'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค

โฆษกรัฐบาลโต้ ‘ระบอบน้ำเงินกินรวบ’ ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง

6 พ.ย. 2569 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นระบอบสีน้ำเงินกินรวบสภาผู้แทนราษฎร ว่า ใครกินรวบใคร มันเป็นการกล่าวหากันไป การทำงานของรัฐสภาในห้องประชุมใหญ่มีคณะกรรมาธิการฯ แต่ละคณะกรรมาธิการก็ทำงานกันไป ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นชุดและแบ่งคณะตามประเด็น ซึ่งกรรมาธิการที่มาจากตัวแทนสัดส่วนพรรคการเมืองต่างๆ ก็มานั่งเป็นกรรมาธิการทำงานร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมากรรมาธิการไม่เคยมีปัญหาอะไรเพราะถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน โดยที่ไม่มีพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทุกเรื่องเป็นการทำงานร่วมกัน

สำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ มีการนำกรรมาธิการไปใช้เล่นการเมืองเยอะ มากกว่าจะทำเพื่อผลประโยชน์ ที่ได้ข้อสรุปเชิงประเด็น เป็นที่น่าเสียดาย ถามว่าการกินรวบหรือการพยายามให้ข้อมูล ผมเข้าใจว่าข้อมูลที่ให้มาอาจไม่ครบถ้วน เพราะการตั้งประเด็นในการประชุมแต่ละครั้ง ก่อนที่กรรมาธิการจะปิดประชุม ในแต่ละครั้งจะมีการตั้งว่าสัปดาห์ต่อไปๆ จะมีเรื่องอะไร จะเชิญใครบ้าง กรรมาธิการก็จะเสนอกันมาได้ แต่ก็มีคำว่าเป็นสิทธิของประธานที่จะเสนอได้ แต่การดำเนินการที่ผ่านมาจะเป็นเราเห็นร่วมกันในกรรมาธิการ ว่าเอาเรื่องนี้ เชิญคนนี้เป็นข้อตกลงที่ทุกคนเห็นตรงกัน

“ปัญหาในปัจจุบันประธานกรรมาธิการบางคณะใช้อำนาจของประธานจนเกินขอบเขต และมีการแอบลงมติโดยที่องค์ประชุมอาจไม่ครบ ทำให้การทำงานที่ควรจะทำในเชิงประเด็นดีๆ ก็มีปัญหาและส่งผลให้บรรยากาศการทำงานดูแย่ลง แน่นอนว่ามีเรื่องข้อบังคับการประชุมให้สามารถถ่ายทอดผลการประชุม ในกรรมาธิการหลายๆ คณะก็มีการถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับทราบผลการประชุม แต่บางกรรมาธิการเน้นเชิงดรามาเยอะ ตรงนี้ต้องดูว่าจะปรับแก้กันอย่างไรในการทำงานของกรรมาธิการ ซึ่งรัฐบาลในฐานะที่ทำงานในอำนาจบริหาร ให้เวลาให้โอกาส รวมถึงให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการ และการทำงานในสภาห้องใหญ่มาตลอด รวมถึงการตอบกระทู้ถามเฉพาะและกระทู้ถามในห้องกรรมาธิการก็ไปตอบด้วย เราไม่ทำแค่ไปทะเลาะในสภาหรือมุ่งเน้นการทำงานที่ไปมีเรื่องกันรายวัน“ นายเอกภพ ระบุ

เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติให้นายกฯ ไปชี้แจงในห้องใหญ่เห็นว่าสมควรหรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า มติมันไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เวลาจะเปิดประชุมมันต้อง 1 ใน 3 แต่จะลงมติต้องเกินกึ่งหนึ่ง ตนไม่แน่ใจว่าคนที่ออกมาให้ข้อมูลตรงนี้เขาคิดเลขผิดหรือไม่ หรือนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ.กฎหมายฯ ไปประท้วงที่ไหนแล้วลืมคิดเลขหรือเปล่า

“เลขที่ต้องคิดอีกอย่างหนึ่งคือ เลขที่เขาบริจาคเงินเข้าพรรค อุตส่าห์เลื่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจไปอีกเดือนกว่า เพื่อมีเวลารับบริจาค เขาได้ไปเท่าไหร่ไม่รู้” โฆษกรัฐบาล ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าอย่างไรเรื่องเงินบริจาค สะท้อนอะไร นายเอกภพ กล่าวว่า “ก็ไม่รู้สิ เขาอาจจะมีแผนไว้ก่อน ตอนแรกบอกจะอภิปรายเราก็เตรียมตัว แล้วเราก็จะให้เวลาเพิ่มอีกก็ไม่เอา งอแงกันไปกันมา สุดท้ายอยู่ดีๆก็มาตกลงกันง่าย เอาต้นเดือน ธ.ค.และหลังตกลงกันง่ายๆ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์แบบชื่นมื่นกับประธานวิปรัฐบาล และก็มีโฆษณารับบริจาคออกมาทันที คงถ่ายทำเตรียมไว้แล้ว โปรดักชันทำดี และออกมาเร็วขนาดนี้ ดูจะล็อกไปนิดนึง

เมื่อถามย้ำว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจดูเหมือนเป็นเป้าหลอก แต่เงินบริจาคเป็นเป้าจริงใช่หรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า การจะรับบริจาคอะไรต้องบอกประชาชนว่าใช้อะไรไปบ้าง เงินบริจาคที่ประชาชนให้กับพรรคการเมือง สิ่งที่ตนพูดมาตลอดต้องเปิดเผยบัญชีทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่เฉพาะพรรคสีอะไรก็ตาม ทุกพรรคการเมืองเปิดมาเลยว่าเงินรับบริจาคได้มาจากใครเอาไปใช้อย่างไรให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงเงินที่ได้จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เป็นเงินกองทุนจัดสรรให้พรรคการเมือง

ในฐานะที่วันนี้เรามีข่าวของ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้มีการตรวจสอบทุกมูลนิธิ ที่อาจจะมีปัญหาเรื่องการเรี่ยไร่เงิน ซึ่งในส่วนของเงินบริจาคพรรคการเมืองไม่ได้อยู่ในข่ายมูลนิธิ สิ่งที่อยากจะให้ทำทุกพรรคการเมืองคือเปิดออกมาว่าใครจ่ายอะไรไปบ้าง และล่าสุดเหมือนมีอดีต สส. อดีตผู้สมัครสส. ที่ถูกดำเนินคดี และบริจาคเงินผ่านบัญชีเข้าพรรค รวมถึงมีการใช้ Payment Gateway ซึ่งเป็นช่องทางในการรับเงินเข้าพรรค

ส่วนกรณีพรรคภูมิใจไทยจะมีการแก้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จนทำให้มีเสียงวิจารณ์ว่าเสียงข้างมากกินรวบ มองเรื่องนี้อย่างไรนั้น นายเอกภพ กล่าวว่า ความจริงแล้วสิ่งที่ทำมาในอดีตที่ผ่านมากรรมาธิการ แต่ละชุดมีการตกลงกันในวิปของแต่ละฝ่าย แบ่งสัดส่วนที่นั่งตามจำนวน สส. ตนคิดว่าสิ่งที่เป็นไม่ได้เกิดข้อกำหนดจากการที่จะแก้ข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ที่ผ่านมาเป็นข้อตกลงหรือมารยาททางการเมืองที่เขาทำกัน ถ้าเอาจริงๆพรรคการเมืองไหนมีเสียงข้างมากจะได้รับสิทธิในการโหวตอยู่แล้ว และคณะกรรมาธิการที่ผ่านมาที่มีการประนีประนอมให้เกียรติ และให้สิทธิกันว่าเป็นโควตาของพรรคนี้ เจรจากันแล้วก็ให้สิทธิของพรรคนั้นไป แต่ที่ผ่านมาก็มีในสมัยที่ตนอยู่พรรคอนาคตใหม่ มีการพยายามแย่งชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการเช่นเดียวกัน อย่างล่าสุดในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ มี สส. พรรคหนึ่งมาเสนอตัวเองเป็นคู่แข่ง ทำให้เกิดประเด็นพอสมควร ช่วงเวลาที่ตัวเองได้ประโยชน์ไม่ค่อยพูด ทำผิดมารยาทไม่ค่อยพูด แต่เวลาโจมตีคนอื่นพูดจังเลยและโวยวาย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนอาจจะรู้ข้อมูลไม่ครบ

นายเอกภพ กล่าวว่า จึงอยากบอกประชาชนว่าการทำงานของกรรมาธิการเป็นการทำงานที่ไม่ยึดถือพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นการทำงานร่วมกันในเชิงประเด็น ในการขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของการทำงาน ฉะนั้นกรรมาธิการไม่ใช่แค่ใช้เป็นเวทีตรวจสอบรัฐบาล ถ้าใช้หลักเกณฑ์นั้นจริงต้องให้ฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมาธิการทุกชุด แต่ที่เรากำหนดมีการดำเนินการคู่ขนานกับรัฐบาลและประสานงานกับรัฐบาลรวมถึงมีการตรวจสอบ โดยใช้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ตรวจสอบและตั้งประเด็นได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา 'คุยกับนายกฯอนุทิน' เคลียร์ปมร้อน รับมือภัยพิบัติ-แก้วิกฤตพลังงาน-กระแสน้ำเงินกินรวบ

จับตา “คุยกับนายกฯอนุทิน” เสาร์นี้ นายกฯ เคลียร์ชัดกระแสสำรองเสบียง 72 ชั่วโมง เปิดมุมไทยกับความมั่นคงอาหาร-พลังงาน เผยสัญญาณลงทุนต่างชาติ พร้อมตอบปมร้อน “น้ำเงินกินรวบ”- ศึกซักฟอก

นายกฯ ซัด กมธ.กฎหมาย ถนัดให้ข่าวเท็จ ยันสั่ง 'อธิบดีปกครอง' แจงโกงสอบท้องถิ่น

“อนุทิน” ยันสั่ง “อธิบดีปกครอง” แจงแล้ว หลังกมธ.กฎหมายฯ ออกมติ 7-0 ให้นายกฯแจงที่ประชุมสภาฯ อ้างเหตุเพิกเฉย เหน็บ “ไม่รู้ตั้งใจให้ข่าวเท็จหรือไม่ เขาถนัดอยู่แล้ว” ระบุ พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย เหน็บ เป็นงานถนัด

'โสภณ' ร่อนจดหมายเปิดผนึก โต้ข้อครหาเผด็จการคุม กมธ. ยันทำตามกฎหมาย ไม่ได้อุ้มฝ่ายบริหาร

"โสภณ" ร่อนจดหมายเปิดผนึก ชี้แจงแนวทางการทำงานของ กมธ. ยัน ยึดหลักนิติรัฐ ไม่จำกัดอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

ภท. เอาคืน! จ่อสอบจริยธรรม 'โรม' พ่วงกมธ.ฝ่ายค้าน มติมิชอบเรียก 'อนุทิน'

'สส.ภูมิใจไทย' แท็กทีมค้านมติ กมธ.กฎหมายฯ ชี้ 7 เสียงไม่ครบองค์ประชุม เรียก 'อนุทิน' แจงมิชอบ จ่อส่งสอบจริยธรรมเอาผิด 'โรม-กมธ.ฝ่ายค้าน'

ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว

'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ

'ธนพร' หนุน 'โสภณ' จัดระเบียบกรรมาธิการ ชี้ไม่ใช่ปิดปากฝ่ายค้าน แต่ทุกพรรคต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน

รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัม ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวปฏิบัติในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ภายหลังเกิดข้อทักท้วงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ว่า เป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานของสภา ไม่ใช่การปิดปากฝ่ายค้านตามที่มีการกล่าวอ้าง