ม็อบสีดาลุยไฟบุก ปชป. สอบคุกคามทางเพศ กก.บห.ลั่นพร้อมจัดทนายช่วยเหยื่อ

ม็อบ ‘สีดาลุยไฟ’ บุก ปชป. ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ‘รัชดา’ ย้ำพรรคไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เหตุ ‘ปริญญ์’ ลาออกพ้นประชาธิปัตย์ทุกตำแหน่งแล้ว ลั่นพร้อมจัดทีมทนายหญิงช่วยเหลือเหยื่อ

18 เม.ย. 2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ ตำรวจ สน. บางซื่อ จัดกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ 30 นาย มาดูแลความสงบเรียบร้อย หลังจากที่กลุ่มเฟมฟู x เฟมินิสต์ปลดแอก x ราษฎรมูเตลู นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ทำการแสดงสีดาลุยไฟ จากกรณีที่นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ถูกกล่าวหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อเรียกร้องให้นักการเมืองเอาจริงเอาจังในการยุติความรุนแรงทางเพศ โดยมี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นางรัชฏาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มายืนสังเกตการณ์

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุม ระบุว่า ต้องการบอกต่อสังคมว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ผู้ผิดคือผู้กระทำไม่ใช่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ นอกจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังอ่านแถลงการข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ต่อพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย พรรคต้องสอบสวนข้อเท็จจริงให้ปรากฎเพราะการคุกคามทางเพศถือเป็นอาชญากรรม ต้องตรวจสอบผู้สมัครและกรรมการบริหารพรรคทุกระดับ ต้องมีกฎและข้อบังคับทางจริยธรรมที่ชัดเจนเกี่ยวกับความผิดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและความรุนแรงทุกรูปแบบ ต้องไม่แทรกแซงกระบวนการสอบสวน และขอให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษอย่างจริงใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้น

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางพรรคพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และที่ทุกคนมาวันนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และความรับผิดชอบที่จะต้องทำ ส่วนคดีและความรับผิดชอบอื่น นายปริญญ์ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนทางคดี ในทางกลับกันหากมีผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือ ให้ประสานมาทางพรรค จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ซึ่งจะมีทีมทนายสตรีและกลุ่มนักการเมืองหญิงที่จะให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ ส่วนที่เสียงเรียกร้องให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการขอโทษ นายปริญญ์ลาออกจากพรรคแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค และเหตุที่เกิดขึ้น อยู่ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ นายจุรินทร์ ติดภารกิจลงพื้นที่

น.ส.รัชดา กล่าวถึงเหตุแชตหลุดจนเกิดกระแสว่าพรรคประชาธิปัตย์เสียงแตก มีปัญหาภายในจากการกระทำของนายปริญญ์นั้นว่า ยอมรับเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากทุกคนมีความเห็นต่างกัน และพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเปิดรับความเห็น รวมถึงการเห็นต่างในเรื่องนี้ พรรคไม่ได้แตกแยก และยังต่อสู้เพื่อประชาชน ส่วนที่มีบุคคลนำแชตไลน์สนทนาของพรรคประชาธิปัตย์ ไปเผยแพร่จนเป็นประเด็นร้อนนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องหาคนปล่อยแชตดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาหลายองค์กรก็มีแชตหลุด และไม่เคยจับผู้ปล่อยแชตได้ โดยสิ่งที่จำเป็นต้องทำขณะนี้ คือ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน สำหรับคลิปเสียงที่นายษิทธา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ปล่อยออกมาล่าสุด โดยเสียงชายที่อยู่ในคลิป อ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นมาจากพรรคก้าวไกล ที่ต้องการจะทำลายชื่อเสียงนั้น คิดว่าก็ต้องขอให้ตำรวจตรวจสอบต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข้าราชการ-ลูกจ้าง เกษียณ 1 ต.ค. 66 ยื่นรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองผ่านออนไลน์ได้ล่วงหน้า เริ่ม1 ก.พ.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการ

รัฐบาลห่วงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แจกถุงยาง 94 ล้านชิ้น ให้ผู้มีสิทธิบัตรทอง เริ่มเดือนแห่งความรัก

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ภายใต้หลักการพื้น

ไฟเขียวจ่ายชดเชย 'เรือประมง' ออกนอกระบบ กลุ่มแรก 96 ลำ 163 ล้านบาท ชงเข้าครม.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ชี้แจงถึงข้อกังวลจากสมาคมประมงจังหวัดปัตตานี เรื่องการจ่ายเงินชดเชยการนำเรือประมงออกนอกระบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นับหนึ่ง พาณิชย์เดินหน้าเจรจา FTA ไทย-อียู

“จุรินทร์”บันทึกประวัติศาสตร์ ประกาศเจตจำนงร่วมกันกับสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มต้นให้แต่ละฝ่ายดำเนินกระบวนการภายใน เพื่อนำไปสู่การเปิดเจรจา FTA ไทย-อียู เผยในส่วนของไทย เตรียมเสนอ ครม. ให้ความเห็นชอบ ส่วนอียู ขอคำรับรองจาก 27 สมาชิก คาดเสร็จในไตรมาสแรกปีนี้ ระบุจะช่วยสร้างแต้มต่อให้กับไทยในตลาดใหม่ 27 ประเทศ ช่วยเพิ่มรายได้ และทำอนาคตดีขึ้น

ราชกิจจาฯ ประกาศ 'ชำนิ-สุรบถ' เลื่อนลำดับเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภา