
รัฐบาลลุยแก้ปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดนใต้ ทหาร-ผู้นำศาสนา-ชุมชนร่วมมือกัน คาดปีหน้าขยายผลครบทุกตำบล
5 มิ.ย. 2565 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ติดตามการดำเนินงานในการแก้ปัญหายาเสพติดพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มาโดยตลอด และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะทำให้การแก้ปัญหาสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่4 รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2563 กองทัพภาค4 ได้เริ่มดำเนินโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง (Community Based Treatment CBTx) มีตำบลมะนะยง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เป็นตำบลต้นแบบ ซึ่งขณะนี้สามารถขยายผล มีตำบลเข้าร่วมโครงการและดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม รวม 38 ตำบลนำร่อง ซึ่งในปีหน้าจะทำการขยายผลให้ครบ290 ตำบลในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และสี่อำเภอในจังหวัดสงขลา
นางสาวรัชดากล่าวว่า เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีสภาพแวดล้อมและบริบทที่ต่างจากพื้นที่อื่น การใช้แนวทาง CBTx จึงต้องปรับให้สอดคล้องกับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการยอมรับของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการ ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน กล่าวคือ
1.ค้นหาเชิงรุก: โดยการใช้กำลังในการลาดตระเวนพื้นที่มั่วสุมของเยาวชนกลุ่มเสี่ยง การตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบนเส้นทางสายหลัก-สายรอง หรือผู้ปกครองนำบุตรหลานมารายงานตัวกับผู้นำชุมชนเพื่อเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ
2.คัดแยกและคัดกรองเชิงรุก: ทำการแยกผู้เสพและผู้ติดยาเพื่อเข้ารับการบำบัดที่ถูกต้อง ณ ศูนย์ที่ได้จัดไว้ 3. ส่งเข้าบำบัด: เยาวชนที่ไม่สามารถเลิกด้วยตนเองได้ จะถูกส่งเข้ารับการบำบัดยาเสพติดของกระทรวงสาธารณสุข อย่างน้อยสี่เดือน 4. ติดตามผล บ่มเพาะนิสัยใหม่: เยาวชนที่รับการบำบัดในชุมชน จะต้องปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาทุกวันในระยะเวลา 60 วันโดยมีคณะกรรมการโครงการฯ เป็นผู้ทำหน้าที่สอดส่องดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด 5. สร้างอาชีพ: เมื่อได้รับการบำบัดและผ่านการอบรมให้มีนิสัยที่ดี เป็นคนมีจิตอาสา มีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัว เยาวชนก็จะได้รับการฝึกอบรมมีวิชาชีพเพื่อที่จะสร้างความมั่นคงในเรื่องรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวด้วย
“นายกรัฐมนตรี พอใจกับกับการขับเคลื่อนโครงการฯอย่างมาก เพราะปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้พบมากขึ้น เป็นปัญหาที่นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว ปากท้อง และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งการริเริ่มโครงการนี้โดยแม่ทัพภาค4 และการขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม เป็นเครื่องยืนยันถึงความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการในตำบล ผู้นำศาสนา และผู้ปกครอง ซึ่งรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้มีโครงการนี้ครบ 290 ตำบล ในจังหวัดชายแดนใต้ นำไปสู่การลดจำนวนผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม และเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นพลังของชุมชนต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯนั่งหัวโต๊ะเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ IMF World Bank ปี 69 พรุ่งนี้ ต้อนรับผู้ร่วมประชุมกว่า 1.5 หมื่นคน จาก 191 ประเทศ 10 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้อย่างมาก เพราะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงิน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นเพียง 1 ใน 3 ประเทศของโลก ที่เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง โดยอีก 2 ประเทศคือ ญี่ปุ่นและตุรกี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อศักยภาพและเสถียรภาพของไทย สำหรับการประชุมประจำปีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ โดยรัฐบาลไทยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักลงทุน นักเศรษฐศาสตร์ ภาคธุรกิจ และสื่อมวลชนจากประเทศสมาชิกกว่า 191 ประเทศ นายกฯ ได้ให้แนวทางกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส้างภาพลักษณ์ประเทศ แต่คือโอกาสสร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยีการเงินใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุน การท่องเที่ยว และ Soft Power ของไทยสู่สายตามผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวคิดหลักของการประชุมว่า “Thailand’s New Horizon: Empowering People, Building Resilience” เพื่อสะท้อนบทบาทประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
อนุทินถกมาเนต ฟื้นสัมพันธ์2ปท. สร้างสันติภาพ
นายกฯ อนุทินเผชิญหน้า "ฮุน มาเนต" หารือผู้นำสามฝ่าย "ไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์"
รบ.ลุยปราบยาเสพติดทั้งในประเทศและข้ามชาติ
รัฐบาลบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าปราบยาเสพติดทั้งระบบ ควบคู่กระชับความร่วมมือข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรม
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

