หนังม้วนเก่า! 'โจ้' ฉายซ้ำท่อส่งน้ำอีอีซี 'สันติ' ซัดกลับรับงานใครมาอภิปราย

“โจ้” ฉายหนังม้วนเก่า ซักฟอก “สันติ” ปมท่อส่งน้ำอีอีซี ด้าน “รมช.คลัง” ฉุนซัดกลับ”ยุทธพงศ์”รับงานใครมา พร้อมแจงอีสต์วอเตอร์ให้ผลตอบแทนต่ำ

20 ก.ค.2565 - เวลา 12.40 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กรณีทุจริตโครงการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก(อีอีซี)ว่า มีใบเสร็จทุจริตโครงการนี้ นายสันติมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเป็นประธานกรรมการที่ราชพัสดุเห็นชอบใช้วิธีคัดเลือกบริษัทเอกชนมาดำเนินโครงการระบบท่อส่งน้ำอีอีซี แทนวิธีเปิดประมูลทั่วไป เพื่อหนีพ.ร.บ.ร่วมทุน เป็นการคัดเลือกโดยไม่โปร่งใส เชิญแค่ 5บริษัทเอกชนมาคัดเลือก ไม่เชิญบริษัทเอกชนใหญ่ๆที่มีประสบการณ์เรื่องระบบส่งน้ำโดยตรงมาคัดเลือกด้วย เป็นการเอื้อประโยชน์ช่วยเอกชนบางราย การคัดเลือกครั้งแรกบริษัท อีสต์วอเตอร์เป็นผู้ชนะ แต่มีการยกเลิกการคัดเลือก พร้อมเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชนชุดใหม่ และแก้ไขเงื่อนไขทีโออาร์ใหม่ โดยยกเลิกลักษณะต้องห้ามบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ข้อเสนอทางเทคนิค เพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนบางรายที่ไม่มีประสบการณ์ระบบส่งน้ำเข้าร่วมคัดเลือกได้ เหมือนเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ในที่สุดการคัดเลือกรอบสองบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะประมูล และยังเร่งรัดการคัดเลือกให้บริษัท วงษ์สยาม ชนะคัดเลือกในวันที่ 30ก.ย.2564 ที่นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ขณะนั้น เกษียณอายุราชการพอดี จึงไม่สามารถไว้วางใจให้นายสันติทำงานต่อไปได้

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า เหตุผลที่ใช้เรียกเอกชนแค่ 5บริษัท มาคัดเลือกแทนการเปิดประมูลทั่วไป เนื่องจากดำเนินการตามข้อเสนอม.เกษตรศาสตร์ในฐานะเป็นที่ปรึกษาโครงการระบบท่อส่งน้ำสายหลักอีอีซี ที่ให้ใช้วิธีเชิญบริษัทเอกชนมาร่วมคัดเลือก ส่วนการยกเลิกการคัดเลือกบริษัทเอกชนครั้งแรก เพราะไม่มีการกำหนดเรื่องปริมาณน้ำที่ชัดเจนในทีโออาร์ จึงไม่สามารถชี้ขาดได้ว่า ใครควรชนะรอบแรก ส่วนการคัดเลือกรอบสอง บริษัทอีสวอเตอร์เสนอผลตอบแทนตลอด 30ปี 24,212 ล้านบาท ส่วนบริษัท วงษ์สยามให้ผลตอบแทนมากกว่าคือ 25,693ล้านบาท แล้วไม่รักษาผลประโยชน์ประเทศตรงไหน ที่ผ่านมา 30ปี บริษัทอีสต์วอเตอร์ มีผู้ถือหุ้นคือ กปภ.10% เอกชน 60กว่า% และบริษัทต่างชาติ 4แห่ง 25% ให้ผลตอบแทนรัฐไม่ถึง 600ล้านบาท แต่30 ปีหลังจากนี้จะได้ผลตอบแทนเกือบ 26,000ล้านบาท ถ้าคัดเลือกไม่เป็นธรรมจริง ทำไมการคัดเลือกรอบสอง บริษัท อีสต์วอเตอร์ ยอมเพิ่มค่าประโยชน์ตอบแทน 30ปี ให้รัฐเป็น 24,000กว่าล้านบาท จากรอบแรกที่ให้ค่าตอบแทนแค่ 9,000กว่าล้านบาท รวมถึงค่าน้ำประปาในทีโออาร์ครั้งนี้กำหนดชัดเจนให้เก็บค่าน้ำเกินคิวละ 10.98 บาท/ลิตร แต่ 30ปีที่ผ่านมา อีสต์วอเตอร์เก็บค่าน้ำคิวละ 12บาท/ลิตร และสูงสุด26บาท/ลิตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสันติชี้แจงเสร็จ ปรากฏว่า นายยุทธพงศ์พยายามตอกย้ำให้นายสันติตอบคำถามประเด็นไม่เปิดประมูลทั่วไป และเรื่องการให้ผลตอบแทนแก่รัฐในการคัดเลือกรอบแรก จนเกิดการปะทะคารมโต้เถียงกับนายสันติไปมาหลายรอบ จนนายสันติต้องตอบโต้ไปว่า ถามจริงๆนายยุทธพงศ์จะรู้ข้อมูลมากกว่าตนได้อย่างไร ว่าการคัดเลือกรอบแรกใครเสนอผลตอบแทนให้รัฐอย่างไรบ้าง คงมีอะไรสักงาน ไม่รู้มีใครไปรับงานจากอีสวอเตอร์มาหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่เซ็นสัญญาโครงการจะมากล่าวหาได้อย่างไร สัญญาทั้งหมดมีอัยการสูงสุดดูแลอย่างรอบคอบ ไม่ต้องห่วง ทำไมท่านถึงเอนเอียงได้ขนาดนี้ ขอให้ไปตรวจสอบย้อนหลัง 30ปีที่ผ่านมา ผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่ไหน บริษัทอีสต์วอเตอร์ มีต่างชาติถือหุ้น 25% เงินไหลออกนอกประเทศเท่าไร แต่จ่ายให้รัฐบาลแค่ 600ล้านบาท อีก 20,000กว่าล้านบาทไปไหน ควรร่วมมือกันตรวจสอบมีการฉ้อโกงเกิดขึ้นหรือไม่ ยืนยันตนไม่เคยเจอทั้งอีสต์วอเตอร์และวงษ์สยาม ใม่เคยโทร.หา ไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆกันทั้งสิ้น ทำไมต้องไปเอื้อใคร ตนก็มีฐานะ ไม่ต้องไปเอื้อให้ใคร

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย

‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย