'ภคมน' จี้ 'กรวีร์' พูดความจริงให้จบ ชี้ 'รัฐบาล' พยายามบีบกรอบวันซักฟอกตามความสะดวกตัวเอง ตอกกลับ 'ใครกันแน่ไม่ยอมถอย'
23 ตุลาคม 2569 - น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปวันและกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้หลังการประชุมเมื่อวันที่ 21-22 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ควรพูดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายตามความสะดวกของตัวเอง และบีบให้ฝ่ายค้านต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีหนังสือแจ้งมติ ครม. มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่รัฐบาลพร้อมรับการอภิปราย ก่อนที่จะมีการหารือร่วมกันของวิปทั้ง 3 ฝ่าย แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับกำหนดกรอบเวลาที่ ครม. สะดวก แล้วพยายามให้สภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านซึ่งเป็นผู้เสนอญัตติ ต้องดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว
"หากเรามองกันให้ดี จะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ที่เข้ามาแทรกแซงและบั่นทอนกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ มาโดยตลอด เรื่องนี้ไม่ใช่เกมเด็กดื้อ หรือฝ่ายค้านใจแคบอย่างที่รัฐบาลพยายามสื่อสาร แต่ต้องตั้งคำถามว่าคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริง ๆ อาจไม่ใช่คนที่นั่งอยู่ในห้องเจรจาก็ได้" น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงในการเจรจาคือ ฝ่ายค้านยืนยันว่าหากต้องอภิปรายในสัปดาห์หน้า จำเป็นต้องใช้เวลา 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง เพราะเตรียมข้อมูลและวางแผนการอภิปรายไว้ตามกรอบเวลาดังกล่าวแล้ว หากต้องลดจำนวนวัน ลดเวลา หรือลดจำนวนผู้อภิปราย ย่อมต้องกลับไปหารือกันภายในพรรค นำข้อมูลมาจัดสรรใหม่ และประสานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านจึงเสนอทางออกว่า หากรัฐบาลต้องการลดเวลาการอภิปรายเหลือ 4 วัน ก็ควรเลื่อนไปเป็นช่วงต้นเดือน พ.ย. หรือสัปดาห์ที่สองของเดือน พ.ย. เพื่อให้มีเวลาปรับแผนและพูดคุยกับทุกฝ่าย แต่ฝ่าย ครม. ยืนยันว่าไม่มีช่วงเวลาอื่นที่สะดวก และต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น
"ถ้าฝ่ายค้านเสนอว่า สัปดาห์หน้าต้องได้ 5 วัน แต่ถ้าจะเหลือ 4 วัน ก็ขอเป็นสัปดาห์อื่น นี่คือการเสนอทางเลือกเพื่อหาทางออก แต่ฝ่าย ครม. ยืนยันว่าไม่มีช่วงไหนว่างเลย ต้องเป็นสัปดาห์หน้าเท่านั้น แล้วใครกันแน่ที่ไม่ยอมถอย" น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุมว่า แทนที่จะวางตัวเป็นกลางและช่วยประสานให้ทุกฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกัน กลับมีท่าทีใช้อำนาจกดดันคู่เจรจา ทั้งการขู่ว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ไม่ต้องหารือ และการแสดงท่าทีพร้อมปิดการประชุม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งควรให้ความสำคัญกับการรักษาบรรยากาศการเจรจาและเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายหาทางออก มากกว่าการแสดงบทบาทเสมือนเป็นตัวแทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
"ตัวแทนที่มาประชุมในฐานะวิป ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ควรจะมาหาทางออกร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่ทำให้วงเจรจากลายเป็นเวทีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจกดดันอีกฝ่าย เพราะนี่คือการหารือเพื่อให้กลไกของสภาฯ เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่การเอาชนะกันทางการเมือง" น.ส.ภคมน กล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ในการหารือวันที่ 22 ต.ค. แม้จะมีข้อเสนอจากฝ่ายรัฐบาลให้เพิ่มวันอภิปราย โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ในช่วงบ่าย ไปจนถึงวันที่ 29 ต.ค. แต่เมื่อเริ่มประชุมในช่วงบ่ายวันแรก กรอบเวลาดังกล่าวก็ไม่ใช่การอภิปรายเต็ม 4 วันตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง ฝ่ายค้านจึงยังเห็นว่ากรอบเวลาที่เสนอยังไม่เพียงพอกับเนื้อหาและจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายรวม 18 คน
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า เมื่อการหารือไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ และประธานที่ประชุมยังคงใช้ท่าทีกดดัน ฝ่ายค้านจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุม อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าก่อนตัดสินใจเดินออกจากที่ประชุม ฝ่ายค้านได้พยายามเสนอทางเลือกและหาทางออกร่วมกันมาโดยตลอด
"การวอล์กเอาต์ไม่ได้แปลว่าฝ่ายค้านไม่ต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการยืนยันว่าเราไม่ควรถูกบีบให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดฝ่ายเดียว การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกสำคัญที่ประชาชนใช้ตรวจสอบผู้มีอำนาจ รัฐบาลจึงควรเปิดโอกาสให้การตรวจสอบเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่พยายามจำกัดเวลาเพียงเพราะตารางเวลาของตัวเองไม่เอื้ออำนวย" น.ส.ภคมน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴LIVE เทปพิเศษ : ทางรอดประเทศไทย พลิกโอกาส ก้าวข้ามวิกฤต
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569
'นายกฯ' แจงทุกประเด็นร้อน! รายการ 'คุยกับครม.อนุทิน' เสาร์นี้
นายกฯ เตรียมแจงทุกประเด็นร้อนทางการเมือง -เศรฐกิจ -ยุทธศาสตร์ต่างประเทศ ในรายการ 'คุยกับครม.อนุทิน' เสาร์ที่ 24 ต.ค. นี้
'นิพิฏฐ์' กระทุ้ง 'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล' ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชกกันให้สมศักดิ์ศรี
'แก้วสรร' แพร่บทความ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?'
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?" โดยมีเนื้อหา ดังนี้
'ปธ.โสภณ' เจรจาฝ่ายค้าน ยอม 4 วัน ให้วิป 3 ฝ่ายคุยเคาะวันซักฟอกใหม่
'โสภณ' ยังไม่บรรจุวาระญัตติซักฟอก รอวิป 3 ฝ่ายคุยอีกรอบให้จบ พร้อมทำหนังสือถึง ครม. หาวันสะดวกใหม่ เผย 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ดอดพบ ยอมเหลือ 4 วัน ช่วง พ.ย. - ธ.ค.
ถก'กรอบเวลา'ซักฟอก18 รมต. ชิงความได้เปรียบทางการเมือง
ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลัง “ฝ่ายค้าน” เดินหน้ายื่นซักฟอกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวนถึง 18 คน ซึ่งเป้าใหญ่พุ่งตรงไปที่รัฐมนตรีค่าย “ภูมิใจไทย”

