เก็บตกประชุม ส.ส.พปชร.เดือด! “สัมฤทธิ์-สมพงษ์” ฟ้อง “บิ๊กป้อม” แฉ ขาใหญ่ “อมเงินเพื่อน’ ตอนเลือกตั้ง แกนนำบางรายร้อนตัว อ้าง ให้ไม่ครบ เหตุหัวหน้าไม่ไว้ใจ เป็นผู้แทนใหม่ “ประวิตร” ลั่น จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก
28 ต.ค.2564 - รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า ในการหารือระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค กับแกนนำ และส.ส. ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ ในช่วงเย็นเมื่อวันที่ 27 ต.ค. เพื่อรับฟังปัญหา มีช่วงหนึ่งได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ระบายความอึดอัด นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ ได้ลุกขึ้นระบายกับ พล.อ.ประวิตรกับสมาชิก ว่า มีรายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งบอกว่า ส.ส.ชัยภูมิของพรรค 2 คน จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะมีสมาชิกในที่นี้เป็นพวกจินตนาการ ตาบอดคลำช้าง หาว่าตนไปรับเงินมา ขอยืนยันกับหัวหน้าพรรคว่าตนอยู่กับพรรค ไม่มีการไปรับเงินใครทั้งสิ้น และเสนอแนวทางกับหัวหน้าพรรคเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยครั้งที่แล้ว เพราะมีแกนนำพรรคบางคนที่ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งดูแลค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ตกลงกันไว้จำนวนหนึ่ง แต่พอการพูดคุยครั้งสุดท้าย แกนนำคนนี้มาบอกกับตนว่าพวกคุณเป็น ส.ส.ใหม่ หัวหน้าพรรคไม่ไว้วางใจ เอาไปแค่นี้ก่อน เดี๋ยวเข้ามาค่อยมารับคืน
ทำให้มีแกนนำคนหนึ่งร้อนตัว ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า เงินจากหัวหน้าพรรคที่จ่ายมา ได้มีการเฉลี่ยตามความเหมาะสม ส่วนที่โทรทัศน์ช่องหนึ่งรายงานว่านายสัมฤทธิ์ไปรับเงินพรรคภูมิใจไทย ตัวเองก็มีสายในพรรคภูมิใจไทยและเตรียมการจะส่งลูกสาวลงสมัคร ส.ส.แทน ส่งผลให้นายสัมฤทธิ์ลุกขึ้นตอบโต้ทันทีว่า ระบบเลือกตั้งใหม่ จ.ชัยภูมิ จะมีเขตเลือกตั้งเพิ่ม 1 เขต ซึ่งเขตนั้นส่วนหนึ่งเป็นเขตเดิมของตนเอง ขอย้ำอีกครั้งว่าที่บอกว่าตนไปรับเงินใครนั้นไม่จริง เพราะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เอาไว้หมดวาระถึงจะตัดสินใจ และยืนยันว่าไม่เคยมีถุงยังชีพจากพรรคภูมิใจไทยมาลงพื้นที่ตน
หลังจากนายสัมฤทธิ์พูดเสร็จ ส.ส.อีกคนคือ นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง ได้ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า อยากให้หัวหน้าพรรคกำชับ อย่าให้คนพวกนี้ไปอมเงินเพื่อน
ทั้งนี้ เมื่อ พล.อ.ประวิตรได้ยินอย่างนั้น จึงบอกว่า เรื่องที่นายสัมฤทธิ์พูด ตนจะดำเนินการให้ ที่ผ่านมาตนสนับสนุนค่าใช้จ่ายไปเยอะมาก แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ ต่อไปจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในที่ประชุม ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค ชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สมาชิกฟังลักษณะว่ามีการทำความเข้าใจกันแล้ว โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ได้กล่าวเสริมว่า เขาเคลียร์กันจบแล้ว
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส ยังระบายความในใจถึงคนที่เป็นคู่ขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมว่า ขัดแย้งกันเพราะอะไร นอกจากนี้ ยังหยิบยกว่า ที่ผ่านมาตนเองเคยช่วยเหลืออะไรกับ ส.ส.คนไหนบ้างสนับสนุนผลักดันให้บางคนได้เป็นรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคบ้าง ตลอดจนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ผ่านมาซึ่งชนะทุกที่ ซึ่งมาจากการสนับสนุนของตนเอง พล.อ.ประวิตร และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
⚪️ LIVE อลหม่าน สสร.! | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490
ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี
⚪️ LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ขวากหนาม ‘รัฐบาลหนู’
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
จับตา 2 กลุ่มในภูมิใจไทย เสี่ยงถูกปรับพ้นรัฐมนตรี
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์กระแสภายในพรรคแกนนำรัฐบาล ชี้จับตา 2 กลุ่มรัฐมนตรีเสี่ยงถูกประเมินผลงาน หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งกลุ่มรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนนอกหรือมืออาชีพ ที่ยังถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในช่วงที่ผ่านมา

