เดือดแล้ว! 'ศิธา' ซัดเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ไม่จริงใจ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

ศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เริ่มดุเดือด "ศิธา" สวนกลับ "เพื่อไทย" ไม่เห็นด้วย ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ ตอกกลับไม่จริงใจ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ย้ำ พร้อมทำงานร่วมกับสก.ทุกคน

19 พ.ค.2565 - น.ต.ศิธา ทิวารี สมัครผู้ว่าฯ.กทม.พรรคไทยสร้างไทย กล่าวในรายการ ผู้ว่า HardTalk จอมขวัญถามเจาะผู้ว่าฯ กทม.65 ในช่วงสุดท้าย ถึงการทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.และการทำงานการเมืองในอนาคตว่า สามารถทำงานร่วมกับ ส.ก. ทุกคนไม่ว่ามาจากกลุ่มหรือพรรคการเมืองไหน เชื่อว่าส.ก.ทุกคน ยินดีที่จะทำงานร่วมกับตน รวมถึง ส.ก.จากพรรคเพื่อไทยด้วย ไม่ได้มีปัญหากัน เคยร่วมงานกันมาหลายสิบปี แต่ที่ออกมาก่อตั้งพรรคใหม่ เพราะไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ ที่ต้องการให้พรรคอื่นๆโดยเฉพาะในฝ่ายประชาธิปไตย เปิดทางให้ชนะเด็ดขาดเพียงพรรคเดียว ตนและคณะพรรคไทยสร้างไทยเห็นว่า ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากวิธีการดังกล่าวและไม่จริงใจตรงไปตรงมากับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พรรคการเมือง ควรมีตัวเลือกและนโยบายที่หลากหลายในการเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ

น.ต.ศิธากล่าวว่า เข้าใจเงื่อนไขของส.ส.หรือนักการเมืองที่ย้ายขั้วจากพรรคเพื่อไทยและฝ่ายประชาธิปไตยไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นเพราะมีชนักติดหลัง เนื่องจากคณะรัฐประหารใช้อำนาจ ใช้กฎหมายและคดีความเป็นเครื่องมือรวมถึงข่มขู่ให้ต้องจำยอมสนับสนุนการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร ดังนั้นจึงพร้อมร่วมงานกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หากนำเสนอบุคคลอื่นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ใช่ 3 ป. แต่หากพรรคพลังประชารัฐ ยังสนับสนุนกลุ่ม 3 ป.ให้สืบทอดอำนาจต่อไปอีก ยืนยันว่า จะไม่สนับสนุนและไม่ทำงานการเมืองด้วยโดยเด็ดขาด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนผ่านของสถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นจากอาณัติสวรรค์และวงศาสู่อำนาจอธิปไตยจากปวงชน (ตอนที่ 1 สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นกับการจำกัดพระราชอำนาจก่อนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่)

มักจะเป็นที่เชื่อกันว่าระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ (constitutional monarchy) มีจุดเริ่มต้นมาจากพัฒนาการทางการเมืองของบรรดาชาติตะวันตก และทั่วโลกจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านตามแนวทางของชาติตะวันตกเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ทางฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในประเทศ

แสวงเซ็ง! จวกพรรคการเมืองเอาแต่โยนบาปบอกหากกติกาไม่เป็นธรรมทำไมไม่แก้

'แสวง' จวกพรรคการเมือง โยนบาป กกต. ทั้งที่เห็นกติกาไม่เป็นธรรมกลับไม่แก้จุดบกพร่อง เอื้อให้ตัวเองทำงานสะดวก ชี้หากเห็นแก่พรรคจริง กฎหมายพรรคการเมืองน่าจะดีกว่านี้