิจฉัยกลาง ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ขั้นตอนต่อไป กกต.จะมอบอำนาจให้กองที่เกี่ยวข้อง สำนักคดีฯ ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ สว.รายที่ถูกกล่าวหา เป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ประกอบ พ.ร.ป.สว.มาตรา 62 วรรคสอง ทำให้ สว.รายนั้นๆ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษา
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า สว.ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง หากมีพฤติการณ์จริง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามยังไม่สิ้นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ หาก สว.กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง สุดท้ายเรื่องก็วนลูปใน ป.ป.ช. สว.สำรองกลุ่ม 11 ต้องรอจนครบห้าปี เป็น สว.สำรองตกสวรรค์ก็เท่านั้น ไม่เป็นการรัฐประหารเงียบตามทฤษฎีเชิงนิติปรัชญาชั้นสูงรัฐพันลึก ก็แค่ปั่นกระแสรายวัน หาแสงไปวันๆ เท่านั้นเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วัส จับตาคำร้อง ผู้สมัครสว. สู่ศาลรธน. เทียบเคียง 'รัฐประหารเงียบ'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากคำร้อง 17 หน้าสู่ข้อสงสัย “รัฐประหารเงียบ”: เมื่อการยึดสภาสูงอาจข้ามเส้นสู่การล้มล้างการปกครอง?
สว.สีน้ำเงิน อ้างได้หลักฐานเพิ่มยื่น ป.ป.ช. เอาผิด 'สิทธิโชค' แฉคดีฮั้ว สว. เวทีราชบัณฑิตยสภา
สว.สีน้ำเงิน เบรคยื่น 'ป.ป.ช.' จ่อเพิ่มหลักฐาน 'สิทธิโชติ' ปม หลุดข้อมูลลับคดีฮั้ว สว.
'สิทธิโชติ' งานเข้า! สว.สีน้ำเงิน ยื่น ป.ป.ช. สอบจริยธรรม อ้างเปิดความลับคดีฮั้ว สว.
กลุ่มสว.สีน้ำเงิน ประมาณ 5 คน เตรียมยื่นข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือก
'จรัญ' ชี้ช่องรื้อคดี 'ฮั้ว สว.' ต้องไปให้ถึงศาลรัฐธรรมนูญ
"จรัญ" ชี้ช่องใช้พยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ข้อมูลการเงิน ข้อความสื่อสารในไลน์ รื้อคดีฮั้วสว. ดันสู่ศาลรัฐธรรมนูญ มัดตัวการใหญ่ทั้งระบบ กางกฎหมาย 3 มาตรา ชี้ชัด กกต. จัดการเลือกตั้ง สว.ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม หวังศาลฎีกาใช้เครื่องจับเท็จเค้นสอบพยานกลับคำสู่พยานปรปักษ์
'วิชา' สับ 'ฮั้ว สว.' สุดเลวร้าย บ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย กลายพันธุ์เป็น 'เผด็จการ'
"วิชา มหาคุณ" ออกโรงฉะกระบวนการ "ฮั้วทางการเมือง" ซัดเป็นพัฒนาการขั้นเลวร้าย เหตุกลุ่มทุน-พรรคการเมืองรวมหัวล็อกผลลัพธ์ ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ หวังรวบอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ ลั่นระบบไต่สวนไม่ต้องรอพิสูจน์จนสิ้นสงสัย
'วัส ติงสมิตร' ชี้ 6 ช่องทางเดินหน้าสู้มติ กกต. คดีฮั้ว สว.
นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการใช้ดุลยพินิจของกกต. ในการวินิจฉัยกรณีฮั้วสว. ว่า ตนมีคำถามสำคัญคือ กกต. มีอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจแค่ไหน

