
'สุวัจน์' บอกจะหาร 10 หรือหาร 500 สุดท้ายก็ไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อตัดสินออกมาต้องยอมรับ ลั่นต้องใชบัตร 2 ใบตาม รธน.ที่แก้ไปก่อนหน้า
28 ก.ค.2565 - นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องการสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่าจะหาร 100 หรือ 500 ว่า เรื่องนี้มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บางคนก็มีความคิดเห็นว่า 500 บางท่านก็ว่า 100 ยังไงก็แล้วแต่ก็ต้องขึ้นกับมติของรัฐสภา ท่ามกลางความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย บางคนก็ท้วงติงว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นตอนนี้ยังไม่ถึงกระบวนการนั้น ยังอยู่ในวาระ 2 วาระ 3 ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะมีความคิดเห็นอย่างไรและเสร็จแล้วก็ต้องไปที่ศาล รธน. ฉะนั้นถ้า ศาล รธน.ตัดสินออกมาอย่างไรนั่นก็น่าที่จะเป็นคำตอบที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ
นายสุวัจน์กล่าว ตอนนี้การที่จะสร้างบรรยากาศให้ทุกฝ่ายให้การยอมรับเรื่องกติกาการเลือกตั้งมีความสำคัญ เพราะเรากำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ครั้งหน้าทั่วไปอีกประมาณ 7-8 เดือนและมีความสำคัญมาก เพราะว่าปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนก็รอว่าการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ประชาชนจะได้มีแนวคิดในการที่จะเลือกตัวแทนเข้าไปแก้ไขปัญหากันอย่างไร ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ถือว่าเหมือนกับเป็นทางออกในเรื่องของวิกฤติต่างๆของบ้านเมือง ฉะนั้นกติกาอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งถ้าเราสามารถที่จะสร้างกฎเกณฑ์สร้างกติกาที่ทุกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นธรรม ทุกฝ่ายยอมรับ ถ้าเรายอมรับกติกาเราก็จะยอมรับผล ผลของกติกา และทุกคนก็อยากไปเลือกตั้ง และจะทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับมันก็จะเป็นทางออก การเมืองก็จะไม่เดตล็อก ฉะนั้นคิดว่าถ้าเราเริ่มต้นกันด้วยกติกาการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับ รธน. และทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันมันก็จะเป็นการส่งเสริมการปฏิรูปการเมือง เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้การเมืองมีความชอบธรรม ฉะนั้นพอการเมืองมีความชอบธรรมแล้วผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร ทุกคนยอมรับการเมืองก็ไม่ถึงทางตัน และสามารถที่จะมาแก้ไขปัญหาประเทศได้ ฉะนั้นพวกกติกาการเลือกตั้งอะไรต่างๆนี้ตนคิดว่าเราอย่าไปคิดเลยว่าใครได้เปรียบ เสียเปรียบ เราต้องยึดหลักของกฎหมาย รธน. ยึดหลักของผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
“เรื่องบัตรลงคะแนนเป็นบัตรเดียวหรือสองใบนั้น คิดว่าเรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญก็แก้ไขไปแล้ว เพราะ รธน.ก็บอกไว้แล้วว่า การเลือกตั้งบัตร 2 ใบ เพียงแต่ตอนนี้มาพูดถึงกฎหมายลูก ซึ่งกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ต้องอยู่ภายใต้ของ รธน.ที่แก้ไขก็คือ มี ส.ส.เขต 400 คน มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 และมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คิดว่าทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกรอบที่เราแก้ไขกันไปแล้ว”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ธนกร’ สวน ‘เท้ง’ อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียงแก้รธน.เป็นของพรรคส้ม
“ธนกร” สวน “ณัฐพงษ์” อย่าเหมารวม แจง 21 ล้านเสียงเพื่อให้แก้ รธน. ไม่ใช่เห็นด้วยกับแนวทางพรรคประชาชน ชี้อำนาจของประชาชนพิสูจน์แล้วผ่านผลเลือกตั้งที่ผ่านมา ด้วยการหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่งผล ภท.ชนะถล่มทลาย
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาสอน 'อดีต กกต.-ส้ม' อ่านรัฐธรรมนูญก่อนไปฟ้อง กกต.
นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่
'ยิ่งชีพ' ปราศรัยใหญ่ ยื่นคำขาด 'กกต.' สั่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ลั่น ถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ
'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมฟาด 'อดีตปธ.ศาลรธน.' ด้อยค่าวุฒิสภา
'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมซัด 'นครินทร์' ดูหมิ่น ด้อยค่า ทำ สว. เสื่อมเสียชื่อเสียง ไร้หลักฐานหลังอ้าง 'มีชัย' ออกแบบวุฒิสภา คือความผิดพลาดทำความชอบธรรมทางการเมืองต่ำ
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
อดีตผู้พิพากษาจับไต๋พีอาร์ กกต.บอกเป็นเพียง 'ผู้พิจารณาสำนวน'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา

