
‘ภัณฑิล’ เหน็บ ‘โสภณ’ สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม ‘ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก’ ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ
พ.ย. 2569 – ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงความเสี่ยงของไทยจากการที่ประธานรัฐสภาไม่ส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย (APA) ว่า เป็นความเสี่ยงต่อจุดยืนของไทยที่มีต่อประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในการประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชียครั้งนี้ กัมพูชาใช้เวทีนี้ในการนำเสนอเรื่องชายแดนและมรดกวัฒนธรรม เดิมมีการกำหนดที่จะส่งตัวแทนไปอยู่แล้ว โดยมีสมาชิกวุฒิสภาเป็นหัวหน้าคณะและมีตนเป็นรองหัวหน้าคณะ แต่ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มีดำริงดเดินทาง จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะมีชื่อของตนหรือไม่ที่ไปในนามรองหัวหน้าคณะ ประธานรัฐสภาอาจจะไม่ค่อยอยากให้ฝ่ายค้านมีบทบาท หรือกันไม่ให้ฝ่ายค้านไปมีบทบาทในเวทีต่างประเทศหรือไม่
“การประชุมครั้งนี้ กัมพูชาใช้เวทีนี้อย่างเต็มที่ แต่ประเทศไทยได้อะไรจากดำริของนายโสภณ คิดน้อยไปหรือไม่หรือไม่รอบคอบ เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญอาจจะดูเหมือนว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์วัฒนธรรมทั่วไป แต่เมื่อมาดูถ้อยแถลงของกัมพูชา มีทั้งเรื่องการปะทะกันตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ปราสาทเขาพระวิหาร และประเด็นอธิปไตย จึงหวังว่าแถลงการณ์ของเขาจะเป็น รูปแบบปกติที่เคยแถลงในทุกเวทีต่างประเทศและคงจะไม่ถูกขยายผลไปในเวทีโลก” นายภัณฑิล ระบุ
ในส่วนของไทย สำนักองค์การรัฐบาลระหว่างประเทศกำลังร่างคำแถลงการณ์ไว้แล้ว ที่จะตอบโต้แล้วส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนี้รอประธานรัฐสภาเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยเสียโอกาสในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ เพราะกัมพูชาได้อ้างการทำความเสียหายต่อเขาพระวิหารมาเชื่อมกับการปะทะชายแดนและอธิปไตยของกัมพูชา ถ้อยแถลงนั้นถูกแนบไว้ในรายงานการประชุมให้ทุกคนได้อ่าน และอ้างต่อได้ หัวหน้าคณะกัมพูชายังได้รับเลือกเป็น รองคณะกรรมาธิการในการประชุมครั้งนี้ และมีการขอจัดเวทีสมัชชา รัฐสภาเอเชียที่กัมพูชาด้วย ส่วนรายงานบัญชีผู้เข้าร่วมที่ผู้จัดเผยแพร่ไม่มีรายชื่อประเทศไทย
“เราจะประหยัดค่าเดินทางหลักแสน ส่งคนไปมีเจ้าหน้าที่อีก 2-3 คน เสียมากเสียน้อย คำกล่าวของกัมพูชาอยู่ในรายงานแล้ว แต่ข้อมูลของไทยอยู่ไหน เราไม่ได้ไป defence เรื่องนี้มีความหมายมากกว่าแค่คณะผู้แทนไม่ได้เดินทาง ประเทศไทยยังขาดโอกาส ที่จะมีผู้แทนในห้องเดียวกันกับคนที่กำลังรับฟังเรื่องของเรา รับฟังประเด็นตรงนั้นขอเข้าไปหารือ และขอนำเสนอข้อมูลของไทย ฝ่ายกัมพูชาได้พูด แต่เรากลับไม่มีตัวแทน แล้วออกถ้อยแถลงทีหลัง นี่คือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องให้ข้อเท็จจริงของไทยไปสู่คนที่กำลังฟังเรื่องของไทยด้วยไม่ใช่ปล่อยให้กัมพูชาพูดอยู่ฝ่ายเดียว” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ประธานรัฐสภาต้องมองถึงความเสี่ยง และงานตรงนี้คือผลประโยชน์ของประเทศไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน คำตอบที่ผู้แทนได้รับควรมีมากกว่าคำสั้นๆ ว่าให้งดเดินทาง
“ท่านโสภณครับ ท่านเป็นประธานรัฐสภาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งนี้ต้องทำให้ผู้แทนประชาชนทำงานได้และต้องรับผิดชอบต่อผลการกระทำใดที่กระทบงานนี้ด้วย ยิ่งเวทีนี้นำเสนอประเด็นอ่อนไหว ประเด็นชายแดน ความรับผิดชอบของประธานสภาก็ยิ่งหนักขึ้น เราต้องการเห็นว่าประเทศไทยรักษาพื้นที่ในการอธิบายข้อเท็จจริงว่าอย่างไร” นายภัณฑิล กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อคณะผู้แทนที่พร้อมเดินทาง แต่ได้รับดำริจากนายโสภณว่าให้งดเดินทาง นายโสภณก็ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยตัวเองว่าการตัดสินครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสมากน้อยเราจะแก้อย่างไร
“ผมขอพูดเรื่องรักชาติ ท่านประธานชอบ ที่จะให้ยืนเคารพธงชาติ นั่งอยู่ Food Court เจ้าหน้าที่ก็ต้องยืนขึ้น ทีเรื่องแบบนี้ที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศกลับไม่ทำ ไปจังเลยเต้นแอโรบิค เกณฑ์คนกันไป แต่เรื่องชายแดนอธิปไตย และภาพรวมประเทศในสายตาผู้แทนต่างประเทศ ต้องไม่ถูกลดทอนความสำคัญ รับผิดชอบต่อประเทศด้วยนะครับท่าน ประชาชนต้องเห็นว่าประธานมีความสามารถในการสนับสนุนงานของประเทศให้เดินหน้า ไม่ใช่ไปดูเรื่องหยุมหยิม” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวว่า หน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา (IPU) และสมัชชารัฐสภาอาเซียน (APA) ก็ไม่มีสัดส่วนของฝ่ายค้าน เพราะไม่ยอมเรียกประชุม มีการประชุมร่วมไป 2-3 ครั้ง อาจจะอ้างว่าเป็นเรื่องเล็กแต่เป็นเรื่องสำคัญในการให้เพื่อนสมาชิกไปดูเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ เช่นสารพิษในแม่น้ำกก ค้ามนุษย์ แรงงานเด็กข้ามชาติ
“คิดแต่จะกีดกันฝ่ายค้าน ผมว่าท่านหยุมหยิมไป อันนี้มันเป็นผลประโยชน์ของประเทศ จึงฝากเรียกร้องไปยังประธานสภา ให้รอบคอบเพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้าน แต่เป็นผลประโยชน์ของประเทศจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง” นายภัณฑิล ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค
โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
เลขาธิการสภาฯ งัดหลักเกณฑ์ปี 62 ยุคประธานชวน จัดระเบียบ กมธ. ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 5 ข้อสำคัญเพื่อสยบดราม่า ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจหรือลิดรอนสิทธิ์ของประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ โดยระบุว่าการเรียกบุคคลหรือเอกสารใดๆ มาให้ข้อมูล ต้องกระทำโดย “มติของคณะกรรมาธิการ” เท่านั้น ประธาน กมธ. ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกตามอำเภอใจหรือใช้อารมณ์ส่วนตัวเพียงลำพังได้ รวมถึงมีการจัดระเบียบไม่ให้ กมธ. หลายคณะพิจารณาศึกษาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อลดภาระของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องมาชี้แจงซ้ำซ้อนในสัปดาห์เดียวกัน
'โรม' สวน 'ศุภชัย' ใครกันแน่เหิมเกริม ซัดระบอบสีน้ำเงินห้ามตรวจสอบ พร้อมถีบหัวส่งข้าราชการรับผิดแทน
"โรม" สวน "ศุภชัย" ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ซัด ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ ลั่น จะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน "รังสิมันต์" คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ จี้ “โสภณ” แจงปมหนังสือเวียน อย่าอยู่หลังข้าราชการ ด้าน “ณัฏฐ์ชนน” ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับกมธ.
เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก 'โรม' เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก 'โสภณ' แจงสภา
"ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8:0 กมธ.กฎหมาย เชิญ “โสภณ” ชี้แจงปมหนังสือเวียนริบอำนาจประธาน กมธ. ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ออกมาขอโทษประธานสภาฯ
'กรวีร์' นำทีมประธาน กมธ. ฝั่งรัฐบาล แถลงโต้ฝ่ายค้าน ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ
“กรวีร์“ ยกคณะประธานกมธ.ฝั่งรัฐบาล ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ ชี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ-ข้อบังคับสภาฯ ขณะที่ “ศุภชัย” ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ ใช้อำนาจประธานเกินขอบเขต
'ผู้การแต้ม' ป้อง 'โสภณ' ซัดฝ่ายค้านเด็กก้าวร้าว ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปากกล่าวหาขี้ข้า
ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ป้อง 'โสภณ' ไม่เกี่ยวปมส่งหนังสือเวียนถึง 'ประธาน กมธ.' โบ้ย 'เลขาสภาฯ' เป็นต้นเรื่อง ลั่น ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก กล่าวหาเป็นขี้ข้านาย แย้มอาจใช้กฎหมายจัดการ

