'อนุทิน' ลั่นพิจิตรได้ส.ส.ยกจังหวัด เอาเก้าอี้รมต.ไปเลย


30 ก.ค.2565 - ที่จ.พิจิตร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าการที่พรรคภูมิใจไทย สามารถดึง 2 ตระกูลที่เป็นคู่แข่งขันกันทางการเมืองมาร่วมงานกับพรรคได้ เนื่องจากพรรคเน้นเรื่องความสามัคคี เพื่อทำให้ความขัดแย้งหายไป ในส่วนของจ.พิจิตรเป็นจังหวัดเป้าหมาย เรามีผู้สมัครจาก 2 ตระกูล ที่คุ้นเคยกับชาวพิจิตร เชื่อว่าจะทำประโยชน์สูงสุดให้ชาวพิจิตรได้

เมื่อถามว่า การทยอยเปิดตัวดึงส.ส.บ้านใหญ่ในพื้นที่ต่างๆ เป็นยุทธศาสตร์สกัดแลนด์สไลด์พรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปคิดแบบนั้น แต่เป็นการแข่งขันเพื่อรับใช้ประชาชน ซึ่งหลังการเลือกตั้งก็ขอให้สามัคคีกัน ไม่เกี่ยวกับบ้านใหญ่บ้านเล็ก บางครั้งผู้สมัครเห็นว่า พรรคใดสามารถผลักดันนโยบายรับใช้ประชาชนได้ตรงกันก็มาพูดคุยเพื่อร่วมงานกัน

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้ประกาศที่ จ.ศรีสะเกษ ว่าหากได้ส.ส.ยกจังหวัดจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรี หากจ.พิจิตร ได้ส.ส.ยกจังหวัด จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นเดียวกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว ใครทำผลงานก็ต้องได้รับการตอบสนองที่ดี ขอให้ประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเยอะๆ บ้านเมืองสงบสุขแน่นอน พรรคพูดแล้วทำ

ถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะจับมือกันไปจนถึงหลังเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามสามัคคีกัน เพราะทำงานกันมา 4 ปี เราช่วยกันสนับสนุนซึ่งกันและกันให้มากที่สุด แต่การแข่งขันพื้นที่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความตั้งใจในการทำงานขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล จะไม่มีอุปสรรคในการปฏิบัติราชการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้ประชาชนมั่นใจ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายกฯอนุทิน บอกพอแล้ว งดจ้อสื่อ หลังประชุม ครม.นัดพิเศษ รับมือวิกฤตน้ำมันขึ้น 6 บาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล  ภายหลังวันนี้ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษรับมือสถานการณ์พลังงาน ตะวันออกกลาง โดนสื่อมวลชน

การสิ้นสุดระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสครั้งที่หนึ่ง (ตอนที่ 1)

แม้ตามความเข้าใจในปัจจุบัน จะถือว่าสหราชอาณาจักรคือต้นแบบของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) แต่คำว่า ‘La monarchie constitutionnelle’