'หญิงหน่อย' ลุยฝั่งธน เปิดตัว 'ไสว' ลงชิง ส.ก. สมัยที่ 5

‘หญิงหน่อย’ นำทัพไทยสร้างไทย ลุยฝั่งธนบุรี เปิดตัว อดีต ส.ก. 4 สมัย ‘ไสว โชติกะสุภา’ ลงชิงเขตราษฎร์บูรณะ ชูหลักนโยบาย ‘ดูแลตั้งแต่เกิดจนแก่’

25 มี.ค. 2565 – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุธา ชันแสง ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ กทม. นำทัพคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวราษฎร์บูรณะ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคราษฎร์บูรณะ จากนั้นเคลื่อนขบวนไปยังโรงเรียนอนุบาลปัญญาศักดิ์ ก่อนเคลื่อนพลเข้าชุมชนแฟลตสุขสวัสดิ์ 38 และชุมชนแฟลตทหารเรือ โดยมีพี่น้องประชาชนให้การตอนรับอย่างดีเยี่ยม เชียร์ให้กำลังใจ มอบดอกไม้ และของกินของใช้ตลอดเส้นทางขบวนคาราวาน

โดยได้มีการเปิดตัว แนะนำผู้สมัคร ส.ก.พรรคไทยสร้างไทย เขตราษฎร์บูรณะ “ไสว โชติกะสุภา” อดีตส.ก.เขตราษฎร์บูรณะต่อเนื่อง 4 สมัย มาเป็นตัวแทนรับใช้ประชาชนชาวราษฎร์บูรณะ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย มีความพร้อมเป็นอย่างมาก สำหรับศึกการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครที่จะมาถึงนี้ โดยในวันนี้ได้มาพบปะพี่น้องประชาชนชาวราษฎร์บูรณะ เพื่อขอจองหัวใจฝาก “นายไสว โชติกะสุภา” เข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีดีเอ็นเอพรรค ที่ “ทำงานจริงจัง ฟังเสียงประชาชน” เคยเป็น ส.ก. 4 สมัยต่อเนื่อง และเคยเป็นรองประธานสภากทม.คนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดเป็นอย่างดี

“ไม่มียุคไหน สมัยไหน ที่ประชาชนตกต่ำและได้รับความลำบากมากขนาดนี้ เพราะจากการลงพื้นที่มาทั่วประเทศ ดิฉันได้รับรู้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน รวมถึงเสียงแห่งความหวังจากการหลุดพ้นจาก”รัฐราชการอำนาจนิยม” ที่กดทับการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน พรรคไทยสร้างไทยจึงเป็นภาระกิจสุดท้ายของ “สุดารัตน์” ในการนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ ทวงเงินในกระเป๋ากลับคืนมา เพื่อให้คนไทย “รวยก่อนแก่” โดยมีหลักนโยบายดูแลตั้งแต่จนแก่” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

โดยเริ่มจากวัยเด็กที่พรรค ให้ความสำคัญกับการลงทุนกับเด็กนักเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพสูงสุด ผ่านการลดเวลาการศึกษา ให้เด็กสามารถจบออกมาทำมาหากินได้เร็วขึ้น ปรับโครงสร้างการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ และยกหนี้กองทุน กยศ. ทั้งหมด เมื่อเข้าสู่วัยคนวัยทำงาน พรรคจะให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำได้ ด้วยนโยบายกองทุนเครดิตประชาชนเพื่อคนตัวเล็ก เพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการทำมาหากินได้ และเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ พรรคมีนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท เพื่อรองรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ และเป็นการตอบแทนผู้สูงอายุที่ได้ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เพื่อพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้ประโยชน์ถึง 4 อย่าง คือผู้สูงอายุมีรายได้ยังชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี สุขภาพแข็งแรง ลดภาระลูกหลาน เป็นกำลังซื้อมหาศาลให้กับเศรษฐกิจฐานราก ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวดีตามด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน

กกต. เปิดให้คนกรุง-พัทยา แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถึง 5 ก.ค.

สำนักงาน กกต. เปิดให้คนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก.-นายกพัทยา-สม. แจ้งเหตุผลตั้งแต่วันนี้ถึง 5 ก.ค. เตือนไม่แจงโดนจำกัดสิทธิ 2 ปี

'พท.' ยินดี 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯ กทม. สมัยสอง พร้อมจับมือทำงานร่วมกัน

'จุลพันธ์' ยินดี 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งนั่งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน รวมถึงผู้สมัครเพื่อไทยเข้าวิน สก. 4 เขต

'สมชัย' สะท้อนผลเลือกตั้ง 'สก.' ความสำเร็จการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวง ยังคงอยู่

อดีตกกต. ชี้การเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ